การเคหะแห่งชาติยังคงเดินหน้าแจกข้าวกล่องอาหารกลางวันให้กับชุมชนเคหะที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด โดยขยายพื้นที่จากชุมชนในกรุงเทพฯ ไปยังปริมณฑล
เริ่มต้นที่เคหะชุมชนวัดไพร่ฟ้า จ.ปทุมธานี โดยได้รับการสนับสนุนงบส่วนตัวจาก นายพีระศักดิ์ พอจิตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา จำนวน 1,000 กล่อง พร้อมด้วยปลากระป๋อง จำนวน 5,000 กระป๋อง เมื่อเร็วๆ นี้

นางพัชรนันท์ จวนสาง ประธานกรรมการเคหะชุมชนวัดไพร่ฟ้า เล่าว่า ผู้อยู่อาศัยในเคหะชุมชนวัดไพรฟ้า มีประมาณ 1,900 คน จาก 370 ครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายตามตลาดนัด และรับจ้างรายวัน ได้รับผลกระทบจากการปิดตลาดนัดและการเลิกจ้างงาน ต้องอยู่กินอย่างประหยัด การมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือทำให้รู้สึกว่าคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน
“ในชุมชนไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตนเองเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) อยู่แล้ว เราก็ออกไปแนะนำวิธีป้องกันตัวจากเชื้อโควิด-19 ด้วย”
ชุมชนเคหะวัดไพร่ฟ้า ก่อตั้งเมื่อปี 2537 รองรับผู้ที่เข้าข่ายประสบเหตุไฟไหม้ ถูกเวนคืน บุกรุกที่สาธารณะมาอาศัยอยู่รวมกัน โดยการเคหะแห่งชาติได้จัดสรรที่ดินแปลงละ 19.50 ตารางวา จำนวน 657 แปลง มาให้ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเอง

นายพีระศักดิ์ พอจิตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภา กล่าวว่า วุฒิสภาได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 โดยบริจาคเงินเดือนคนละ 50,000 บาท เป็นเงินรวม 12 ล้านบาท และได้บริจาคสมทบให้มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อการนี้ 10 ล้านบาท คงเหลืออีก 2 ล้านบาท จะพิจารณาใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ต่อไป
“ที่แจกข้าวกล่องเพราะเห็นเขาเดือดร้อน เอามาช่วยเหลือ ให้เขามีกำลังใจว่า คนไทยเราไม่ทิ้งกัน อีกทั้งการเคหะแห่งชาติมีระบบการจัดการที่ดี มีการวัดอุณหภูมิ ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือ และการเว้นระยะห่าง ทำให้การแจกข้าวกล่องเรียบร้อยด้วยดี”

ด้าน นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาคเอกชนในการจัดหาข้าวกล่องแจกชุมชนเคหะฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในเขตกรุงเทพฯ 10,000 กล่อง ขณะนี้ขยายเป็น 16,500 กล่องไปแล้ว เพราะได้รับการร้องขอจากชุมชนเคหะฯ อื่นที่ประสบความเดือดร้อน จึงขยายความช่วยเหลือมาลงในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ ส่วนชุมชนเคหะฯ ในต่างจังหวัดกำลังพิจารณาความพร้อมในการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ด้วย
“เรายังทำเหมือนเดิมคือรับเงินบริจาค แล้วนำมาจ้างแม่ครัวในชุมชนปรุงอาหาร เป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชน รวมถึงแจกข้าวกล่องให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชน เรากำลังประเมินผลการแจกข้าวกล่องและส่งให้ทางฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ของการเคหะแห่งชาติ พิจารณาว่า จะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไร” นายณัฐพงศ์ กล่าวในที่สุด

