ททท. ปลุก 3 เทรนด์เที่ยว “ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ” MoreFood&Fun 8 มงคลสถาน-แปดริ้วฟู้ดเฟสต์

17.02.20 | 17:16 น.

ได้เวลาที่คนไทยจะแสดงพลังต่อสู้กับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน หันมาท่องเที่ยวช่วยใช้จ่ายเงินพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศโดยการออกเดินทาง “เที่ยวไทย เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย” ตอนนี้ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออก ตื่นตัวจัดแคมเปญกระตุ้นนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ More Food & Fun “ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ” นำร่องเปิดเทรนด์แรงๆ 3 สไตล์  “เส้นทางบุญ-ฟู้ดเฟสติวัล-ทัวร์ซีเอสอาร์” ปลุกกระแสความคึกคักครึ่งปีแรก 2563

“อรรถพล วรรณกิจ” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ดูแลพื้นที่เพื่อส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว 2 จังหวัด ตามกลยุทธ์ปี 2563 ชูขายฉะเชิงเทรา “เที่ยว 8 ริ้ว พลิ้วตามสายน้ำ” ส่วนโหมเที่ยวสนุก More Fun สมุทรปราการ” โดยร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ เอกชน ในพื้นที่ จัดทำโครงการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญที่จะสร้างบรรยากาศให้คนออกเดินทางใช้เงินท่องเที่ยว ช่วยกันหาทางออกจากกับดักสถานการณ์ตอนนี้ท่องเที่ยวกำลังประสบปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว

สถิติปี 2562 ททท.ฉะเชิงเทรา ได้ส่งเสริมการตลาดมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่กว่า 4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30 % สร้างรายได้กว่า 5,800 ล้านบาท เพิ่มกว่า 30 % เช่นกัน ปี 2563 ถึงแม้จะมีปัจจัยลบหลายเรื่องเข้ามา แต่ก็ต้องเร่งเพิ่มตามเป้าหมายใหม่ทั้งจำนวนและรายได้ขึ้นไปอีกไม่ต่ำกว่า 10 %

กลยุทธ์หลักๆ จะนำจุดเด่นการท่องเที่ยวฉะเชิงเทรากับสมุทรปราการ ผลิตแคมเปญเพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันด้วย 3 เทรนด์แรงๆ ปลุกกระแสการตลาดในประเทศ ประกอบด้วย เทรนด์แรก การท่องเที่ยวสายบุญครบทุกรูปแบบทั้งสายพุทธ พราหมณ์ เทรนที่ 2 การท่องเที่ยวเชิงอาหารวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น 8 ริ้วฟู้ดเฟสติวัล เทรนที่ 3 การท่องเที่ยวทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) แต่ละเทรนด์จะทำควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ (Tourism Responsible)

Advertisement

ผอ.อรรถพลกล่าวว่า ขณะนี้ได้ผลิตโปรแกรมการท่องเที่ยว 8 มงคลสถาน 8 ริ้ว” โดยได้รวบรวมทั้งสายวัดและพราหมณ์เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวขับรถแบบสะดวกง่ายๆ ไปตามเส้นทางบุญสะสมความเป็นสิริมงคล สามารถท่องเที่ยวได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อสัมผัสประสบการณ์มงคลดังนี้

มงคลที่ 1 “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” แวะกราบสักการะหลวงพ่อโสธร คู่บ้านคู่เมืองชาวแปดริ้ว เชื่อกันว่ากราบไหว้แล้วจะสมหวังดั่งปรารถนาทุกเรื่อง

มงคลที่ 2 “วัดโพรงอากาศ” อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ไหว้พระพิฆเนศปางประธานพรองค์ใหญ่สวยงามมาก อีกทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากอินเดีย

มงคลที่ 3 “วัดสมานรัตนาราม” อำเภอคลองเขื่อน ริมแม่น้ำบางปะกง มีพระพิฆเนศปางนอนสีชมพู องค์ใหญ่สุดในเมืองไทย สูง 16 เมตร ยาว 22 เมตร

มงคลที่ 4 “วัดโจ้โล้” อำเภอบางคล้า มีโบสถ์สีทองอร่ามทั้งหลังโดนใจนักท่องเที่ยว ภายในวัดยังมีเรือโบราณบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน

มงคลที่ 5 “อุทยานพระพิฆเนศองค์ยืน” อำเภอคลองเขื่อน เป็นองค์สัมฤทธิ์ขนาดใหญ่มาก มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างให้นักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร

มงคลที่ 6 “วัดบางปงโฆษิตาราม” อำเภอเมือง ศูนย์รวมเรื่องราวประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีหลักฐานเป็นพระพุทธรูปงดงามบ่งบอกถึงความเป็นมาของเมืองแปดริ้วด้วย ทั้งวิหารหลวงพ่ออู่ทอง และพระมหาเจดีย์พุทธวรญาณ

มงคลที่ 7 “วัดผาติการาม” อำเภอบ้านโพธิ์ มีหอธรรมะบารมีศักดิ์สิทธิ์ อยู่ท่ามกลางความร่มรื่น ทุกวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวสายวิปัสนาพากันมานั่งสมาธิจำนวนมาก และมีเรื่องราวความน่าสนใจทางด้านศิลปะ สงบเงียบ สวยงาม

