ททท. “นครนายก-จันทบุรี” บูมทัวร์สวนผลไม้ปี’ 63 กินไม่อั้น-แจกคูปอง200บาทปั๊มเศรษฐกิจชุมชน

18.03.20 | 13:52 น.

ททท. “นครนายก” กับ “จันทบุรี” เปิดฤดูท่องเที่ยวกระตุ้น “ทัวร์สวนผลไม้” มะยงชิด ทุเรียน มังคุด เงาะ มาแรง ด้วยกลยุทธ์ “บอกต่อ” เชิญชวนประชุม สัมมนา กลุ่มย่อย ตลุยชิมช้อป “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ระหว่าง เม.ย.-ก.ค.2563 เมืองจันท์เฮแจกคูปองส่วนลด 200 บาท หวังดึงรายได้เข้าท้องถิ่นหนุนเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

@ททท.นครนายกชูทัวร์สวนผลไม้หนุนเศรษฐกิจชุมชนปี 63

นายสกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก เปิดเผยว่า ได้วางกลยุทธ์กระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศเข้าสู่นครนายกระหว่างปลายเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2563 ชูจุดขายเทศกาลท่องเที่ยว “สวนผลไม้” มะยงชิด ทุเรียน มังคุด เงาะ ดึงดูดกลุ่มคนเดินทางมาชิม ช้อป สอดคล้องกับธีมคอนเซ็ปต์ More Food &Fun ของ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ซึ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องการสร้างรายได้กระจายเข้าสู่ชุมชนมากเป็นอันดับแรก พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อนักท่องเที่ยวในประเทศด้วย 3 กลยุทธ์ คือ

1.ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการที่มาจัดสัมมนาบอกกันปากต่อปากจากประสบการณ์ตรงหลังเข้าไปชิมช้อปในแต่ละสวนต่อเนื่องมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา บวกกับชาวสวนมีบริการบรรจุกล่องส่งผลไม้ถึงบ้านลูกค้าได้ภายในวันเดียว ทำให้ยอดขายผลไม้แต่ละสวนเติบโตดีขึ้น โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง 2.ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกเป็นหัวเรือใหญ่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แล้ว ททท.นำนักท่องเที่ยวเข้าไปชิมพร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลแต่ละสวนไปบอกต่อๆ กัน 3.จับมือกับกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมแนะนำสวนผลไม้ของชาวบ้านแก่ลูกค้าที่เข้ามาพักและมีนำผลไม้จากสวนเข้าไปบริการกลุ่มประชุม สัมมนา และนักท่องเที่ยว ระหว่างมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรทั่วทั้งจังหวัดได้เช่นกัน

Advertisement

ขณะนี้มะยงชิดผลไม้ขึ้นชื่อของนครนายกกำลังมีผลผลิตออกสู่ตลาดรุ่นสุดท้ายออกด้วยปริมาณมากเป็นที่น่าพอใจ ชาวสวนสามารถทำราคาขายได้ดีมาก ราคาเฉลี่ยผลละ 30 บาท หรือกิโลกรัม 250-400 บาท โดยเฉพาะชาวสวนที่ใจกว้างเปิดให้ชิมแบบไม่อั้นสร้างความประทับใจชื่นชอบชิมเสร็จแล้วก็ซื้อกลับบ้านจำนวนมาก สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวกระจายสู่ชาวสวนในท้องถิ่น ถือเป็น “มะยงชิดโมเดล” ที่ ททท.จะนำไปใช้เป็นต้นแบบทำการตลาดท่องเที่ยวสวนผลไม้ชนิดอื่นได้ด้วย

เพราะตั้งแต่เดือนเมษายน-ปลายมิถุนายน 2563 ทุเรียน มังคุด ในพื้นที่สวนรวมกัน 2 จังหวัด กว่า 6,000 ไร่ ประกอบด้วย นครนายกกว่า 1,000 ไร่ ปราจีนบุรี 4,000 -5,000 ไร่ มีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถจัดกิจกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวขนาดเล็กๆ เข้ามาชิม ช้อป ใช้ เงิน ตามสวนผลไม้ต่างๆ ตามความชื่นชอบได้ตลอดฤดู

ปัจจุบัน ททท.นครนายก วางแผนโปรโมตการท่องเที่ยวสวนทุเรียน มังคุด โดยแนะนำชาวสวนเปิดให้นักท่องเที่ยวชิมได้ไม่อั้นแบบเดียวกับสวนมะยงชิด จะใช้วิธีกระตุ้นผ่านสื่อท้องถิ่นกับจัดแฟรมทิปนำสื่อส่วนกลางลงพื้นที่ชิมผลไม้ในสวนอย่างต่อเนื่องด้วย

