ททท.ชู 4 โปรเจ็กต์ฟื้นเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านหลังปลดล็อกดาวน์ เล็ง 13 ล้านทัวร์นอกหันเที่ยวไทย-บูม 6 ไม่ New Normal

27.04.20 | 15:24 น.

ททท. พร้อมลุยฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวทันทีที่รัฐบาล “ปลดล็อกดาวน์” จ่อปลุกกำลังซื้อในประเทศรักษาฐานรายได้ 1 ล้านล้าน ด้วยกลยุทธ์เพิ่มความถี่ชูขายเที่ยวไทย 4 โปรเจ็กต์  “60ิ เส้นทางความสุข-เที่ยวปลอดภัยถูกสุขอนามัย-เที่ยวพลังบวก-ระดมคนเที่ยวนอกหันเที่ยวไทยบอกรักประเทศ” ตอนนี้ผนึกกระทรวงสาธารณสุขทำโปรเจ็กต์ SHA คู่มือรับเทรนด์การเดินทางแบบใหม่ New Normal นำ “6 ไม่ : ไม่อันตราย/ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม/ไม่ทรมานสัตว์/ไม่แออัด/ไม่ค้ามนุษย์/ไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยว” เข้ามาใช้เต็มรูปแบบ

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้วางแผนการตลาดรอนำมาใช้ทันทีเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สงบลงแล้วรัฐบาลประกาศปลดล็อกดาวน์พื้นที่ต่างๆ ให้เดินทางท่องเที่ยวได้จะรุกอันดับแรกตลาดในประเทศ “ไทยเที่ยวไทย” ด้วยกลยุทธ์ “การเพิ่มความถี่” ทำให้การท่องเที่ยวไทยวิบวับ สามารถพึ่งพากำลังซื้อในประเทศฟื้นเศรษฐกิจรักษารายได้ 1 ใน 3 คิดเป็นกว่า 1 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายปีนี้ไว้ให้ได้ โดยจะสร้างแม่เหล็กใหญ่ 4 โครงการ ตามที่นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.ร่วมกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมไว้แล้ว โดยจะต้องยึดหลักเน้นความปลอดภัยด้านสุขภาพมาก่อน ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในสถานการณ์ที่เหมาะสมจริง ๆ ประกอบด้วย

โครงการแรก “60 เส้นทางความสุข” จะเชิญชวนคนไทยออกมาเที่ยวไทยอย่างสะใจ ท่ามกลางธรรมชาติซึ่งกำลังกลับมาฟื้นคืนความสวยงาม ช่วงระยะแรกจะมีนักท่องเที่ยวไม่แออัดมาก เพราะยังไม่ต่างชาติต่างชาติเข้ามา

โครงการที่ 2 ท่องเที่ยวมาตรฐานใหม่เน้นเพิ่มด้านความปลอดภัย เที่ยวอย่างมั่นใจด้านสุขภาพอนามัย 3 หมวดสินค้า ประกอบด้วย 2.1 ชูจุดเด่นท่องเที่ยวอาหารถิ่น จุดขายเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนเดินทาง 2.2 ส่งเสริมการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ประชุม สัมมนา จัดกิจกรรมข้ามภาค 2.3 รังสรรกิจกรรมดึงดูดการเดินทาง กิจกรรมต้องห้ามพลาด เช่น เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทศกาลประจำถิ่นที่คนยังรู้จักน้อย

Advertisement

โครงการที่ 3 มุ่งเจาะคนไทยเคยเที่ยวต่างประเทศ ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2563  หลังจากปี 2562 ไปเที่ยวต่างประเทศมากถึง 13 ล้านคน จะดึงความสนใจกำลังซื้อกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ ให้เปลี่ยนใจมา “บอกรักเมืองไทย” สัมผัสความงดงามของเมืองไทย

โครงการที่ 4 จัดมหกรรมเที่ยวพลังบวก เล็งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ 1.เที่ยวอิ่มบุญ ทำบุญไหว้พระ  2.เที่ยวดีแข็งแรงได้ พาไปออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ 3.เที่ยวพาคลายยิ้ม ในเชิงซีเอสอาร์ พาผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ สร้างประสบการณ์ให้บุคลากรทางการแพทย์ด้วยอาสาพาเที่ยวให้กลุ่ม อาสามัครสาธารณสุข (อสม.)

ผู้ว่ายุทธศักดิ์กล่าวว่า ได้วางแผนปฏิรูปการท่องเที่ยวต่อเนื่องโดยจะ Set Zero จัดทำข้อมูลและภาพแหล่งท่องเที่ยวกันใหม่ครั้งใหญ่ ขยายเนื้อหามากกว่าเน้นตามรูปแบบเดิมเรื่องความสวยงาม ความปลอดภัย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือ New Normal เพราะนักท่องเที่ยวยุคต่อไปต้องการข้อมูลที่มากว่า เช่น จะทำอย่างไรให้รู้ว่าไปตามแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ แล้วจะปลอดภัย หรือมีการระบาดของเชื้อโรคหรือไม่

ดังนั้น ททท.จะร่วมมือกับท้องถิ่น และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ยกเครื่องวิธีสื่อสารให้ข้อมูล โดยเตรียมพาสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้กลายเป็น BIG WAVE ฉายภาพทั้งความสวยงาม วิธีบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำถึงการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว ปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี เชื่อมั่นได้ในมาตรการการดูแลทุกชีวิต

สำหรับ “การท่องเที่ยวปลอดภัย” ภายหลังโควิดนั้นจะทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว ตัวอย่าง ตอนนี้ ทาง ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ได้จัดทำคลิปวิดีโอถึงวิธีการใหม่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเข้าพักโรงแรม มีขั้นตอนละเอียดยิบ ตั้งแต่การเช็คอินล่วงหน้า การตรวจอุณหภูมิก่อนก้าวเท้าเข้าล็อบบี้ การฉีดพ่นกระเป๋าสัมภาระ และอื่นๆ ทั้งแต่เข้าจนออกจากที่พัก ควบคู่การวางมาตรฐานการทำความสะอาดพื้นที่ทุกซอกทุกมุมภายในโรงแรม เพื่อป้องกันการติดหรือแพร่อย่างจริงจังตามมาตรฐานสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก

ผู้ว่ายุทธ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ททท.ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อออกมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย หรือ Safty & Health Administration :SHA จัดทำคู่มือมีแนวทางปฏิบัติให้เกิดความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามารับรู้ถึงความปลอดภัย เป็นเครื่องหมายสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว จากนั้นในทุกจุดตลอดการเดินทางนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับการดูแลบนมาตรฐานเดียวกันตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

เริ่มจาก “ก่อนเดินทาง” จะให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ดี มีพื้นที่เสี่ยงอยู่บริเวณใดบ้าง “ระหว่างเดินทาง” ก่อนขึ้นเครื่องบินจะต้องทำการคัดกรอง หรือต่อไปอาจจะต้องมี พาสปอร์ต สุขภาพ ประจำตัวนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการทำ FIX TO FLY , FIX TO TRAVEL พอมาถึงสนามบิน จะคัดกรองเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ขณะนี้สายการบินในตะวันออกกลางเริ่มปฏิบัติแล้ว โดยมีชุดตรวจรวดเร็วด้านสุขภาพ และการจัดระยะห่างที่นั่งภายในเครื่องบินแต่ละเที่ยว จัดใหม่ พอมาถึงสนามบินเมืองไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ก็จะต้องดูแล พอขึ้นรถก็ต้องมีหน่วยงานดูแลจัดระเบียบตามมาตรการการรักษาระยะห่างทางสังคม Social Distancing เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก และ “หลังเดินทาง” ก็ต้องติดตามผลด้วย เพราะตอนนี้ทั้งโลกไม่ต้องการให้คนมาแล้วติดหรือนำโรคกลับไปแพร่เชื้อที่บ้าน ประเทศไทยเองจึงต้องทำให้ทุกขั้นตอนตลอดการเดินทางด้วยมาตรฐานสากลให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ททท.ได้เร่งเดินหน้ากลยุทธ์ซ่อม-สร้าง Re-Up Skill เตรียมความพร้อมผู้ให้บริการสู่ปรับตัวต้อนรับการเดินทางท่องเที่ยวแนวใหม่ New Normal แบ่งเป็น Up Skill เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป จะเปิดคอร์สติดอาวุธทางการตลาดทุกวัน 10 โมงเช้า และยังอยู่ระหว่างทำงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา อบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมเพราะหลายคนยังไม่ได้ทำงาน อบรมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้ทั้งความรู้และเบี้ยเลี้ยงการอบรมด้วย

ไฮไลต์การซ่อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้มีรากฐานความมั่นคง แล้วหาแนวทางสร้างความเชื่อมั่น ททท.จะหาช่องทางเพื่อให้ประเทศพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยจะใช้สูตร “6 ไม่” คือ “1.ไม่อันตราย 2.ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 3.ไม่ทรมานสัตว์ 4.ไม่แออัด 5.ไม่ค้ามนุษย์ 6.ไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยว” หากสามารถซ่อมสร้างแล้วเกิดสิ่งที่ดีทำสำเร็จครบทั้ง 6 ไม่ ก็น่ายินดี ตอกย้ำการมาท่องเที่ยวเมืองไทยมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการวางแผนทำตลาดต่างประเทศ อันดับแรก จะอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย แปซิฟิก โดยเฉพาะสำนักงาน ททท.ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว คุนหมิง เฉินตู ขอให้ส่งสัญญาณว่าเมื่อไรที่รัฐบาลจีนพร้อมให้คนเดินทางเที่ยวต่างประเทศได้ ล่าสุดเริ่มขยับโดยเพิ่งเริ่มอนุญาตให้ท่องเที่ยวภายในมณฑล และระหว่างมณฑลได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ออกต่างประเทศ แต่ก็มีข่าวดีจากสายการบินนานาชาติติดต่อทางไทย ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น จะบินมาบางจุดในประเทศไทย เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยมีความปลอดภัยมากเพียงพอ

การทำงานของ ททท.สำนักงานต่างประเทศ ตอนนี้มีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลถึงความต้องการของแต่ละประเทศ ควบคู่การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว สื่อต่างๆ บล็อกเกอร์ และประชาสัมพันธ์ให้ไทยเป็นประเทศ TOP OF MIND-สถานที่ท่องเที่ยวในหัวใจของแต่ละชาติ เช่น ญี่ปุ่น ททท.โตเกียวมีกิจกรรมโปรโมตอาหารไทย หรือทำออนไลน์ โร้ดโชว์ ขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อจบโควิดเปิดประเทศได้ “ไทย” จะเป็นอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวแถบเอเชียสามารถมาได้ทันที

ส่วนหน้าที่เฉพาะกิจระหว่างปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล Work from Home “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทาง ททท.สำนักงานทั่วประเทศ ได้เปิดหน้าเพจออนไลน์เป็นช่องทางช่วยเอกชน ชุมชน นำสินค้ามาจำหน่าย ในโครงการ “ฝากร้าน-แห่งประเทศไทย หรือ Amazing Market” เพื่อสร้างความจดจำสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น ถือเป็นความภาคภูมิใจหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือเยียวยามหาวิกฤตส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด ต้องช่วยกันสร้างงาน สร้างรายได้ จากกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่ม “ผู้ขาย” ในวงการท่องเที่ยว ชุมชน ร้านอาหาร บุคลากร นำอาหารเครื่องดื่ม ผัก ผลไม้ ของสด หรือแม้แต่หน้ากากผ้าไทย หน้ากากผ้าชุมชน นำสินค้าคุณภาพมาร่วมจำหน่ายต่อเนื่องทุกวัน

ลูกค้าสำคัญคือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งเข้ามาเยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าในออนไลน์ Amazing Market เป็นกำลังใจให้ผู้ขายทั่วประเทศ ททท.ขอเชิญชวนเข้ามาช้อปออนไลน์ในเพจ Amazing Market กันมากๆ เพื่อเลือกซื้อของดีไปบริโภคและใช้งาน ในราคาเป็นธรรม ช่วยท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน-บล็อกเกอร์:gurutourza ,www.facebook.com/penroongyaisamsaen