“CKPower”โชว์กำไรปี 2562 โตพุ่ง 28% ย้ำเดินหน้าผลิตไฟฟ้าสะอาด เติบโตคู่ชุมชน-สิ่งแวดล้อม

26.02.20 | 14:47 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “CKPower” ชื่อย่อหลักทรัพย์ “CKP” เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย ในปี 2562 ว่า CKPower มีรายได้รวม 8,840 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28% อยู่ที่จำนวน 769 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2562 มีรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าสถานีไฟฟ้าย่อยนาบง ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่สิ้นปี 2561 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ที่เริ่มซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2562 เป็นไปตามกำหนดเวลาตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ. นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563

นายธนวัฒน์กล่าวว่า ในปี 2562 CKPower ยังเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา รวม 5 โครงการ คือ 1.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตติดตั้ง 0.89 เมกะวัตต์ 2.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บางเลน จ.นครปฐม กำลังการผลิตติดตั้ง 0.97 เมกะวัตต์ 3.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พุทธมณฑลสาย 5 จ.นครปฐม กำลังการผลิตติดตั้ง 0.97 เมกะวัตต์ 4.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มหาชัย จ.สมุทรสาคร กำลังการผลิตติดตั้ง 0.72 เมกะวัตต์ และ 5.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร กำลังการผลิตติดตั้ง 0.52 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด อีกร้อยละ 5.33 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนเพิ่มเติมรวม 681.5 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมในโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 จาก 42.0 % เป็น 46.0 %


“นอกจากนี้ มีการปรับโครงสร้างทางการเงินปี 2562 ทางบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (“NN2”) ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ รวม 6,000 ล้านบาท โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (ทริส) จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2562 ที่อันดับ “A” และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดอื่นๆ ทั้งหมดของ NN2 เป็นอันดับ “A” และมีแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดย NN2 ได้นำเงินจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เหลือทั้งหมดเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน”
นายธนวัฒน์กล่าว

นายธนวัฒน์กล่าวว่า บริษัทฯ ยังทยอยรับเงินจองซื้อหุ้นสามัญจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ CKP-W1 จำนวน 4,556 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (Net Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.62 เท่า ณ สิ้นปี 2562 แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางการเงิน พร้อมที่จะลงทุนในโครงการใหม่เพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง

Advertisement


“ในปี 2563 นี้ บริษัทฯ คาดว่าจะมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เต็มกำลังผลิตตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจด้านผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป สิ่งหนึ่งที่บริษัทฯดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือการมุ่งมั่นต่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยถือเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาด ตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UNSDG : United Nations Sustainable Development Goals) ผ่านกิจกรรมต่างๆ ครอบคลุมทั้งในประเทศและสปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงไฟฟ้าเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป”นายธนวัฒน์กล่าว