กว่าจะเป็นน้ำประปา : ตอน 1 เปิดขั้นตอน ระบบผลิตน้ำประปา

14.03.20 | 09:00 น.

น้ำที่เราใช้กันทุกวันนี้มาจากไหน?
กระบวนการผลิตน้ำประปาเป็นอย่างไร?
คุณเคยสงสัยกับเรื่องราวเหล่านี้ไหม…วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ก่อนอื่นเราขอแนะนำให้รู้จัก 2 หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำประปาในประเทศไทยมีหน่วยใดบ้าง คือ การประปานครหลวง (กปน.) และ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)

ทั้ง 2 หน่วยงานเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการประชาชน โดย กปน. ผลิตน้ำประปาให้บริการในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ขณะที่ กปภ. ให้บริการน้ำประปาในพื้นที่ 74 จังหวัดของประเทศไทย

กว่าจะเป็นน้ำประปาใสสะอาดให้ประชาชนอุปโภคและบริโภคต้องผ่านกรรมวิธีผลิตน้ำ โดยพิจารณาจากแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ เช่น ถ้าใช้น้ำดิบผิวดิน (น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ คลอง) มักใช้ระบบการตกตะกอน และการกรอง ตามด้วยการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน นอกจากนี้ ยังมีการผลิตน้ำประปาจากน้ำบาดาล น้ำประปาภูเขา รวมถึง การนำน้ำทะเลมาผลิตน้ำประปาด้วยระบบ Reverse Osmosis (RO) ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ติดทะเลหรือหมู่เกาะต่าง ๆ

โดยทั้ง 2 หน่วยงานก็มีกรรมวิธีและวิธีการผลิตน้ำประปาที่ต่างกัน สำหรับ กปน. มีแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา มาจากน้ำผิวดิน 2 แหล่งด้วยกัน คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง

Advertisement

-ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รับน้ำเข้าคลองประปาฝั่งตะวันออก ที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี และนำไปผลิตเป็นน้ำประปาผ่านโรงงานผลิตน้ำบางเขน โรงผลิตน้ำสามเสน และโรงงานผลิตน้ำธนบุรี

-ลุ่มน้ำแม่กลอง รับน้ำเข้าคลองประปาฝั่งตะวันตก ที่จุดรับน้ำดิบท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และส่งมาผลิตที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์

หลังจากนั้นน้ำดิบจากทั้งสองแหล่ง จะมาผ่านกรรมวิธีการผลิตน้ำประปาของ กปน. ด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

-ระบบสูบน้ำดิบ (Raw Water System)

-ระบบจ่ายสารเคมี (Chemical Feeding System) เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ อาทิ สารส้มที่ช่วยในการตกตะกอน การเติมปูนขาวที่ช่วยปรับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ และการเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค โดย กปน. ได้ควบคุมปริมาณคลอรีนอิสระ* ในทุกขั้นตอนการผลิตน้ำประปา ซึ่งค่าคลอรีนอิสระปลายทางที่บ้านพักอาศัยของประชาชนไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรคและรักษาคุณภาพน้ำ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)

*คลอรีนอิสระ (Free residual Chlorine) เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ควรจะมีคลอรีนในรูปของ HOCl เหลืออยู่ในน้ำประปาจนถึงบ้านของผู้ใช้น้ำ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับการฆ่าเชื้อโรคในน้ำทั้งแบคทีเรียและไวรัสโดยทั่วไป ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

-ระบบการตกตะกอน (Sedimentation System) เพื่อแยกอนุภาคของแข็งหรือกลุ่มตะกอนออกจากน้ำใสด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ในน้ำที่เป็นสาเหตุให้น้ำขุ่น นอกจากนี้ยังกำจัดจุลินทรีย์ต่าง ๆ ออกจากน้ำได้

-ระบบการกรองน้ำ (Filtration System) ด้วยสารที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกำจัดตะกอนและจุลินทรีย์ ที่ยังคงเหลืออยู่ในน้ำทำให้น้ำใสมากขึ้น

-ระบบฆ่าเชื้อโรคและระบบถังเก็บน้ำใส (Disinfection System and Treated water reservoir) ด้วยคลอรีน โดยแต่ละขั้นตอนการผลิตน้ำจะมีนักวิทยาศาสตร์คอยตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตลอดเวลา ก่อนจ่ายน้ำเข้าสู่ระบบท่อ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำประปาที่ผลิตโดยการประปานครหลวงมีคุณภาพดี

-ระบบสูบส่งน้ำและสูบจ่ายน้ำ (Transmission and DistributionSystem)

กปน. มีปริมาณน้ำผลิตจ่ายจากโรงงานผลิตน้ำ 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตบางเขน โรงงานผลิตน้ำสามเสน โรงงานผลิตน้ำธนบุรี และโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ โดยในช่วงหน้าแล้ง กปน. จะผลิตน้ำประปาเฉลี่ยวันละ 5.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

กว่าจะเป็นน้ำหนึ่งหยด ต้องผ่านกรรมวิธีมากมายเพื่อให้น้ำประปาสะอาด ปลอดภัยต่อการบริโภค ซึ่งกปน.ผลิตน้ำให้เป็นไปตามคำแนะนำมาตรฐานน้ำปลอดภัย (Water Safety Plan: WSP)และคำแนะนำตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO)

ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้บางช่วงน้ำประปามีรสชาติกร่อย แล้วทำไมกปน. ไม่ใช้ระบบผลิตน้ำแบบ RO?

ระบบผลิตน้ำแบบ RO หรือ Reverse Osmosis เป็นระบบผลิตน้ำที่มีประสิทธิภาพกรองเอาเกลือแร่ต่าง ๆ ในน้ำออกจนหมดสิ้น โดยกระบวนการผลิตน้ำ RO สามารถนำน้ำทะล หรือ น้ำเค็มมาผลิตเป็นน้ำจืดได้ แต่ในกระบวนการผลิตครั้งนึงจากการนำน้ำทะเล 100 ส่วน จะสามารถผลิตน้ำประปา (น้ำจืด) ได้เพียงแค่ 30 ส่วนเท่านั้น อีก 70 ส่วนจะเป็นน้ำที่มีความเค็มเข้มข้นสูงมากกว่าปกติเกือบ 2 เท่า ถูกระบายกลับลงสู่น้ำทะเล
ซึ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ พืช สัตว์น้ำ และระบบนิเวศน์ ส่วนใหญ่ระบบผลิตน้ำ RO จะใช้ในพื้นที่ที่ติดกับทะเล มีการขาดแคลนน้ำจืด รวมถึงการใช้งานในอุตสาหกรรมที่ต้องการน้ำที่ปราศจากแร่ธาตุ เช่น การใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น แต่สำหรับ กปน. ยังสามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำจืดได้เป็นอย่างดี

บทความในตอนหน้าจะนำเสนอการใช้ระบบ RO ผลิตน้ำต้องคำนึงถึงอะไรบ้างโปรดติดตาม