ททท. ชูบิ๊กโปรเจ็กต์ “SHA” ระดมทั้งประเทศร่วมวงทั้งสมาชิกสภาอุตฯ ท่องเที่ยว 13 สาขาอาชีพ องค์กรไมซ์ “TCEB-TICA-TEA” และอื่นๆ ผนึกพลังสร้างโลโก้ตราสัญลักษณ์ใหม่สร้างเชื่อมั่นรอบุกตลาดต่างประเทศหลังพ้นวิกฤตโควิด คู่ขนาน 3 โครงการซ่อม-สร้าง “เปิด ททท.ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ช่วยค้าออนไลน์-ระดมสมองTravel Tec คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่-จัดทัพกรีนโฮเต็ล”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2563 ฝ่ายสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวตั้งเป้าทำโปรเจ็กต์ไฮไลต์ กำลังดำเนินการยกระดับสินค้าท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต เรียกว่า “Amazing Thailand Safty and Health Administration : SHA (ชา)” เป็นนโยบายของ ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมช่วง “ซ่อม-สร้าง” ระหว่างรอสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย จึงขอให้ทุกฝ่ายควรช่วยกันมองหากิจการโรงแรมที่มีการบริหารจัดการอย่างเคร่งครัดและสามารถใช้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเต็มพิกัด ททท.จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ตราสัญลักษณ์ “SHA” เป็นโครงการความร่วมมือของ 2 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกระทรวงสาธารณสุข โดยมี ททท.ทำหน้าที่ในทางปฎิบัติประสานงานความร่วมมือกับทาง กรมควบคุมโรค กรมอนามัย
พร้อมทั้งเชิญชวนเอกชนสมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่มีสมาชิก 13 สาขาอาชีพ เข้ามาร่วมด้วย ทั้ง สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมนำเที่ยวในประเทศทั้ง 4 สมาคม และอื่น ๆ เรื่อยไปจนถึงกลุ่มดูแลตลาดไมซ์ของประเทศหลักๆ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) : TECB, สมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ(ไทย) : TICA สมาคมจัดนิทรรศการแสดง : TEA กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า และเอกชนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้ SHA ททท.จัดตั้ง “คณะกรรมการ” เสร็จเรียบร้อย อยู่ระหว่างการ “เตรียมเอกสารสำคัญ” ในแต่ละสมาคมที่เกี่ยวข้องกับ SHA นั้นมีหลายจำนวนหลายสมาคม ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตามปกติแต่ละสมาคมจะมี “มาตรฐาน” รายสมาคมอยู่แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอกับ SHA จึงต้องเติมเพิ่มจากกรมควบคุมโรค และกรมอนามัย ด้านมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคระบาด โดยเฉพาะโรคโควิด-19

หลังจากตั้งคณะกรรมการ SHA เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเปิดให้แต่ละสมาคมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่งรายชื่อ (list) ของสมาชิกผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม และสมาคมนั้นๆ มาให้พิจารณาก่อนลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานอย่างเข้มข้น ช่วงนี้ทางนายกแต่ละสมาคมได้ไปพูดคุยทำความเข้าใจกับสมาชิก ผลตอบรับดีมากๆ แสดงความมั่นใจถึงมาตรฐานความปลอดภัย และสุขอนามัย ซึ่งทุกฝ่ายให้ความสำคัญมากที่สุด
ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งประเทศ จะต้องร่วมมือกัน “เตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย” รอไว้ เมื่อถึงเวลาสถานการณ์สงบจะได้นำสิ่งเหล่านี้ไปบอกเล่าเชิญชวน “นักท่องเที่ยวทั่วโลก” เลือกประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ที่จะเดินทางเข้ามา ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าตลาดจะกลับมาเมื่อไร แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ให้มากที่สุด
สำหรับโครงการ SHA จะเริ่มเคลื่อนทัพได้ตั้งแต่เมษายน 2563 เป็นต้นไป ขณะนี้รอตรวจสอบรายชื่อ เพื่อส่งให้กระทรวงสาธารณสุข จากนั้นกรรมการจะดูช่วงเวลาอันเหมาะสมตามพื้นที่ซึ่งตอนนี้มีทั้งความยากลำบากและข้อจำกัด จึงต้องใช้วิธีทำงานทางออนไลน์ แต่ถ้าใครพร้อมตอบโจทย์ความมั่นใจในสถานการประกอบการ ทาง SHA ก็จะให้โลโก้แก่ผู้ประกอบการรายนั้นๆ
ทั้งนี้โลโก้ SHA ที่มอบให้ไปนั้นไม่ได้หมายความว่าการการันตีจะไม่มีการติดเชื้อโควิด เพียงแต่ยืนยันว่าพื้นที่นั้นๆ มีมาตรฐานการป้องกันควบคุมได้ตามมาตรฐานสูงสุด เคร่งครัดทั้งความปลอดภัย สุขอนามัย อย่างดียิ่งเป็นหลัก

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ได้ใช้ช่วงซ่อม-สร้าง ระหว่างรอสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง ได้พยายามช่วยเอกชนท่องเที่ยวขายสินค้าทุกรูปแบบ 4 โปรเจ็กต์ ประกอบด้วย
- ทำแคมเปญ Amazing Thailand Social Distancing @hotel เปิดให้โรงแรมทั่วประเทศทำแพกเกจห้องพักรวมอาหารตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป มาวางขายบนเว็บไซต์ ททท.ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ รวมทั้งการรวบรวมร้านอาหารที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานำเสนอขายออนไลน์เดลิเวอรี่ไปด้วย
- เตรียมโครงการ SHA สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยแบรนด์โลโก้พร้อมขายทันทีที่สถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศกลับสู่ปกติ
- โครงการลงทะเบียนจัดมาตรฐาน Green Hotels ลดค่าสมัครเข้าร่วมโครงการให้ผู้ประกอบการที่สนใจจ่ายเพียง 50 % เท่านั้น
- เพิ่มความเข้มข้นที่จะพัฒนาผู้ประกอบการ TRAVEL TEC เปิดทางให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีพัฒนาท่องเที่ยวเทรนด์อนาคตขานรับพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนไปหลังไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง เรื่อยไปจนถึงแนวคิดจัดโครงการประกวด “Online HackaThon” ระดมทีม Travel Tec เก่ง ๆ ในเมืองไทยมาร่วมกันทำ ระดมสมองสร้างไอเดีย เยียวยา ฟื้นฟู อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจโดยรวม ชุมชน เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีพลังความสามารถล้นเหลือ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ทุกคนจะได้มาช่วยกันทำให้ฟ้าหลังฝนสดใส ประเทศไทยสดชื่น คนไทยมีรอยยิ้ม ผู้ประกอบการมีชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวทุกคนมีความสุข

นางสาวฐาปนีย์ย้ำว่า ทาง ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.มอบหมายรองผู้ว่าการ ททท.ทั้ง 8 คน แบ่งความรับผิดชอบกันคิดโครงการ “มาตรการฟื้นฟูท่องเที่ยวหลังวิกฤตไวรัสโควิด-19” ในรูปแบบ “Tourism Recover Plan” เพราะวิกฤตครั้งนี้มีผลกระทบใหญ่หลวงมากครอบคลุมพื้นที่ทัวประเทศแบ่งเป็น “จังหวัด” สัดส่วน 1 รองผู้ว่าการ ททท. ต่อ 1-3 จังหวัด ตอนนี้มีแนวคิดทำ Big Idea เสนอกลุ่มนักลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแล้วถึงแนวทางการทำอย่างเป็นรูปธรรม ทำงานเป็นหนึ่งเดียว โดยจะดูความพร้อมของพื้นที่เข้าไปสร้าง “สัญลักษณ์ความมั่นใจ” โดยใช้ตราสัญลักษณ์ SHA เป็นหัวหอกสำคัญ ตั้งเป้าหมาย 3 แนวทาง คือ 1. หาช่องทางให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวเมืองไทยต่อไป 2. หาวิธีทำการรับรองยืนยัน : Endorsment Testmonial เตรียมไว้ให้พร้อมก่อนกำลังซื้อจะกลับมา 3. วางแผนทำโปรโมชั่น ลดราคา สินค้าท่องเที่ยว อย่างเป็นระบบ ไม่สร้างความเสียหายต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม
ตลอดช่วงทำแผน “ซ่อม-สร้าง” อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ ททท.กับทุกภาคส่วนทั้งเอกชน รัฐ และผู้บริโภค จะต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อรอวันกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ชุมชนท่องเที่ยว ยืนอยู่อย่างแข็งแกร่งให้ได้เหมือนอดีตที่ผ่านมา อย่างมั่งคั่ง ยั่งยืน ระยะยาว
เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์-gurutourza ,www.facebook.com/penroongyaisamsaen