สำหรับสวนทุเรียนที่มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแต่ละปีก็มี อาทิ สวนลุงไหว สวนทุเรียนนมสด จ.ปราจีนบุรี อีกทั้งปัจจุบันมีหลายหมู่บ้านในปราจีนบุรีเริ่มขยายพื้นที่สวน เข้าร่วมขายการท่องเที่ยวกับ ททท. เพราะสวนผลไม้ในนครนายกและปราจีนบุรีเป็นสวนระดับพรีเมี่ยม ไม่ได้เน้นการค้าหาประโยชน์เชิงธุรกิจมากนักแต่เน้นความเป็นมิตร เนื่องจากสวนส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงนิยมปลูกผลไม้แบบอินทรีย์ รวมทั้งไม่มีพ่อค้าคนกลางหรือกลุ่มล้งเข้ามาซื้อเหมือนสวนผลไม้ในจังหวัดอื่นๆ

ผอ.สกลย้ำว่า ราคาขายผลไม้แต่ละปีในนครนายกและปราจีนบุรีจะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะทุเรียนเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 150-200 บาท มีพันธุ์ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ได้แก่  พันธุ์หมอนทอง หรือบางพันธุ์คนไทยแทบจะไม่ได้กินเพราะมีเศรษฐีจีนเหมาซื้อไว้แล้วอย่างที่สวนคุณกิตติศักดิ์ อำเภอศรีมโหสถ ลูกค้าต่างชาติจองซื้อล่วงหน้าพันธุ์กบน้ำลูกละ 10,000 บาท

“ต้นปี 2563 ชาวสวนมะยงชิด จังหวัดนครนายกมีรายได้ดีจากการท่องเที่ยวสวนผลไม้ เฉลี่ยเกษตรกรจะมีพื้นที่สวนละ 10 ไร่ ทำเงิน 1-2 ล้านบาท/ฤดู จากผลผลิตเฉลี่ยสวนละ 3-4 ตัน ตอนนี้รอยอดช่วงปิดฤดูกาลขายรอบสุดท้ายในเดือนมีนาคมนี้ ช่วงปี 2563 ในนครนายกทำสวนทุเรียนเฉลี่ย 5 ไร่/ราย ขนาดใหญ่สุด 10-20 ไร่/ราย ปราจีนบุรีปีที่ผ่านมามีราว 4,000-5,000 ไร่ เฉลี่ย 30-40 ไร่/ราย” ผอ.สกลกล่าว

@ททท.จันทบุรีผนึกส.ท่องเที่ยวแจกคูปอง200บูมทัวร์ผลไม้

นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานจันทบุรี เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นตลาดในประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวแคมเปญ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” ในจันทบุรีระหว่างเมษายน-ต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้รสชาติอร่อยขึ้นชื่อส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ช่วงตั้งแต่กลางเดือนเมษายนนี้ผลผลิตทุเรียนรุ่นสองตามสวนต่างๆ จะออกสู่ตลาด แต่จะมีปริมาณมากสุดคือ เมษายน -พฤษภาคม ดังนั้น ททท.จันทบุรี จึงจับมือกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจันทบุรี แจกคูปองส่วนลดมูลค่า 200 บาท ระหว่างวันนี้ – 16 พฤษภาคม 2563 ตั้งเป้ากระตุ้นนักท่องเที่ยวให้ได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คนขึ้นไป  ที่เข้าพักโรงแรมต่างๆ ในจันทบุรีสามารถขอรับคูปองซึ่งระบุรายชื่อเครือข่ายพันธมิตรพร้อมให้ส่วนลด ได้แก่ กลุ่มสวนผลไม้ ร้านอาหารกว่า 30 ร้าน ร้านขายของกินของฝาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปหารายละเอียดได้จากเพจ facebook ททท.จันทบุรี เกี่ยวกับข้อมูลการใช้คูปองส่วนลดท่องเที่ยวตลอดโปรโมชั่น

รวมทั้งจันทบุรียังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัดตามสโลแกน “สุขทุกวัน ที่จันทบุรี” ตลอด 365 วัน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่องเที่ยวได้ทั้งวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ วันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ มา “ชม-ชิม-แชร์-แชะ-ชีล” ได้ตลอด

