กปน.กับภารกิจยิ่งใหญ่ สู้ภัยแล้ง

12.03.20 | 16:07 น.

วิกฤติแล้ง กับภารกิจของ กปน. ในการบริหารจัดการน้ำบริการประชาชน ผู้ว่าฯ ยืนยัน น้ำประปาสำคัญ ผลิต-ส่ง เพียงพอตลอดหน้าแล้งนี้

 ข่าวภัยแล้งปีนี้ฟังดูรุนแรงมากขึ้น น้ำในเขื่อนมีปริมาณจำกัดเพื่อให้ใช้ได้อย่างเพียงพอก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ การประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำประปาสะอาดปลอดภัยส่งตรงทุกครัวเรือน ภัยแล้งปีนี้ถือเป็นโจทย์ท้าทาย สำหรับ กปน. ในการรับมือ และบริหารจัดการน้ำในช่วงภัยแล้งนี้

นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า กปน. เฝ้าติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะบริหารจัดการน้ำให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทนช.) กรมชลประทาน (ชป.) และกรุงเทพมหานคร

“การประปานครหลวงยืนยันว่า จะดำเนินการผลิตน้ำประปาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าแล้งนี้ เพราะน้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยขอเน้นย้ำว่าคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวงทุกแห่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ทุกประการ” ผู้ว่าการ กปน. กล่าว  

Advertisement

 เปิดแผนบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้งนี้

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้งปีนี้ กปน. ได้วางแผนแก้ไขปัญหา โดยแบ่งออกเป็น            3 ระยะ คือ ระยะสั้น กลาง และยาว

ระยะสั้น : กปน. ได้เผชิญปัญหา การรุกล้ำของน้ำเค็มในพื้นที่สถานสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี       ซึ่งเป็นจุดรับน้ำดิบของ กปน. อันเป็นเหตุให้เกิดปัญหาน้ำประปากร่อย

กปน. บริหารจัดการโดยหลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบเพื่อนำมาผลิตน้ำประปา ในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง ทั้งยังร่วมกับกรมชลประทาน ในการดำเนินการปฏิบัติการ Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation (กระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา) เพื่อลดการรุกล้ำของน้ำเค็มที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล  จ.ปทุมธานี

ผู้ว่าการ กปน. ได้เปิดเผยถึงวิธีปฏิบัติการ Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation (กระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา) ว่า กปน. จะหยุดการสูบน้ำดิบเข้าคลองประปาในช่วงน้ำลง เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ขณะที่กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนพระรามหก และส่งน้ำผ่านคลองสาขา เพื่อนำน้ำจากด้านตะวันตกมาเจือจาง เพื่อปล่อยมวลน้ำก้อนใหญ่ลงมาตามลำน้ำเจ้าพระยา ในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งเปิดประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ในช่วงน้ำลงเพื่อเร่งกระแทกน้ำลงอ่าวไทยให้เร็วขึ้น และปิดในช่วงเวลาน้ำขึ้นเพื่อชะลอการหนุนของน้ำให้ช้าลง

ปัจจุบัน ได้ดำเนินการมาแล้ว 6 ครั้ง ครั้งแรกลิ่มความเค็มลงไปไกลกว่าสำแล ราว 5 กม. ครั้งที่ 2 ลงไปไกลกว่าสำแล ราว 10 กม. ครั้งที่ 3 ลงไปไกลกว่าสำแลเกือบ 14 กม. ครั้งที่ 4 ลงไปไกลกว่าสำแลเกือบ 11 กม. ครั้งที่ 5 ลงไปไกลกว่าสำแลเกือบ 9 กม. และครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 6 – 9 มีนาคม ที่ผ่านมา สามารถไล่ลิ่มความเค็มลงไปไกลกว่าสำแลประมาณ 14 กม.

ผู้ว่าการ กปน. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กปน. ยังได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร  สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เพื่อใช้ในการเพิ่มปริมาณการสูบน้ำดิบจากคลองประปาฝั่งตะวันตก ผันลงสู่คลองบางโสน บางเลน และระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยเจือจางและผลักดันลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก รวมทั้งขอความร่วมมือระบายน้ำทิ้งที่ได้รับการบำบัดแล้วผ่านอุโมงค์ยักษ์ กทม. ในช่วงวันและเวลาเดียวกัน ประมาณ 30 ลบ.ม. ต่อวินาที เพื่อเป็นการสนับสนุนปฏิบัติการ Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation ในครั้งนี้ด้วย

ระยะกลาง : กปน. ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 9 โดยมีวัตถุประสงค์ เช่น ขยายกำลังการผลิตน้ำของโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต การก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ เชื่อมฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเพิ่มอีกหนึ่งเส้นทาง รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนงานปรับปรุงคลองประปาฝั่งตะวันตกเพื่อรองรับอัตราการไหลที่ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เช่น เพิ่มกำลังการผลิตน้ำที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ การก่อสร้างขยายถังเก็บน้ำใสที่โรงงานผลิตน้ำบางเขน เป็นต้น

ระยะยาว : กปน. ได้เตรียมโครงการผันน้ำดิบจากคลองประปาฝั่งตะวันตกเข้าสู่คลองประปาฝั่งตะวันออก ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงในการใช้น้ำประปาของประชาชนในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ อย่างยั่งยืน

มาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงประสบปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง

ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า ทาง กปน. มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในหน้าแล้งนี้หลายด้าน ได้แก่

  • เปิดจุดจ่ายน้ำประปาดื่มได้ ประชาชนสามารถนำภาชนะมารองรับน้ำประปาได้ฟรี ที่สำนักงานประปาสาขาทั้ง 18 แห่ง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
  • จัดรถน้ำดื่มให้บริการฟรีในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ
  • ติดตั้งระบบผลิตน้ำ Reverse Osmosis  (mobile RO)  ในพื้นที่ของการประปานครหลวง 10 จุด สำหรับให้บริการประชาชนฟรี
  • ติดตามคุณภาพน้ำประปาได้ทุกที่ทุกเวลา กปน. ได้จัดทำการคาดการณ์คุณภาพน้ำประปารายวัน เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบถึง
    ค่าคลอไรด์ และค่าความนำไฟฟ้า ในวันที่น้ำประปามีคุณภาพและรสชาติปกติ ขอแนะนำให้ประชาชนสำรองน้ำไว้เพื่อการบริโภค
  • ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำจาก กปน. อย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถติดตามสถานการณ์น้ำประปาประจำวันผ่านทุกช่องทางจาก กปน. ได้ดังนี้ Facebook Twitter และ Line@ ในชื่อ MWAthailand, แอปพลิเคชัน MWA onMobile, http://twqonline.mwa.co.th และMWA Call Center 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง

     

  • เชิญชวนประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ

    นอกจากนี้ ยังคงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันประหยัดน้ำ เพื่อผ่านวิกฤติภัยแล้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยการใช้น้ำในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ลดเวลาการใช้น้ำให้น้อยลง เช่น ปิดน้ำเมื่อถูสบู่ ใช้แก้วรองน้ำขณะแปรงฟัน ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้ เพราะการเปิดน้ำเพียง 1 นาที จะสูญเสียน้ำถึง 9 ลิตร หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์การใช้น้ำและระบบประปาภายในบ้านตนเอง ลงมือซ่อมแซมทันทีหากพบการแตกรั่ว รวมทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีฉลากประหยัดน้ำ ที่ได้รับการรับรองจาก กปน. ที่จะช่วยประหยัดน้ำภายในบ้านได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากพบเห็นท่อประปาในพื้นที่สาธารณะแตกรั่ว สามารถแจ้งได้ที่ MWA Call Center 1125 หรือแอปพลิเคชัน MWA onMobile ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดการสูญเสียน้ำประปา และสงวนน้ำต้นทุนไว้ให้ทุกภาคส่วนใช้อย่างเพียงพอ