บิ๊กฉัตร นำทีม กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี หนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สร้างวัคซีนความเข้มแข็งให้เกษตรกรสวนผลไม้จันทบุรี

16.02.20 | 09:00 น.

บิ๊กฉัตร นำทีม กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี หนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สร้างวัคซีนความเข้มแข็งให้เกษตรกรสวนผลไม้จันทบุรี

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา ลงพื้นที่จันทบุรี ติดตามความคืบหน้า การส่งเสริมและพัฒนา สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือ Smart farmer และ การทำเกษตรแม่นยำ Precision farming รวมทั้ง เกษตรปลอดภัย ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรแลพสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เข้าสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนเดินทางไปพบปะเกษตรกรในพื้นที่ ที่วิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียน จันทบุรี โดยให้อนุกรรมาธิการวุฒิสภาออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อรับฟังปัญหาทั้งด้าน การผลิต ด้านปัจจัยการผลิต ด้านสหกรณ์ และด้านปฏิรูปประเทศ โดยมี Young Smart Famer และเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนเข้าร่วม ซึ่งปัจจุบันจันทบุรีมีแปลงใหญ่กว่า 90 แปลง ทั้งสวนทุเรียน มังคุดและเงาะ ช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ราคาดีและมีคุณภาพมากขึ้น

Advertisement

พลเอกฉัตรชัย ระบุว่า สิ่งสำคัญจะต้องมีการส่งเสริม Smart farmer เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อนำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ และและสามารถทำการเกษตรแบบแม่นยำ หรือ Precision farming การเกษตรแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพราะปลูก เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร รวมทั้ง ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยีและใช้ประโยชน์จาก Mobile Applications ได้อย่างเต็มที่ เพราะจันทบุรีถือเป็น “เมืองผลไม้โลก” โดยรัฐบาลได้วางเป้าหมายให้จังหวัดจันทบุรี เป็นศูนย์กลางผลไม้ของประเทศ ดังนั้นต้องมีการวางแผนงาน โดยใช้วิธีการ เกษตรปลอดภัย หรือที่เราเรียกว่า “วัคซีน” ไว้ป้องกัน เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงต้องมีการเตรียมการป้องกันไว้ โดยให้มีการพัฒนาระบบคุณภาพมาตราฐานความปลอดภัย และระบบการตรวจรับรองคุณภาพ พร้อมดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้กับเกษตรกรด้านเกษตรปลอดภัย ที่สำคัญเกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มเพื่อกำหนดดีมาน และซับพลาย เกี่ยวกับความต้องการของตลาดในการส่งขายผลผลิต รวมทั้งจะเป็นตัวในการกำหนดราคาของผลผลิต โดยไม่ต้องผ่านพ่อคนกลางเป็นตัวกำหนด

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นไปตาม ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดให้วุฒิสภา มีหน้าที่ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการทำงานของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ดังนั้นแม้วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจหน้าที่เช่นรัฐบาล แต่ต้องการผลักดันให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ซึ่งกรรมาธิการการเกษตรวุฒิสภา เห็นว่า เกษตรกรต้องมีการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบใดแบบหนึ่ง เพื่อที่จะยกระดับให้เป็นวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ หรือผู้ประกอบการ และต้องวางแผนในการกำหนดสัดส่วน Smart farmer ในแต่ละปีตลอดระยะเวลา 5 ปีของการปฏิรูป ที่สำคัญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องถ่ายทอดเกษตรอัจฉริยะให้กับเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ ส่งผลให้เกิดการเพิ่ม ผลผลิตหรือลดต้นทุนการผลิต หรือเพิ่มรายได้ ผ่านโครงการสินเชื่อ Smart Farmer และ ผ่านกลไกสหกรณ์ SMALEs หรือ กลุ่มอำชีพ (ธกส.) ด้วย

ทั้งนี้ กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภาจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อเสนอต่อรัฐบาล และหน่วยวานที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับแผนได้ทันเวลา กรณีที่การดำเนินการไม่สะท้อนต่อการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์เต็มที่ และภาคการเกษตรของไทย เกิดความยั่งยืน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน