“สวนนงนุช พัทยา” หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อในภาคตะวันออกของประเทศไทยมาตลอดหลายสิบปี และได้รับความนิยมไปไกลถึงระดับโลก จนติดอันดับ 1 ใน 10 ของสวนที่สวยที่สุดในโลก อีกทั้งปัจจุบันยังเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี: EEC) ด้วย โดยมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1,700 ไร่ และมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ครบครัน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลาย ซึ่งมีผู้เข้าเยี่ยมชมไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อวัน

- ท่องเที่ยว-เรียนรู้ สวรรค์บนดินของนักเดินทาง
สวนนงนุช พัทยา ตั้งอยู่ระหว่าง พัทยา – สัตหีบ หลักกิโลเมตรที่ 163 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นสถานที่ใจกลางของเมืองฝั่งตะวันออก ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก เดินทางสะดวก โดยภายในพื้นที่กว่า 1,700 ไร่นี้ นักท่องเที่ยวจะได้เต็มอิ่มไปกับกิจกรรมที่หลากหลายตลอดทั้งวัน ทั้งสวนในรูปแบบต่างๆ มากกว่า 20 สวน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์กว่า 18,000 ชนิด ที่สามารถเลือกเดิน ปั่นจักรยาน หรือนั่งรถชมสวนได้อย่างทั่วถึง เช่น
สวนฝรั่งเศส จากแนวคิดการจัดสวนรูปทรงเรขาคณิตจากสวนด้านหลังพระราชวังแวร์ซายน์ โดยนำสถาปัตยกรรมต่างๆ มาประดับเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสวยงามแปลกตา เช่น ตุงกระด้าง เจดีย์จำลอง ตู้โทรศัพท์สีแดงจากประเทศอังกฤษ เป็นต้น, สวนรวมพันธุ์ไม้ รวบรวมพันธุ์ไม้หายากและพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก รวมถึงสมุนไพรไทยและไม้หอม, อากาเว่ สวนของต้นไม้ที่อยู่ในตระกูลพืชใช้น้ำน้อย ที่นำมาตกแต่งไว้ในมุมสูงที่รับแสงแดด โดยใช้ลักษณะใบไม้เป็นแนวนำทางสายตาไต่ระดับจากมุมต่ำไปหามุมสูง, สวนบอนไซ จัดแสดงศิลปะของการทำต้นไม้ให้มีขนาดเล็กที่มีมาแต่โบราณ มีความสวยงามแปลกตาและทรงคุณค่า, สวนกล้วยไม้ ชมกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ จากทั่วโลก และกล้วยไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ที่สวนนงนุชพัทยาได้ทำการผสมสายพันธุ์ขึ้นเอง, สวนกระถาง จัดแสดงกระถางดินเผา จากภูมิปัญญาของคนไทยที่น่าทึ่งและน่าประทับใจ ที่ทำขึ้นเองมากกว่าหนึ่งแสนใบมาเรียงร้อยเป็นรูปทรงต่างๆ, สโตนเฮ้นจ์ พบการแสดงหิน จากชุดหินที่มีลักษณะเป็นแท่งเหลี่ยมคล้ายกับหินที่สโตนเฮ้นจ์ ประเทศอังกฤษ ประดับตกแต่งด้วยไม้พุ่มที่มีสีสันสวยงาม, สวนสับปะรดสี ชมความงามของสับปะรดสีกว่า 350 ชนิด ที่ได้นำเข้ามาพร้อมกับขยายสายพันธุ์ให้ได้ลูกผสมใหม่ๆ จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวบรวมเพาะขยายพันธุ์สับปะรดสีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, สกายวอล์ค เส้นทางเดินระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ที่นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับการชมโครงสร้างการจัดภูมิทัศน์สัตว์จากมุมด้านบน (Bird Eye View) โดยสามารถมองเห็นบริเวณต่างๆ ได้ในมุมมองที่สวยงามและแตกต่างจากการเดินชมสวนแบบปกติ, สวนแคตตัส ชมความงดงามของตะบองเพชรและไม้อวบน้ำ หลากหลายสายพันธุ์กว่า 300 ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก และเสน่ห์ของดอกตะบองเพชรที่สวยงามตามช่วงเวลาและฤดูกาลที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สถานที่ทางพุทธศาสนา อาทิ ธงมนต์ตรา ประเทศภูฎาน, พุทธปฏิมากร ประจำวันเกิด, 9 พุทธปฏิมากร คู่บ้านคู่เมืองของไทย ณ บุษบก สวนลอยฟ้า, หลวงพ่อสุขใจ ณ ศาลาเทวดา, ศาลท่านท้าวมหาพรหม และศาลาศรีเมือง
ชมการแสดงแสง สี เสียง ศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยสุดประทับใจ ทั้งลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อย สลับกับศิลปะการต่อสู้ที่เข้มแข็งดุดัน ประดับด้วยฉากที่บรรจงสรรสร้างมาอย่างสวยงาม เช่น ระบำสี่ภาค ระบำเทพนฤมิต มหกรรมกลอง ยุทธหัตถี มวยไทย ฯลฯ มาพร้อมการแสดงช้างแสนรู้ ทั้งด้านกีฬา ศิลปะการเต้นรำ ณ ลานแสดงช้าง
อีกทั้งยังมีบุปเฟ่ต์ผลไม้ เวิร์คช็อปทำอาหารไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ณ บริเวณนงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ หรือสวนนงนุช 2 ตลอดจนมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ บริการห้องพัก สปา ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ เป็นต้น เรียกได้ว่ามาที่เดียวครบ จบทุกรูปแบบการพักผ่อน เหมาะอย่างยิ่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกจะมาเลือกใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อน ณ สวนนงนุช พัทยาแห่งนี้
นอกจากนี้ยังมีโครงการล่าสุดที่ทำ และกำลังจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ คือ “เรือนเก็บไม้เมืองหนาว” โดยเอาไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์มาเก็บที่นี่ เรียกว่าเป็นลำดับต้นๆ ของเอเชีย ที่มีเรือนแบบนี้
- ‘สวนลอยฟ้า’ หนึ่งเดียวในโลก!
สวนลอยฟ้า หรือ Garden In The Sky ไฮไลท์ใหม่ที่ต้องห้ามพลาดของสวนนงนุช เพราะเป็นสวนลอยฟ้าหนึ่งเดียวในโลกที่สวยงาม แปลกใหม่ และอลังการไม่ซ้ำใคร ด้วยพื้นที่ในอาคารที่กว้างขวางถึง 5 ไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนั้น ทั้งในระดับราบล่าง ราบบน และบริเวณรอบข้าง จะรายล้อมไปด้วยแมกไม้ในเขตร้อนชื้นนานาชนิด จึงจะให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะหันไปทิศทางใดก็จะเจอความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งที่แห่งนี้ยังมีการออกแบบเป็นพิเศษ ทำให้ดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และให้มุมมองที่ต่างแก่ผู้เข้าชมด้วย โดยหากมองจากด้านล่างขึ้นไป หรือมองจากด้านบนลงมา ก็จะให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันเลย นอกจากนี้มีลิฟต์บริการสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ต้องการเข้าชมด้วย
- หุบเขาไดโนเสาร์ระดับโลก จุดเริ่มต้นเยาวชนรักธรรมชาติ
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ คือ “หุบเขาไดโนเสาร์” (Dinosaur Valley) ที่จะพาเด็กๆ ย้อนเวลากลับไปพบกับไดโนเสาร์ 191 สายพันธุ์ในหลายพันล้านปีก่อน อย่างอลังการและตื่นตาตื่นใจ
นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้กล่าวถึงแนวคิดของหุบเขาไดโนเสาร์ว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา สวนนงนุชพยายามทำหน้าที่ของตนในการเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ดี ส่งเสริมให้เยาวชนรักธรรมชาติ ด้วยการวางรูปปั้นสัตว์ตามสวนต่างๆ ตลอดจนได้พัฒนาเพิ่มเติมเป็นหุบเขาไดโนเสาร์ในปัจจุบัน ทำให้เด็กๆ สนใจที่มาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติด้วยตนเองกันเยอะขึ้น ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีหุ่นสายพันธุ์ไดโนเสาร์มากที่สุดในโลก”
- ทัวร์เนอสเซอรี่พันธุ์ไม้ที่แรกในโลก
แม้สวนนงนุช พัทยา จะมีกิจกรรมท่องเที่ยวและเรียนรู้ธรรมชาติที่มากมายแล้ว แต่จะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะล่าสุดได้เตรียมการจัดกิจกรรมทัวร์เนอสเซอรี่พันธุ์ไม้ หรือการพานักท่องเที่ยวนั่งรถชมเนอสเซอรี่ต้นไม้ต่างๆ จำนวนกว่า 100,000 ต้น ก่อนที่จะนำไปจัดแสดงในอนาคต ซึ่งจะสามารถให้บริการได้ภายใน 3-4 เดือนข้างหน้านี้
- ท่องเที่ยวปลอดภัย ห่างไกล โควิด-19
ในเรื่องเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ สวนนงนุช พัทยาได้ร่วมมือกับเมืองพัทยา ตั้งเครื่องวัดไข้ดิจิตอลทั้งขาเข้าและขาออก พร้อมให้บริการเจลล้างมือในทุกพื้นที่ อาทิ สวน ร้านบริการทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม โรงละคร พร้อมฉีดยาฆ่าเชื้อตามสถานที่นั่งทุกแห่ง สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
- จากสวนพฤกษศาสตร์ สู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ EEC
โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นแผนยุทธศาสตร์ในการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในระยะยาว และรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมเด่นในพื้นที่นี้ คือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ดังนั้น “สวนนงนุช พัทยา” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวใจกลางพัทยา จึงได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ EEC พร้อมเดินหน้าสนับสนุน เพราะสามารถตอบโจทย์ด้านไมซ์ (MICE) หนึ่งในธุรกิจบริการที่กำลังขยายตัวทุกปีอย่างต่อเนื่องได้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน สามารถรองรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง การประชุม สัมมนา ถือเป็นการให้บริการที่ครบวงจรสู่การพัฒนาท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ทั้งนี้มีส่วนจัดแสดงงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ
- ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา ขนาดพื้นที่รวม 15,500 ตร.ม. ประกอบด้วยพื้นที่โถงต้อนรับ ห้องประชุมใหญ่ 3 ฮอลล์ ที่สามารถรองรับจัดงานรูปแบบงานเลี้ยงจำนวน 2000 , 900 , 900 คน ตามลำดับ และห้องประชุมย่อย รองรับได้ถึง 200 คนต่อห้อง มาพร้อมบริการอุปกรณ์เทคโนโลยี และระบบแสง สี เสียง รวมถึงจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่ทันสมัย
- นงนุชเทรดดิชั่นฮอลล์ เป็นโถงนิทรรศการขนาดกลาง มีพื้นที่รวมกว่า 3,168 ตร.ม. รองรับผู้ใช้บริการได้มากกว่า 5,000 คน โดยโถงนิทรรศการสามารถปรับพื้นที่ใช้งานให้เหมาะสมกับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ การจัดนิทรรศการ งานแสตงสินค้า งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแฟร์ และงานประชุม พร้อมระบบ แสง สี เสียง ระบบ OB และระบบ LED เต็มรูปแบบ
- ลานอารีน่า ตั้งอยู่ที่นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ หรือสวนนงนุช 2 มีพื้นที่ 6,183 ตร.ม. มีจอ LED และเทคนิคแสง สี เสียง สามารถรองรับการจัดงานอีเว้นท์ขนาดใหญ่ได้
นอกจากนี้ยังได้มีการสนับสนุนให้สวนนงนุช พัทยาได้รับการส่งเสริมในด้านอื่น ๆอีก เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครัน และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยมากยิ่งขึ้น โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa สาขาภาคตะวันออก ได้ร่วมกับสวนนงนุชในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและเกษตรอัจฉริยะ สอดรับกับแนวทางการขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบาย Thailand 4.0 โดยจะใช้พื้นที่สวนนงนุชเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการทำแปลงเกษตรอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยี (Internet of Thing: IoT) ในการบริหารจัดการ รวมถึงเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ อีกทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติอื่นๆ อาทิ การท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการยกระดับการเกษตรด้วยเทคโนโลยี

สวนนงนุช พัทยา เป็น 1 ในแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยความรู้จากธรรมชาติ และกิจกรรมสุดครบครัน รวมถึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ
“EEC” ในฐานะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงพร้อมที่จะสนับสนุนให้ที่แห่งนี้มีความเป็นที่สุดในทุกด้าน แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่ EEC และสวนนงนุช รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ทั้งหมดก็พร้อมรับมือด้วยนโยบายต่างๆ ที่เหมาะสมกับทั้งตอนนี้และในอนาคต เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ตลอดจนสร้างประโยชน์โดยรวมให้ประเทศไทย

