ร่วมมือ ร่วมใจ รักษ์น้ำได้ทุกวันไม่ต้องรอ

24.03.20 | 10:25 น.

ในปี 1992 หรือ พ.ศ.2535 องค์การสหประชาชาติ หรือ United Nation (UN) ได้ประกาศให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันน้ำโลก (World Water Day)” ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ประชากรโลกตื่นตัวในการอนุรักษ์ และให้ความสำคัญกับทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของสิ่งมีชีวิตบนโลก ปัจจุบัน ยังมีผู้คนว่า 2.2 พันล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ การก่อตั้งวันน้ำโลกจึงเป็นการลงมือดำเนินการแก้ไขวิกฤติน้ำ โดยให้ความสำคัญในการในการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 6 ข้อ ภายในปี 2030 หรือ พ.ศ.2573 ได้แก่

  1. ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดได้อย่างเท่าเทียม
  2. สามารถเข้าถึงสุขอนามัยได้อย่างเท่าเทียม การขับถ่ายในที่โล่งจะต้องหมดไป ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความต้องการของเด็กหญิงและผู้หญิงในสภาวะที่อ่อนแอ
  3. พัฒนาคุณภาพน้ำ ด้วยการลดมลพิษ ลดการปล่อยสารเคมีและวัตถุอันตราย ลดสัดส่วนของน้ำเสีย
    ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดและเพิ่มปริมาณการรีไซเคิลน้ำ นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ให้อย่างปลอดภัย
    ทั่วทั้งโลก
  4. เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำอย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วนของสังคม จัดหาน้ำจืดเพื่อแก้ไขปัญหา
    ขาดแคลนน้ำและจะลดปริมาณคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน
  5. บูรณาการการบริหารจัดการน้ำในทุกระดับ รวมไปถึงความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างเหมาะสม
  6. ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

สำหรับในปี 2020 หรือ พ.ศ.2563 นี้ หัวข้อรณรงค์วันน้ำโลกคือ ‘น้ำและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง’ Water and Climate Change โดยที่สองสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ได้

สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่สามารถรอการแก้ไขได้อีกต่อไป ทุกประเทศบนโลกต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วน ประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น ก็ย่อมมีความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ สำหรับประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมีผลต่อการทรัพยากรน้ำในประเทศที่ลดน้อยลง ดังนั้น การหันมาร่วมกันใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เห็นคุณค่าของน้ำทุกหยด รักษาสมดุลความต้องการน้ำของทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำที่ทรงคุณค่าได้อย่างทั่วถึง และเพียงพออย่างยั่งยืน

ทุกคนสามารถร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ โดยใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ปล่อยทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ อาทิ การใช้น้ำสุดท้ายจากการล้างจาน ล้างผัก ซักผ้า หรืออาบน้ำเด็ก มารดน้ำต้นไม้ การใช้แก้วรองน้ำขณะแปรงฟัน การปิดน้ำขณะที่ถูสบู่ หรือแชมพู ขณะที่อาบน้ำ ล้างหน้า สระผม หรือล้างมือ หรือแม้แต่การรินน้ำแต่พอดี ไม่ปล่อยให้เหลือทิ้ง ก็สามารถช่วยกันประหยัดน้ำได้เยอะเลยทีเดียว มาเริ่มประหยัดน้ำกันตั้งแต่วันนี้ โดยการใช้น้ำเท่าที่จำเป็น และใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ร่วมมือ ร่วมใจกัน รักษ์น้ำได้ทุกวันไม่ต้องรอ

อ้างอิง

Advertisement

https://www.worldwaterday.org/

https://www.un.org/en/observances/water-day

https://www.un.org/sustainabledevelopment/water-and-sanitation/