นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยถึงสถานการณ์ของลูกเต่ามะเฟืองว่า ทีมสัตวแพทย์ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (จ.ภูเก็ต) ได้ทำการตรวจสุขภาพลูกเต่ามะเฟืองที่ยังอ่อนแอและพักฟื้นไว้ที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ เต่ามะเฟือง หาดบ่อดาน จ.พังงา ซึ่งเป็นลูกเต่ามะเฟืองที่ฟักเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา จำนวน ๒๔ ตัว จากการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถแบ่งลูกเต่ามะเฟืองตามสภาพได้ ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน สภาพแข็งแรง ส่วนของถุงไข่แดงหน้าท้องเริ่มมีการปิด มี ๑๐ ตัว จะปล่อยลงทะเล โดยพิจารณาความเหมาะสมของสภาพอากาศก่อนปล่อย กลุ่มที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน สภาพแข็งแรง ส่วนของถุงไข่แดงหน้าท้องยังมีการปิดไม่สมบูรณ์ และส่วนของกระดองหลังมีลักษณะฝ้าสีขาวมี ๑๓ ตัว สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามีการติดเชื้อรา ทีมสัตวแพทย์จึงเก็บตัวอย่างเชื้อราด้วยวิธีเพาะเชื้อ จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำเกลือบริสุทธิ์ และเช็ดฆ่าเชื้อ ต้องอนุบาลต่อก่อนพิจารณาปล่อยต่อไป และกลุ่มที่มีสภาพร่างกายอ่อนแรงและยังคงเหลือถุงไข่แดงบริเวณหน้าท้อง ๑ ตัว ให้เฝ้าสังเกตอาการ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

นายโสภณ อธิบดี ทช. กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้นำลูกเต่ามะเฟืองทั้ง ๓ กลุ่ม อนุบาลในกระบะทรายที่สะอาด พักฟื้นในตู้ดูแลสัตว์ป่วยวิกฤติ (ICU box) ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิให้มีความเหมาะสม เพื่อดูแลให้มีความสมบูรณ์ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล พร้อมย้ำถึงความสำเร็จของกรม ทช. และทุกภาคส่วน ที่ร่วมมือร่วมใจกันตั้งแต่เริ่มแรกของการวางไข่เต่า ย้ายหลุมไข่ เฝ้าติดตาม กระทั่งลูกเต่าฟักเป็นตัว โดยตั้งแต่ปี 2560 – 2561 มีเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ 4 – 5 รังในแต่ละปี และนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ในปี 2562 – 2563 มีเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนมากถึง 7 รัง ขณะที่ก่อนหน้านี้พบว่าเต่ามะเฟืองทิ้งช่วงวางไข่ในพื้นที่มาประมาณ 5 – 6 ปี

ทั้งนี้ กรม ทช. และทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการเก็บขยะทะเล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เต่าทะเลเข้าใจผิดนึกว่าเป็นแมงกะพรุน และกินเข้าไปทำให้เต่าทะเลเสียชีวิตทำให้ปริมาณเต่าทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว บางพื้นที่เคยมีเต่าทะเลมาวางไข่เป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันนี้เหลือลดน้อยลงกว่าเดิม โดยเต่ามะเฟืองเป็น 1 ในสัตว์สงวนของไทยที่หายากที่สุด และเป็นสัตว์ที่แทบจะหมดหวังในการพบเจอ แต่นับว่าเป็นความโชคดีที่ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลกลับฟื้นคืนมาจนทำให้พบเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ขึ้นมาวางไข่อีกครั้ง เพราะหลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547 พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่น้อยมากและมีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากเต่ามะเฟืองจะวางไข่น้อยและเว้นช่วงนาน รวมทั้งมีขยะทะเลและเครื่องมือการทำประมงหลายชนิดที่ส่งผลกระทบต่อการเข้ามาผสมพันธุ์เพื่อวางไข่ของเต่ามะเฟือง ดังนั้น จึงขอฝากให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการปกป้อง ดูแลไข่เต่ามะเฟืองไม่ให้คนหรือสัตว์เข้าไปรบกวน อีกทั้งร่วมกันลดการใช้พลาสติกตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ที่มุ่งเน้นให้พื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลปราศจากขยะพลาสติก อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์
อย่างเต่ามะเฟืองอีกด้วย “นายโสภณ กล่าวทิ้งท้าย”


