ในสมัยอดีต ก่อนที่จะมีน้ำอุปโภค บริโภคไหลลำเลียงมาทางท่อ ที่เรียกกันว่าท่อประปานั้น แหล่งน้ำของคนในอดีตที่ใช้ดื่ม ใช้กิน จะมาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ไปตัก ไปหาบมาใช้ดื่มกิน จนเมืองขยาย ระบบสาธารณูปโภคพัฒนา จนเกิดระบบน้ำประปาขึ้น
การประปานครหลวง (กปน.) ผู้ให้บริการน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการกว่า 11 ล้านคน โดยก่อนที่จะได้น้ำประปามาให้ใช้ในแต่ละครัวเรือนนั้น ต้องนำน้ำดิบจากแหล่งน้ำมาเข้าระบบเพื่อทำการบำบัดก่อนที่จะมาเป็นน้ำประปาให้ประชาชนได้เปิดใช้จากก๊อกน้ำได้สะดวกสบาย
ในแต่ละขั้นตอนของการผลิตน้ำ กปน. ให้ความสำคัญในทุกขั้น ทุกตอน ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ เริ่มจากจุดรับน้ำดิบทั้ง 2 แห่ง คือ แม่น้ำเจ้าพระยา และเขื่อนแม่กลอง มีการเฝ้าระวัง ดูแลรักษาคุณภาพน้ำดิบอย่างละเอียดตามแผนน้ำประปาปลอดภัย (Water Safety Plan) อาทิ การตรวจวัดคุณภาพน้ำดิบทุกชั่วโมงก่อนถึงสถานีสูบ ตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ และไบโอมอนิเตอร์ริ่ง ให้มั่นใจว่าน้ำดิบมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดีเหมาะสำหรับผลิตน้ำประปา
หลังจากนั้นจึงส่งเข้าระบบผลิตน้ำประปาที่โรงงานผลิตน้ำประปาของ กปน. ทั้ง 4 แห่ง ระบบผลิตต้องสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการตกตะกอน กรอง ปรับปรุงคุณภาพน้ำ
หลังจากที่ได้น้ำประปาสะอาดปลอดภัยแล้ว จะทำการสูบส่งผ่านระบบท่อประปา ที่ได้รับการป้องกันการปนเปื้อน ตลอดระยะทางรวมกว่า 34,000 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 3 จังหวัด กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้บริการประชาชนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค พร้อมมีการบำรุงรักษาท่อประปาให้มีคุณภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ควบคุมคุณภาพน้ำประปาให้สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่โรงงานผลิตน้ำจนถึงบ้านผู้ใช้น้ำ
โดยเมื่อน้ำประปาเข้าสู่บ้านเรือน น้ำซึ่งถูกใช้งานจากกิจกรรมต่าง ๆ จะกลายเป็นน้ำเสียประมาณ 150 ลิตร และเมื่อน้ำเสียนี้ไม่ได้รับการบำบัดที่ดี สารอินทรีย์ที่ถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ จะทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม เกิดการเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น น้ำมัน ไขมัน จะส่งผลต่อคุณภาพน้ำ ขัดขวางการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจนระหว่างน้ำและอากาศ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้น้ำไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค หรือการผลิตน้ำประปาต่อได้ ดังนั้นแหล่งน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปาของกปน. จึงต้องได้รับการคุ้มครองไม่ให้ปนเปื้อนมลพิษ
เพราะน้ำคือชีวิต รักษ์น้ำเสมือนรักษ์ชีวิต นอกจากจะร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าแล้ว การร่วมกันดูแลรักษาอนุรักษ์แหล่งน้ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญเช่นเดียวกัน ในการดูแลทรัพยากรน้ำกัน เริ่มตั้งแต่ต้นทางไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ คู คลอง ติดตั้งระบบน้ำเสียภายในบ้าน สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม ก่อนจะปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือท่อระบายน้ำสาธารณะ ลดใช้สารเคมีในการเกษตร เพราะอาจจะก่อให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำได้ ดูแลอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เป็นต้น
การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ต้องดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ยิ่งในภาวะแล้งรุนแรงที่ไทยกำลังประสบอยู่นี้ การเห็นคุณค่าและร่วมรักษาแหล่งน้ำ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำร่วมกันอย่างยิ่ง เพื่อให้มีแหล่งน้ำคุณภาพดี ที่สามารถนำมาน้ำมาใช้ในการอุปโภคและบริโภคต่อไปได้