ผอ.เสาวนีย์กล่าวว่า ด้วยจุดเด่นของจันทบุรีสามารถขับรถเองหรือใช้รถสาธารณะเข้ามาเที่ยวได้ในรัศมีการเดินทาง 4 ชั่วโมง มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมให้เลือกตามความชอบทั้ง “ทะเล” บริเวณถนนเลียบภูเขาเลาะทะเล “เฉลิมบูรพาชลทิต” ให้ไปพักผ่อนในหาดเจ้าหลาว แหลมสิงห์ อ่าวคุ้งกระเบน “เที่ยวเทศกาล” ขึ้นเขาคิชฌกูฎสามารถเดินทางได้จนถึงวันที่ 20 มีนาคม นี้ “แหล่งท่องเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูร” จะได้สัมผัสวิถีชีวิต 2 วัฒนธรรมทั้งพุทธและคริสต์ โดยเฉพาะโบสถ์พระแม่มารี มีชื่อเสียงด้านความสวยงามติดอันดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วน “แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ” สำคัญคือ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนโครงการพระราชดำริ” มีเส้นทางเดินชมป่าชายเลนสวยงามที่สุดในประเทศไทย ควบคู่กับการทำกิจกรรม ปล่อยปู เขี่ยไข่ปู อนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลน ทำอีแปะเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของปลา รวมทั้งมีชุมชนป่าชายเลนหลายแห่งมีกิจกรรมอนุรักษ์ปูไว้เป็นแหล่งอาหารทะเล ซึ่งในจันทบุรีมีวัตถุดิบสดบริการอยู่หลายพื้นที่ ร้านอาหารมีมากมายทั้งทะเลและอาหารถิ่น เมนูเด็ดๆ อย่าง ข้าวคลุกพริกเกลือ หมูชะมวง ก๋วยเตี๋ยวเรียง แนะนำร้านเก่าแก่สุดในอำเภอเมืองคือร้าน “จันทรโภชนา” มี 2 สาขา มีหลากหลายเมนูและปลอดภัยตามหลักโภชนาการด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชนต้องห้ามพลาดของชาวเมืองจันทบุรี คือ อย่างแรก “เสื่อจันทบูร” มีคุณสมบัติความเหนียวนุ่มพิเศษ ตอนนี้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีดีไซน์ ทั้ง กระเป๋า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ ผ้ารองจาน สียอดนิยมคือสีแดง มีจำหน่ายกระจายอยู่หลายแห่ง อย่าง ชุมชนบางสระเก้า ร้านท่าแฉลบ ร้านจันทรโภชนาก็นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายด้วย หารือได้ง่าย อย่างที่อสอง ของกินแปรรูป ได้แก่ ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน มังคุด มีโอท็อปวิสาหกิจชุมชน อย่าง ร้านป้าแกลบ ตอนนี้เริ่มมีทุเรียนสดออกสู่ตลาดล็อตแรกแล้วคือพันธุ์พื้นเมือง เช่น พวงมณี ก้านยาว และพันธุ์ท้องถิ่น เป็นแหล่งปลูกส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งใน อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง อำเภอเมือง อำเภอเขาบายศรี อำเภอสอยดาว

ผอ.เสาวนีย์ยืนยันว่า จันทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย ในระหว่างสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายตระหนักถึงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดนั้น ททท.ยึดหลักปฏิบัติตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้ทั้งภาคประชาชน นักท่องเที่ยว และทุกคน ใช้มาตการยึดหลักตามคำแนะนำมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข โดยดูแล ป้องกัน ให้ความรู้ประชาชน รวมถึงตามสถานที่ต่างๆ ด้วย

กรณีตัวอย่างตอนนี้หลายพื้นที่ท่องเที่ยวต้องพ่นฉีดยาฆ่าเชื้อด้วยในพื้นที่การท่องเที่ยวเทศกาลขึ้นเขาคิชฌกูฎได้ กำหนดข้อปฏิบัติให้ทุกคนร่วมกันทำอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่รถบริการในจุดรับ-ส่ง นักท่องเที่ยว จะต้องทำความสะอาดเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ทั้งขาไปและกลับ วัดพวง วัดกระทิง บนเขาคิชกูฎ หรือพื้นที่ด่านพรมแดนก็มีมาตรการตรวจวัดไข้เช็คคนต่างชาติที่ผ่านเข้าออกทุกขั้นตอน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ในการเดินทางเข้าสู่จันทบุรีอย่างปลอดภัย

More Food & Fun กับ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก สนุกและมีความสุขได้ทุกวัน

เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์-gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen