“คิง เพาเวอร์”งัด4พลังบวกพร้อมช่วยชาติฟื้นเศรษฐกิจใหม่ ดันไทยเพาเวอร์เวิลด์มาร์เก็ตบูมชุมชน-ท่องเที่ยวปี’63-65

27.05.20 | 12:25 น.
อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา พร้อมครอบครัวและทีมบริหาร พร้อมนำ คิง เพาเวอร์ ช่วยรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทยให้แข็งแกร่งอีกครั้งในตลาดโลก

เมื่อรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร “กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์” ในฐานะผู้บุกเบิกร้านค้าปลอดภาษี (duty free) ติดอันดับโลก และผู้นำธุรกิจรีเทลเพื่อการท่องเที่ยวแถวหน้าของเมืองไทย ภายใต้การนำของ “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก็กลับมาเปิดบริการร้านค้าภายใต้วิถีใหม่หรือ New Normal มุ่งใส่ใจการใช้พื้นที่ร่วมกันในสังคมมากขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ภายใต้ยุทธศาสตร์ King Power Care Power” สร้างมั่นใจ เสริมสุขภาพ เพื่อวิถีชีวิตใหม่ของคนไทยและนาชาติ

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จัดทำโมเดลต้นแบบภายใต้ยุทธศาสตร์ King Power Care Power เมื่อกลับมาเปิดบริการใหม่หลังรัฐบาลเปิดล็อกดาวน์ห้างสรรพสินค้า จึงได้มุ่งสร้างความมั่นใจเสริมสุขภาพความปลอดภัย New Normal

โดยมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าโควิด-19 แบบครบวงจรในช่องทางการขายออฟไลน์ผ่านหน้าร้านและออนไลน์ทางเว็บไซต์กับแอพลิเคชั่น ภายใต้โครงการ “King Power Team Power” ที่เปิดโอกาสให้พนักงานแปลงโฉมเป็นทีมขายมืออาชีพด้วยการชูแม่เหล็กดึงดูดนักช้อปผ่านไฮไลต์สามารถ “ซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้ในราคาดิวตี้ฟรี” เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2563 เป็นต้นมา รวมพลังสต๊าฟกว่าหมื่นคนช่วยกันขยายฐานลูกค้ากับยอดขายหมุนเวียนผ่านดิจิทัลออนไลน์พร้อมส่งฟรีถึงบ้านตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลก

อีกทั้งยังมีฐานอันแข็งแกร่งของโครงการ King Power Thai Power” ซึ่งมุ่งมั่นแบ่งปันรายได้นำไปคืนประโยชน์สู่สังคม นำร่องเฟสแรกเมื่อปี 2559 มาจนถึงปี 2562 ขณะนี้ประกาศเดินหน้าทำต่อเนื่องเฟสสอง ระหว่างปี 2563-2565 ถึงแม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงต่อธุรกิจต้องหยุดให้บริการชั่วคราวก็ตาม

ทาง “กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์” “King Power Thai Power” ก็พร้อมจะเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง เฟสสอง ด้วยความมุ่งมั่นแบ่งปันรายได้คืนประโยชน์สู่สังคมเคียงข้างคนไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะใช้งบประมาณ 719.5 ล้านบาท ทุ่มเทร่วมด้วยช่วยรัฐบาลฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยสร้างการรับรู้ใหม่ๆ ในเวทีโลก ภายหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 สงบลง

คิง เพาเวอร์ สร้างความฮือฮาโดยนำผลิตภัณฑ์ชุมชนเสื้อแจ็คเก็ตย้อมสีธรรมชาติให้นักเตะสโมสรเลสเตอร์สวมใส่ลงนามก่อนการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก ทำเป็น LCFC คอลเลคชั่น จากภูมิปัญญาชุมชน บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช

ขณะนี้กลุ่มบริษีท คิง เพาเวอร์ วางแผนเตรียมใช้เงินมากกว่า 622 ล้านบาท จัดทำโครงการ “ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทย” บนหน้าอกชุดแข่งขันของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลแข่งขันพรีเมียร์ลีก 2020/2021 คู่ขนานกับป้ายโฆษณาดิจิทัลในสนาม King Power Stadium สนามฟุตบอลที่มีผู้ชมทั่วโลกปีละหลายร้อยล้านคน

Advertisement

สำหรับหัวใจหลักสำคัญที่สุดในโครงการ “King Power Thai Power” คือ การมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจฐานราก โดยกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กจากหมู่บ้าน ชุมชน ทั่วประเทศ ผลิต “สินค้าคุณภาพตามอัตลักษณ์ไทย” สร้างมูลค่ารายได้นับพันล้านบาท จากการนำมาวางขายในศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยวระดับสากลตามร้านของคิง เพาเวอร์ สาขาต่าง ๆ ทั่วเมืองไทย ทั้งในสนามบินนานาชาติ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ อู่ตะเภา ร้านในเมืองที่ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต เรื่อยไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยวรุ่นพิเศษสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกอย่าง การผลิตเสื้อแจ็คเก็ตภายใต้ชื่อ From Leaves to Lively Thai Dye Collection” พิถีพิถันใส่จิตวิญญาณเรื่องราวการใช้สีมัดย้อมธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของชุมชนข้ามภาคใต้กับภาคเหนือของคนชุมชนใน ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช และชุมชนตะเคียนปม จังหวัดลำพูน เพื่อให้นักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ สวมใส่ก่อนการแข่งขันช่วงวันบ็อกซิ่ง เดย์ รายการบิ๊กแมตช์ พรีเมียร์ ลีก ณ สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมืองเลสเตอร์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 พร้อมๆ กับผลิตสินค้าของที่ระลึกจากวัสดุดังกล่าวอีก 17 ชนิด ไปวางขายในตลาดอินเตอร์ ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แต่ละผลิตภัณฑ์ชุมชนล้วนสร้างชื่อเสียง ได้รับความนิยมจากแฟนคลับนานาประเทศ

ปี 2563 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เตรียมจะใช้เงินเบื้องต้นราว 70 ล้านบาท ทำโครงการ Thai Power World Market” เดินหน้ายกระดับศักยภาพสินค้าไทยเพิ่มช่อทางนำมาวางขายทางออนไลน์ ควบคู่กับการส่งทีมลงไปช่วยชุมชนออกแบบพัฒนาสินค้าให้มีดีไซน์เพื่อสร้างยอดขายในตลาดนานาชาติได้ ควบคู่การช่วยประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์พื้นบ้าน วิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักเดินทางทั่วโลก ให้เลือกเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีใหม่ๆ ตามแหล่งผลิตสินค้าชุมชนทั่วไทย เมื่อโลกหลังโควิด-19 กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง

คิง เพาเวอร์ สร้างผลงานแชมป์เอเชียคว้ามาได้งถึง 2 รางวัล จาก DFNI Frontier Asia Pacific Award 2020

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 คิง เพาเวอร์ คว้ารางวัลสำคัญแห่งเอเชีย บนเวทีที่ ‘ดีเอฟเอ็นไอ-ฟรอนเทียร์ เอเชีย แปซิฟิก อวอร์ดส 2020 : DFNI-Frontier Asia Pacific Awards 2020 มอบให้ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจดิวตี้ฟรี ที่ประสบความสำเร็จสร้างผลงานครองใจผู้ใช้บริการ จนได้รับการโหวตให้ครองถึง 2 รางวัล ได้แก่ “รางวัลผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกสนามบินที่บริหารงานยอดเยี่ยม” หรือ Asia Pacific Airport Travel Retailer of  the year และ “รางวัลผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน” หรือ CSR or Sustainability Initiative of the year

เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจาก คิง เพาเวอร์ เป็นธุรกิจครอบครัวคนไทย “ศรีวัฒนประภา” ผู้บุกเบิกมายาวนานกว่า 30 ปี

รางวัล “ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกสนามบินที่บริหารงานยอดเยี่ยม : Asia Pacific Airport Travel Retailer of the year” การันตีถึงความเป็นมืออาชีพของ คิง เพาเวอร์ ในการบริหารจัดการร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดอากรภายในสนามบินนานาชาติและร้านค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งพัฒนาตอบโจทย์ครอบคลุมทั้งด้านสินค้า บริการ แก่นักเดินทางทั่วโลก โดย คิง เพาเวอร์ ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเป็นชนะ จากธุรกิจดิวตี้ฟรี โดยมีผู้เข้าชิงอีก 3 ราย คือ จากอินเดีย 2 ราย ได้แก่ Delhi Duty Free กับ Hyderabad Duty Free และ The Shilla Duty Free เกาหลีใต้

รางวัล “ผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน : CSR or Sustainability Initiative of the year” คิง เพาเวอร์ ประเดิมรับรางวัลเป็นบริษัทแรก เนื่องจากปีนี้ทาง ‘ดีเอฟเอ็นไอ-ฟรอนเทียร์ เอเชีย แปซิฟิก อวอร์ดส’ เพิ่งจัดทำขึ้น พร้อมทั้งได้คัดเลือกกิจกรรมเพื่อสังคมของ คิง เพาเวอร์ ให้เป็นผู้ชนะ โดยมีผู้เข้าชิงรางวัลดังกล่าวจากธุรกิจดิวตี้ฟรี และโครงการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีก 5 ราย ได้แก่ Delhi Duty Free อินเดีย Dubai Duty Free สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Lotte Duty Free เกาหลีใต้ Ever Rich Duty Free สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และโครงการ Wild Tiger’s Roar Trip อินเดีย

คิง เพาเวอร์ พร้อมจะใช้ 4 พลังบวกเข้ามาช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนสินค้าชุมชนและเศรษฐกิจประเทศไทยให้กลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังโควิด-19 สงบลง

นอกเหนือจากจะทำโครงการใหม่ๆ เพื่อสังคมด้านสินค้าและเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ระหว่างปี 2563-2565 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะใช้เงินอีกประมาณ 749 ล้านบาท ทำโครงการเพื่อสังคมต่อเนื่องอีก 3 ด้านหลัก ได้แก่ “ด้านกีฬา” พัฒนาเยาวชน โดยมอบลูกฟุตบอลใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมขนาดผู้เล่น 7 คน สนามที่ 61-100 ใช้งบประมาณอีก 100 ล้านบาท “ด้านสาธารณสุข” พัฒนาสุขภาพชีวิต วงเงินรวมเกือบ 100 ล้านบาท ส่งมอบตู้อบเด็กภายใต้มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา สนับสนุนมูลนิธิก้าว และโครงการกระเป๋ายังชีพเพื่อบรรเทาทุกข์ ภายใต้โครงการ King Power Thai Power “ด้านอาชีพ” พัฒนาการสร้างงานสร้างรายได้ ผ่านโครงการ FOX HUNT และ King Power Cup 270 ล้านบาท โครงการประกวดวงดนตรีดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ แห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การบริหารจัดการธุรกิจของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นับจากปี 2532 จนถึงปัจจุบันปี 2563 ได้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสมานับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ก็ได้ใช้ 4 พลังบวก “King Power Thai Power-King Power Car Power-King Power Team Power-Thai Power World Market” มาเป็นพลังฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อสู้ไวรัสโควิด-19 สนับสนุนรัฐบาล และเศรษฐกิจชุมชน ทำให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยกลับมาผงาดอย่างมั่นคง ยั่งยืน เดินหน้าพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม อย่างแข็งแกร่งต่อไป

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -บล็อกเกอร์ :gurutourza