มงคลที่ 8 “วัดหงษ์ทอง” อำเภอบางปะกง มีโบสถ์กลางน้ำให้เข้าไปสักการะพระธาตุคงคามหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ ชมทิวทัศน์ช่วงดวงอาทิตย์ตกดินไปพร้อมกับรูปปั้นพระอภัยมณี นางยักษ์ และตัวละครในวรรณคดี

เป็น 8 มงคลสถานแปดริ้ว ที่นักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดที่จะเดินทางมาแสวงหาความสนุกสุขทางใจ ได้ตลอดทั้งปี

ททท.ฉะเชิงเทรา ยังได้ชื่ออีก 4 วัดดัง เข้าร่วมโครงการโปรโมต 60 เส้นทางความสุข เพื่อให้ทาง ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกคัดเลือกอีกครั้งใน “ฉะเชิงเทรา” ได้แก่ วัดหลวงโสธรวรารามวรวิหาร วัดสมานรัตนาราม “สมุทรปราการ” เสนอวัดบางพลีใหญ่-กลาง วัดอโศการาม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคและเชื่อมโยงสู่พื้นที่ภาคตะวันออกทั้งหมด

ส่วนเทรนด์การขาย “ท่องเที่ยวเชิงซีเอสอาร์” เนื่องจากฉะเชิงเทรามีภาพลักษณ์เป็นเมืองอุตสาหกรรม ตอนนี้หลายพื้นที่จึงตื่นตัวเปิดพื้นที่เชิญชวนองค์กรต่างๆ ไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สู่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชนเกาะรักษ์ อำเภอบางปะกง จัดกิจกรรมสร้าง“คอนโดปู” และ “คอนโดปลา” นำเศษไม้ กิ่งมะพร้าว ต้นจาก ทำกระโจม ให้ปูปลามาวางไข่ เชิญชวนบริษัทต่างๆ มาช่วยกันรักษาอนุรักษ์สัตว์ทะเลบริเวณปากน้ำดังกล่าว

สำหรับเทรนด์ “การท่องเที่ยวเชิงอาหารและวิถีวัฒนธรรม” ททท.ฉะเชิงเทรา ยังคงคอนเซ็ปต์ของภูมิภาคตะวันออกที่เน้น More Food & Fruit ปีนี้เตรียจัดเพิ่มงาน “แปดริ้ว ฟู้ด เฟสต์” ครั้งที่ 3 ระหว่าง 1-3 พฤษภาคม 2563 ชวนเอกชนกว่า 200-300 ร้านนำอาหารอร่อยขึ้นชื่อเมืองแปดริ้วมาร่วมสร้างเมนูเด็ดให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันอย่างสนุก มีความสุข ณ บริเวณถนนมรุพงศ์ ริมแม่น้ำบางปะกง พร้อมทั้งเตรียมเชิญเชฟใหญ่ระดับประเทศมานำเสนอเมนูโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นตัวหลักในการปรุงแต่ละเมนูเสิร์ฟผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน อีกทั้งภายในงานได้แบ่งการจัดโซนหลักๆ ดังนี้ คือ โซนอาหารถิ่น โซนทรัคฟู้ด โซนสตรีทฟู้ด โซน D.I.Y.โดยใช้อาหารถิ่นแปดริ้วเป็นหลัก เพื่อสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้ทุกคน

ควบคู่การจัดท่องเที่ยวงานประเพณีช่วงมีนาคมนี้ ได้แก่ เทศกาลมะม่วงและของดีแปดริ้ว ประมาณปลายเดือนมีนาคม กับงาน “ขนมหวานของดีแปดริ้ว”

ททท.ฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าใช้งาน “แปดริ้ว ฟู้ด เฟสต์” เพิ่มวันพักค้างคืนเพื่อสร้างค่าเฉลี่ยวันพักเข้าพื้นที่ให้มากขึ้น ในแปดริ้วมีโรงแรมขนาด 200-300 ห้อง/โรงแรม ให้เลือก 2-3 แห่ง และโรงแรมขนาดกลางหลายแห่ง ประเมินแล้วแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวพื้นที่อื่นเข้าชมงาน แปดริ้ว ฟู้ด เฟสต์ วันละ 1,000-2,000 คน และคนในท้องถิ่นอีกวันละ 20,000-30,000 คน

ตามแผน ททท.เตรียมร่วมกับเอกชนหาแม่เหล็กจูงใจให้คนที่เข้ามาเที่ยวงาน “แปดริ้ว ฟู้ด เฟสต์” สามารถทำกิจกรรมเพิ่มเติม หรือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง สร้างจุดขายเพิ่มวันพักค้าง นอกจากจะเป็นทางเลือกที่ดีของนักท่องเที่ยวในประเทศ มีโอกาสได้ใช้จ่ายเงินกระจายสู่ท้องถิ่นแล้วต่อเนื่องแล้ว ยังจะสร้างประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนในและนอกพื้นที่ให้ผู้คนรู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อต่อยอดการขายท่องเที่ยวในระยะยาวต่อไป

ททท.ฉะเชิงเทรา จึงขอชวนทุกคนมาร่วม More Food & Fun กับทั้ง 3 เทรนด์เที่ยวเมืองแปดริ้วและสมุทรปราการอย่างมีความสุข สนุกสนาน ตลอดทั้งปี

เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน-บล็อกเกอร์ : gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen