เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2563 ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย พร้อมกับติดตามการดำเนินงานป้องกันไฟป่าและหมอกควันบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และร่วมกิจกรรมทำแนวกันไฟบริเวณหลังองค์พระพุทธเมตตา
นอกจากนี้ ยังได้นำคณะผู้บริหารทำกิจกรรมขยะคืนถิ่น มอบขยะให้นักท่องเที่ยวนำกลับลงจากยอดภูกระดึง และกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกชนิดหูหิ้วในเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งสำรวจพื้นที่เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และร้านค้าต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ พร้อมคณะผู้บริหาร ทส.และผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ตัดสินใจใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแทนการนั่งเฮลิคอปเตอร์ เนื่องจากต้องการตรวจสอบความเสียหายจากสถานการณ์ไฟป่าภายในอุทยานแห่งชาติ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับมือกับไฟป่า
นายวราวุธกล่าวว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่อยู่บนภูกระดึงทุกคนที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักจนสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ซึ่งไฟป่าที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องเสียป่าไปถึงกว่า 3,400 ไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่กว่า 10% ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อย่างไรก็ตามจากที่ได้เดินเท้าสำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิด ยังพอเห็นสัญญาณดีอยู่บ้างจากการที่ต้นสนหรือต้นไม้ทั้งหลายที่ถูกไฟป่า มีการแตกหน่อออกมาซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มเจริญเติบโตกันใหม่อีกครั้ง และคาดว่าประมาณ 80% ของพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จะยังมีโอกาสได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ยังคงต้องรอให้ได้น้ำสัก 1 ฤดูฝน เพื่อให้ป่าฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะปีนี้พื้นที่ภูกระดึงก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ต้องขาดน้ำ ซึ่งนี่เป็นสาเหตุว่าทำไมปีนี้อุทยานแห่งชาติฯจึงตัดสินใจปิดภูกระดึงเร็วขึ้น 2 เดือน จากเดิมที่ปิด 4 เดือน เป็นปิด 6 เดือน เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้และภูมิประเทศฟื้นฟูตัวเองได้
“99.9% ของการเกิดไฟป่าทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นบนภูกระดึงในครั้งนี้ ล้วนเป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยความมักง่าย ความไม่รอบคอบ ความประมาท หรือด้วยเจตนาใดก็ตาม แต่ผมอยากให้เราทุกคนได้เห็นเป็นบทเรียนถึงความเสียหายที่ตามมา ครั้งนี้เรายังโชคดีที่ป่ายังมีโอกาสฟื้นกลับคืนมาได้ ดังนั้นผมจึงอยากขอฝากไปถึงประชาชนทุกคนให้ช่วยกันดูแลธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้ เพราะนี่คือสมบัติของพวกเราทุกคน เราต้องช่วยกันดูแลเพื่อที่จะส่งต่อไปให้ลูกหลานของเราในอนาคต”

รมว.ทส.กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการป้องกันไฟป่าในอนาคตนั้น นอกจากการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาเสริมประสิทธิภาพการทำงานป้องกัน รวมถึงการทำงานเชิงรุกต่างๆ แล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังได้กำชับไปยังหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ ให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในพื้นที่ ในการออกลาดตระเวนป้องกันการเกิดไฟป่า และหากพบผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเผาป่า ก็ให้ดำเนินการทันทีโดยไม่ละเว้น ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม จะต้องถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด


