เมื่่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงนโยบายโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและพืชเศรษฐกิจอีก 4 ชนิด ต่อที่ประชุมรัฐสภา และได้รับการอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากที่ประชุมฯ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เป็นวงเงิน 9,671 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ประกันรายได้กว่า 540,000 ราย

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลัง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังตามนโยบายรัฐบาล และเพื่อเพิ่มรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร โดยกลไกตลาดยังคงทำงาน เป็นปกติ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ได้ออกประกาศกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการฯ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการการดำเนินโครงการ เพื่อเป็นการประกันรายได้ให้เกษตรกรฯ ดังนี้
กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรฯ ณ ราคาที่เชื้อแป้ง 25% โดยชดเชยเป็นจำนวนตัน ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน โดยระยะเวลาที่ได้รับสิทธิ์ชดเชยเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวซึ่งระบุในทะเบียนเกษตรกร ยกเว้นเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อน 1 ธันวาคม 62 จะได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 ธันวาคม 62 หลักเกณฑ์และวิธีการประกาศราคาเกณฑ์กลางฯ มอบให้คณะอนุกรรมการกำกับติดตามกำหนดเกณฑ์กลางเป็นผู้พิจารณา ส่วนการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประกาศครั้งแรกวันที่ 1 ธันวาคม 62 และครั้งต่อไปทุก 1 เดือน เป็นเวลา 12 เดือน
โดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จึงออกประกาศ ดังนี้
- ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2562 (งวดที่ 1) หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 % ราคากิโลกรัมละ
2.27 บาท มีการชดเชยส่วนต่างราคากิโลกรัมละ 0.23 บาท - ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 1 มกราคม 2563 (งวดที่ 2) หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 % ราคากิโลกรัมละ
2.24 บาท มีการชดเชยส่วนต่างราคากิโลกรัมละ 0.26 บาท - ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 (งวดที่ 3) หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 % ราคากิโลกรัมละ
2.23 บาท มีการชดเชยส่วนต่างราคากิโลกรัมละ 0.27 บาท - ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่ 1 มีนาคม 2563 (งวดที่ 4) หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 % ราคากิโลกรัมละ
2.18 บาท มีการชดเชยส่วนต่างราคากิโลกรัมละ 0.32 บาท - ซึ่งทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินชดเชยให้เกษตรกรแล้ว 4 งวด รวม 115,739 ครัวเรือน วงเงินชดเชย 1,420.28 ล้านบาท โดยระยะเวลาที่จะชดเชยคือตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 62 – 31 พฤษภาคม 63 โดยทาง ธ.ก.ส. จะทำการโอนเข้าบัญชีเกษตรกรภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบ ทั้งนี้เกษตรกรไม่ต้องทำสัญญากับ ธ.ก.ส.
ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงมาตรการหลักเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง แต่ยังมีการดำเนินมาตรการคู่ขนานอื่นๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังแบบยั่งยืน คือ
- การส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังในประเทศเพิ่มขึ้น โดยพัฒนาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและอุตสาหกรรม
อาหาร - เพิ่มช่องทางจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้จากมันสำปะหลังและสินค้าเกษตรอื่น โดยแก้ไขข้อจำกัดที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.
สุรา พ.ศ.2493 เพื่อเปิดช่องให้โรงงานเอทานอลสามารถผลิตและจำหน่ายเอทานอลให้แก่อุตสาหกรรมอื่นได้ เช่น
การผลิตยา การใช้ในอุตสาหกรรมเคมี และการส่งออกให้กับผู้ซื้อโดยตรง - การดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขาย กำหนดให้โรงงานมันเส้นและแป้งมันมีเครื่องร่อนสิ่งเจือปนก่อนรับซื้อ รวมถึง
การแสดงราคารับซื้อ การใช้เครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดอัตราส่วนเชื้อแป้ง - การบริหารจัดการการนำเข้าส่งออก ให้กรมการค้าต่างประเทศกำกับดูแลการส่งออกและนำเข้ามันสำปะหลัง
และผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง โดยมีการตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
อย่างเคร่งครัด - การรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง จัดสรรสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการ
รวบรวมหรือรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น วงเงินกู้รวม 1,500 ล้านบาท - การเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง จัดสรรสินเชื่อแก่เกษตรกรในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตในระบบน้ำหยด
หรือระบบโซลาเซลล์รวมทั้งเป็นการเพิ่มคุณภาพของผลผลิตมันสำปะหลัง วงเงินกู้รวม 1,150 ล้านบาท 
- ทั้งนี้ ในปี 2563 รัฐบาลยังคงเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรในส่วนของพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ทั้งข้าว ปาล์ม ยางพารา และข้าวโพด ร่วมกับมาตรการเสริมเพื่อผลักดันราคาผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้น และหาตลาดและอุตสาหกรรมรองรับเพื่อไม่ให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด

- การส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังในประเทศเพิ่มขึ้น โดยพัฒนาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและอุตสาหกรรม

