โอกาสทองเด็กไทย! 7 – 8 มี.ค.นี้ “มหกรรมงานศึกษาต่อประเทศอินเดีย”

26.02.20 | 17:30 น.

อย่าพลาด! “มหกรรมงานศึกษาต่อประเทศอินเดีย” ครั้งที่ 13  ระหว่างวันที่ 7 – 8 มี.ค. 2563 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตทาว์น ฮอลล์  ขนมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และ โรงเรียน ระดับหัวแถวของอินเดียมาแนะแนวแบบตัวต่อตัว ถึงเส้นทางเรียนต่อ การันตีเรียนต่ออินเดีย ราคาย่อมเยาแต่คุณภาพเทียบชั้น อังกฤษ – อเมริกา เรียนจากประสบการณ์จริงจาก “กูรู” ระดับหัวกระทิของประเทศ

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 ที่สามย่านมิตทาว์น Mr.Sanjeev Bolia ผู้บริหาร Affairs Exhibitions & Media Pvt.Ltd กล่าวเปิดงาน “มหกรรมงานศึกษาต่อประเทศอินเดีย” ครั้งที่ 13 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 มี.ค. 2563 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตทาว์น ฮอลล์ ว่าเป็นงานมหกรรมแนะแนวการศึกษาอินเดียที่ได้รวบรวมสถาบันการศึกษาระดับแถวหน้าของอินเดียมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนประจำ สาเหตุที่เด็กไทยนิยมไปเรียนที่ประเทศอินเดียเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากวิชาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) วิศวกรรมศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้าสูงมาก ที่สำคัญค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาราคาย่อมเยาวแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ที่สำคัญประเพณีวัฒนธรรมไทย – อินเดีย ใกล้เคียงกัน

น.ส.ธนิษฐา แดนศิลป์  ศิษย์เก่าระดับปริญญาโท สาขาภาพยนตร์ และโทรทัศน์ จากมหาวิทยาลัยปูเน่ กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนมีจุดเด่นตรงที่นำบุคคลที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจในแขนงต่างๆมาเป็นอาจารย์ผู้สอนที่ล้วนเป็นคนอินเดียแท้ ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าบุคลากรของอินเดียศักยภาพสูงมากด้านไอทีได้เป็นผู้บริหารองค์กรระดับโลก เช่น นายสัตยะ นาเดลลา ประธานผู้บริหารบริษัท ไมรโครซอฟท์ หรือ นายซันดาร์ พิชัย ซีอีโอ ของ Google เป็นต้น ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนแต่ละคนที่มาสอนล้วนมีความรู้ความสามารถระดับหัวกระทิของประเทศ มีผลงานด้านวิชาการหรือเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิชาการสื่อสารและดาวเทียม ทางมหาวิทยาลัยจะเชิญผู้อำนวยการใหญ่จากองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ไอเออาร์โอ) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านอวกาศของอินเดียเทียบได้กับ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ของสหรัฐอเมริกามาให้ความรู้ถึงห้องเรียน หรือ ผู้อำนวยกำกับภาพยนตร์ระดับแนวหน้าของ Bollywood ที่ผลิตหนังดังก้องโลกมาสอนวิชาการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ดังนั้นการเรียนการสอนของอินเดียจะได้เรียนรู้จากผู้รู้ที่มีประสบการณ์ตรง มิใช่เรียนจากตำรา หรือ อาจารย์จบใหม่

นอกจากนี้ระบบการเรียนการสอนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และ ตำราต่างๆ ทันสมัยโดยเฉพาะหนังสือประกอบการเรียนการสอนนำเข้าจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาในราคาถูก เพราะรัฐบาลอินเดียส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังสือต่างประเทศ ต้องราคาถูกกว่าประเทศต้นทาง พร้อมกับสนับสนุนให้มีการแปลเป็นภาษาถิ่นเผยแพร่แก่คนอินเดียได้อ่านทันที หากเห็นว่าหนังสือเล่มใดมีประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  และ อินเดียมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย เช่น นิทรรศการ และ กิจกรรมต่าง ๆ ที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้นอกรั้วมหาวิทยาลัย เพราะอินเดียเป็นชาติที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จึงฐานความรู้ชั้นดีของเอเชีย เป็นแหล่งผลิตงานวิจัยและพัฒนาหลากหลายสาขาวิชา บรรดานักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างมาทำงานวิจัยที่อินเดีย เพราะมีฐานความรู้รองรับ อาทิ วิทยาศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ โดยเฉพาะชาติอาเซียนเนื่องจากมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมเอเชียคล้ายกัน งานวิจัยและพัฒนาบางอย่างเหมาะสมนำไปประยุกต์ต่อยอดใช้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปเริ่มต้นใหม่

Advertisement

“คนไทยซื้อหนังสือต่างประเทศแพงมาก ต่างจากคนอินเดียได้อ่านหนังสือดีๆ ราคาถูก เหมือนคนอังกฤษ หรือ สหรัฐฯ อ่านในราคาที่ถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะรัฐบาลอินเดียสนับสนุนการศึกษาผ่านการเข้าถึงการอ่าน ยิ่งหนังสือเล่มใดเนื้อหาดีๆ จะรีบแปลให้คนในประเทศอ่านทันที นี่จึงเป็นเหตุผลทำให้คนอินเดียถึงเก่งและฉลาดได้เป็นซีอีโอองค์กรระดับโลก” น.ส.ธนิษฐา กล่าวถึงสาเหตุที่คนทั่วโลกนิยมไปเรียนที่อินเดีย

ด้าน น.ส.ชาลิสา มาธูร์ ผู้อำนวยการศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศอินเดีย กล่าวว่าเหตุผลอันดับแรกที่นักเรียนในระดับประถมและมัธยมนิยมมาเรียนที่อินเดีย เพราะ 1.ต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2.ระบบการศึกษาราคาถูกแต่คุณภาพดี อาทิ ค่าเรียนในโรงเรียนประจำ 1.5 – 2 แสนบาทต่อคน โดยรวมค่าใช้จ่ายด้านที่พักและอาหาร ที่สำคัญค่าครองชีพต่ำมาก 3.ได้รับการฝึกความมีระเบียบวินัย เพราะตัวอย่างเด็กไทยที่ไปเรียนพบความแตกต่างเมื่อกลับมาเมืองไทยมีทักษะภาษาอังกฤษ ไอที และ ความมีระเบียบวินัยสูงด้านความรับผิดชอบในตัวเอง โดยเฉพาะนิสัยติดโทรศัพท์มือถือ หรือ เกมลดลง มีความใส่ใจกิจกรรมอื่นมากขึ้น เพราะระบบการเรียนการสอนอินเดีย เคร่งครัดเรื่องการเล่นโทรศัพทมือถือ เพราะต้องการให้เด็กมุ่งความสนใจเฉพาะการเรียนการสอนกับกิจกรรมในชั้นเรียน เช่น ขี่ม้า ยิงปืน วาดรูป ทำอาหาร ร้องเพลง ดนตรี ฯลฯ และ 4. การรักษาความปลอดภัยระดับสูงมากทุกจุดในห้องพักมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและตรวจตราความเรียบร้อยตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

“หากส่งลูกมาเรียนที่อินเดีย ไม่ผิดหวังเด็ก พัฒนาการภาษาอังกฤษได้ไวมาก เพราะอินเดียเป็นชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นอันดับสองของโลก มีทั้งหลักสูตรอินเดีย และ นานาชาติ ให้เลือกคุณภาพเทียบชั้น Cambridge แต่อินเดียราคาถูกกว่ามาก แต่ได้คุณภาพไม่ต่างกัน ผู้ปกครองคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าส่งลูกไปเรียนพอกลับมากลายเป็นเด็กมีระเบียบวินัย จากไม่เคยกินผัก กลายเป็นเด็กไม่เลือกมาก และทำทุกอย่างเป็นเวลามีความรับผิดชอบสูง เลิกติดมือถือแต่เก่งคอมพิวเตอร์แทน” น.ส.ชาลิสา กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเด็กเมื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย

สำหรับ “มหกรรมงานศึกษาต่อประเทศอินเดีย” ครั้งที่ 13 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 มี.ค. 2563 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตทาว์น ฮอลล์ ภายในงานจะพบกับบูธจากสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับประถม จนถึงมัธยม ที่มาร่วมออกบูธและให้คำแนะนำแก่น้อง ๆ ผู้ปกครองและผู้สนใจไปศึกษาต่อประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลักสูตรการเรียนการสอนครอบคลุมหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ บัญชี และมนุษยศาสตร์ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท รวมถึงการให้คำแนะนำเส้นทางวิชาชีพและอาชีวศึกษา โดยภายในงานจะได้พบปะ พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึษา ตัวแทนจากสถาบันการศึกษาในระดับต่างๆ โดยตรง เช่น ตัวแทนจากโรงเรียนหญิล้วน หรือ โรงเรียนสหศึกษา แบบตัวต่อตัว ที่จะมาให้คำแนะนำอย่างถูกต้องแม่นยำในการเลือกหลักสูตรการเรียน อาทิ IB , Cambridge , ICSE และ CBSE ในบรรยากาศเป็นกันเอง

นับเป็นโอกาสดีสำหรับน้องๆ คนไทย ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ที่สนใจอยากรู้จักระบบการศึกษาของประเทศอินเดียมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ เส้นทางอาชีพ วิธีสมัครเข้าเรียน คุณสมบัติในการสมัครเรียน ค่าเล่าเรียน และ ทุนการศึกษา ติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ก /The GreatIndia Education Fair Thailand หรือ ไลน์ / @indiaedufair อย่าพลาด!ค่าใช้จ่ายฟรีตลอดงาน