TCEB โหม 3 โปรเจ็กต์เพิ่มทักษะเอกชนไมซ์ครบวงจร ผุด “ไฮยีนไกด์ไลน์” พร้อมลุยตลาดหลังปลดล็อกดาวน์

13.05.20 | 16:21 น.

TCEB เปิดแผนนำอุตสาหกรรมไมซ์ไทยฝ่าสถานการณ์โควิด-19 นำร่อง “เฟสแรก” โหม3โปร
เจ็กต์ “Webinar/O to O/E-Learning” อัดเนื้อหาเพิ่มทักษะคน ผู้ประกอบการ “เฟสสอง”กลางเดือน พ.ค.นี้ ผนึกภาคีพันธมิตรผุดโครงการคู่มือพัฒนาและจัดทำแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ :MICE Venue Hygiene Guidelines” เตรียมรับคลายล็อกดาวน์เศรษฐกิจลุยจัดไมซ์ในประเทศได้

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “สสปน./TCEB” เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ปรับกลยุทธ์แต่ละเฟสให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาล เพื่อดูแลรักษาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง เฟสที่ 1 ได้จัดทำคู่มือหรือไบเบิ้ลแนวทางการจัดงานประชุมจัดเตรียมไว้ เริ่มขับเคลื่อนต้นเดือนพฤษภาคม 2563 เพราะไมซ์ยังไม่สามารถจัดงานต่างๆ ได้ อย่างงานจัดนิทรรศการแสดงสินค้า (Exhibition)  ตอนนี้ไม่ได้ยกเลิกเป็นเพียงเลื่อนจัดงานเท่านั้น ทางทีเส็บจึงได้นำร่องทำโครงการกิจกรรมส่งเสริมเยียวยาผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศ

เฟสที่ 1 เริ่มเมื่อปลายเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นมา เน้นเพิ่มพูนทักษะด้วยเนื้อหาข้อมูลการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมด้วย 3 โครงการ ประกอบด้วย

โครงการแรก Webinar เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นมา มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับเนื้อหาการจัดประชุม สัมมนา ผ่านออนไลน์ รวม 500 ราย เน้นหนักคอร์สการฝึอบรมย่อย 25 โครงการ นำ Webinar เข้ามาใช้ประโยชน์เพราะสามารถรองรับให้คนเข้ามาร่วมประชุมพร้อมกันได้ครั้งละ 10,000 คน

Advertisement

โครงการที่ 2  O to O : Offline to Online จัดทำแพลตฟอร์มแอพลิเคชั่นให้แล้วเสร็จภายเดือนมิถุนายน 2563 เตรียมใช้เป็นเครื่องมือเปิดซื้อขายงานเอ็กซิบิชั่นจัดการแสดงสินค้าออนไลน์ สร้างตลาดนัดงานเทรดเครื่องจักรกล และงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อื่น ๆ

โครงากรที่ 3 E-Learning ทำหัวข้ออบรมผ่านออนไลน์ ครอบคลุมทั้ง Re Skill -Up Skill การยกระดับและเพิ่มทักษะ พนักงานและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อนำมาใช้งานช่วงเปิดบริการใหม่หลังโควิด-19 สงบลง

ผอ.จิรุตถ์ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาเฟสแรก มีกระแสจากผู้ประกอบการสนใจสมัครเข้าร่วมแต่ละโครงการจำนวนมากเกินกว่างบประมาณที่ได้จัดเตรียมไว้ แต่ทางทีเส็บต้องทำงานควบคู่กับนโยบายการเยียวยาของภาครัฐที่ทำอยู่คือ การจ่ายเงินเราไม่ทิ้งกันแก่อาชีพอิสระ 5,000 บาท/คน/เดือน 3 เดือน การจ่ายเงินประกันสังคมลูกจ้างประกันตนตามมาตรา 33 อัตรา 62 % ของเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท/คน/เดือน 3 เดือน หรือเงินกู้ใหม่ดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) บุคคลธรรมดากลุ่มอาชีพอิสระ คนทำงานประจำ และผู้ประกอบการ

และถึงแม้ทีเส็บจะได้รับนโยบายให้ปรับลดงบประมาณปี 2563 ลง 10 % โดยนำไปคืนเข้ารัฐ แต่ก็ได้เสนอขอนำเงินดังกล่าวกลับมาใช้ “เยียวยา” กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงาน เช่น ออร์กาไนเซอร์ไทยที่ประมูลงานจากต่างประเทศเข้ามาจัด รวมทั้งทีเส็บยังทำงานร่วมกับสมาคมจัดนิทรรศการแสดงสินค้า : Trade Exbition Association :TEA สมาคมเอกชนที่นำเงินจากทั่วโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยมีแผนเยียวยาและฟื้นฟู 2 ระยะ คือ

แผนระยะแรก เดินหน้าจัดทำ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นำเงินเข้าไปช่วยพยุงกลุ่มบริษัทออร์กาไนเซอร์ต้องพยุงไว้มีมากถึง 70-80 % ซึ่งยังต้องทำงานด้านการวางแผนเตรียมไว้ เพื่อรอลูกค้าต่างประเทศซึ่งยังไม่สามารถเดินทางนำงานเข้ามาได้ ต้องเลื่อนไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ  และ ส่วนที่ 2 เปิดการฝึกอบรมหรือ training เตรียมความพร้อมเปิดประเทศ

แผนระยะกลาง จะส่งสำนักงานทีเส็บสาขาภูมิภาคลงพื้นที่ ดูสถานที่จัดงาน จัดการประชุม เตรียมพร้อมไว้ทำงานได้ทันทีเมื่อรัฐบาลเปิดประเทศ โดยให้นโยบายทุกสาขาจะต้องไปพูดคุยกับทางสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าจังหวัด หาตลาดประชุมสัมมนา หน่วยงานราชการที่สามารถทำได้

โดยเน้นการทำ D (domestic) – Globolization คือทำให้ตลาดภายในประเทศเกิดความเข้มแข็งก่อน อาจจะเป็น เดินทางภายในจังหวัดเดียวกัน ต่อด้วยการเดินทางข้ามจังหวัด ทุกฝ่ายจะต้องฟังทางสาธารณสุขเป็นหลัก

ผอ.จิรุตถ์ประเมินว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง กิจกรรมการจัดงานกลุ่มแรก ๆ ที่พอจัดได้คือ เอ็กซิบิชั่น ส่วนไมซ์ประเภทอื่น ๆ คงจะต้องรอรัฐบาลเนื่องจากต้องใช้มาตรการสาธารณสุขเน้นความปลอดภัยนำด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ทีเส็บเองก็คงจะไม่ได้รอเปิดทีเดียวทั้งประเทศ แต่จะเข้าไปทำงานอย่างใกล้เมื่อเปิดรายจังหวัดก็จะเสนอ “คณะกรรมการพัฒนาหลักเกณฑ์มาตรการและแนวทางการเตรียมความพร้อมเปิดกิจการหรือการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและกีฬา” ที่มีกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และทีเส็บ รวมอยู่ด้วยร่วมนำตลาดไมซ์ช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศอีกทาง

สำหรับการเตรียมโครงการหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทีเส็บจะทยอยดูแต่ละจังหวัดเพื่อทำ “อนุภาคี” และ “การจัดไมซ์ข้ามจังหวัด” โดยใช้โครงการหลัก “ประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ” เมื่อเข้าสู่ ZERO COVID สามารถจัดไมซ์กลุ่มประชุม โดยใช้รูปแบบทำเป็นล็อตทำพร้อมกันครั้งละจำนวนมากไม่ได้ ตลาดหลักอันดับแรกคือการณรงค์พันธมิตรในประเทศช่วยกันกระตุ้นให้นำเงินเข้ามาใช้จ่ายในโครงการประชุมเมืองไทย ภูมิใจช่วยชาติ ในฐานะภาคีพันธมิตรทีเส็บ มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอื่น ๆ

หลังจากนั้นก็เตรียมความพร้อม “ตลาดต่างประเทศ” หากมีบางประเทศเริ่มเปิดโดยปลดล็อกโดยยึดความปลอดภัยด้านสุขภาพต้องมาก่อน ต่อเมื่อแต่ละประเทศยกเลิกการกักตัวป้องกันเชื้อแพร่ระบาดหรือ Qualantine ไม่ทำอีกต่อไป เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามผลวิจัยและประมวลตามเอกสารต่าง ๆ จีนมีความพร้อมจะเลือกเดินทางมาไทยเป็นประเทศแรก

ดังนั้นทีเส็บจึงมุ่งหวังทำตลาดกับจีนเป็นกลุ่มแรก รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่คู่ค้าปลดล็อกต่าง ๆ แล้ว ก็จะใช้กลยุทธการทำความร่วมมือทางการตลาดในลักษณะ “ทวิภาคี” ด้วยวิธีจะต้องศึกษาอย่างรวดเร็วว่าประเทศใดบ้างพร้อมจะเดินทางจัดประชุมหรือทำกิจกรรมไมซ์ เนื่องจากในสถานการณ์ปกติไทยมีลูกค้าตลาดไมซ์กลุ่มหลัก คือ จีน อินเดีย สิงคโปร์

เฟสที่ 2 ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป ทีเส็บและพันธมิตรอย่างสมาคมโรงแรมไทย ร่วมกันจัดทำโครงการ “พัฒนาและจัดทำแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Venue Hygiene Guidelines) สถานที่จัดงาน ผู้จัดงานประชุม นิทรรศการ และงานอีเวนต์” เป็นแผนงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักเกณฑ์มาตรการและแนวทางการเตรียมความพร้อมเปิดกิจการหรือการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นศูนย์กลางควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด

โครงการดังกล่าวทำขึ้นเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และโรคติดต่ออื่นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการไมซ์ภายในประเทศทั่วทุกภูมิภาคได้ศึกษาทำความเข้าใจ เตรียมความพร้อมในการกลับมาจัดงานไมซ์อีกครั้ง หากได้รับการผ่อนปรนให้ดำเนินกิจการได้ตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต โดยยังคงมาตรการความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมงานตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยเน้น 5 มาตรการหลัก ดังนี้

1.จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ (จำนวน 1 คนต่อพื้นที่ 2 ตารางเมตร)

2.ตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย (ต้องมีระบบดูแล ส่งต่อ และติดตามผู้ป่วย เช่น การใช้ Application)

3.การเว้นระยะห่างในสถานประกอบการ เช่น สถานที่จัดงาน : ห้องประชุม บันไดเลื่อน ห้องน้ำ ห้องอาหาร เป็นต้น

4.ระบบติดตามผู้ใช้บริการ (Tracking system) กรณีผู้ใช้บริการป่วย หลังจากมาใช้บริการในสถานประกอบการ

5.จัดระบบคิว โดยแยกพื้นที่รอก่อนใช้บริการ

แนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ จะครอบคลุมตั้งแต่ ก่อนเริ่มงาน ระหว่างงาน และหลังจบงาน

ส่วนที่ 1 แนวทางปฏิบัติก่อนเริ่มงาน ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมของพนักงาน การจัดการเดินทางระหว่างงาน การจัดตั้งจุดคัดกรอง การจัดทำคู่มือสื่อสารผู้เกี่ยวข้องกับงาน เช่น การขออนุญาตจัดงาน จำนวนคนที่รวมกลุ่มในการจัดงาน คำแนะนำและแนวทางในการทำกิจกรรมขนาดใหญ่ การจัดทำคู่มือและวีดีโอคำแนะนำการปฏิบัติตัวด้านสุขอนามัยให้กับผู้เข้าร่วมงาน การนำส่ง Self-Screening Application หรือเว็บไซต์คัดกรองตนเองให้ผู้ร่วมงานตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงก่อนงานเริ่มทุกครั้ง

ส่วนที่ 2 แนวปฏิบัติระหว่างงาน มุ่งเน้นมาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณสุข ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยลดความเสี่ยง เช่น จัดเตรียมความพร้อมของสถานที่เพื่อลดจุดสัมผัส การทำความสะอาดในจุดสัมผัสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จุดลงทะเบียนและการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจควรใช้ระบบ QR Code และกระจายให้เพียงพอต่อผู้ร่วมงานเพื่อลดความแออัด

การจัดประชุมสัมมนา จัดแผนผังของห้องให้มีระบบอากาศถ่ายเทสะดวก จัดที่นั่งเว้นระยะห่างทางกายภาพไม่ต่ำกว่า 2 เมตร วางไมโครโฟนไว้ตามจุดต่างๆ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลทำความสะอาดทุกครั้งที่มีผู้ใช้งาน กรณีที่มีวิทยากรเดินทางข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศเข้ามา ต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้เข้าอบรมด้วยการชี้แจงมาตรการควบคุมป้องกันโรคและการอำนวยความสะดวกให้แก่วิทยากรเพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค เช่น บริการรถรับส่ง หรือเลือกที่พักใกล้สถานที่จัดประชุม

การจัดนิทรรศการ ควรนำเทคโนโลยีในการจองคิวล่วงหน้ามาใช้จองรอบเข้าดูนิทรรศการแต่ละบูธเพื่อลดความแออัด หรือนำเทคโนโลยีการจัดงานเสมือนจริง (Virtual Exhibition) มาใช้งานสร้างประสบการณ์ของผู้ร่วมงานระหว่างรอคิวเข้าชมนิทรรศการ และสร้างแพลทฟอร์มออนไลน์ (Online Platform) ให้สามารถจองหรือสั่งซื้อสินค้าภายในงานได้ทันที

ส่วนที่ 3 แนวปฏิบัติหลังจบงาน ผู้จัดงานต้องตรวจสอบประกาศคําสั่งและข้อกําหนดที่ได้จากรัฐและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เรื่องการจัดทํารายงานผลการจัดงานชี้แจงต่อหน่วยงานที่อนุญาตให้จัดงาน และจัดระบบการจัดการขยะมูลฝอยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้สามารถดาวน์โหลดคู่มือได้ที่ http://www.micecapabilities.com/mice/uploads/attachments/MICE_Hygiene_Guidelines_(Post_COVID-19).pdf”

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -บล็อกเกอร์ #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97