“อนุทิน” นำทัพ TCEB ปลุกไมซ์ฟื้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง งัดนวัตกรรม “ไฮบริดอีเวนต์” จับคู่ธุรกิจค้าออนไลน์พุ่ง

10.06.20 | 14:05 น.

รองนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกุล” นำทัพ TCEB เปิดเวทีใหญ่ถกนโยบายแผนขับเคลื่อนตลาดอุตสาหกรรมไมซ์หลังคลายล็อกดาวน์โควิด-19 ตั้งเป้าฟื้นเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง โดยมีทีมบริหาร “จิรุตถ์ -ศุภวรรณ” ร่วมผ่ากลยุทธ์ชูใช้นวัตกรรมไฮเทคโนโลยีเสมือนจริงรุกจับคู่ธุรกิจการค้า งัด 3 โปร เจ็กต์  “ไฮบริดอีเวนต์-เพิ่มทักษะพนักงานทั้งอุตสาหกรรม-จัดเวทีสัมมนาออนไลน์” ผลิตคู่มือมาตรฐานใช้เพิ่มความเชื่อมั่น” มิ.ย.-ก.ค.63 ลุยแคมเปญดันไมซ์ในประเทศขยับตัว ปลายปีหวังลูกค้าอาเซียน เอเชียบางประเทศ กลุ่มคุณภาพทยอยจัดงานไมซ์ในไทยได้

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “สสปน./TCEB เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำกับดูแลทีเส็บ เตรียมนำทัพจัดสัมมนาออนไลน์ผ่านรูปแบบการประชุมเสมือนจริงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Virtual Conference) หัวข้อ Post COVID-19 ชีวิตใหม่ กับการจัดระเบียบและขับเคลื่อนสร้างความพร้อมกรุงเทพและเมืองหลักเพื่อการจัดงาน” ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00-16.30 น.

การสัมมนาเสมือนจริงตลอด 2 ชั่วโมงครึ่ง  จะมีผู้นำแต่ละภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ ประกอบด้วย นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงสาธารณสุข นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยทีมผู้บริหารทีเส็บ ได้แก่ นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม ดำเนินรายการโดยนางสาวปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษ์และสื่อสารองค์กร โดยทีเส็บจะใช้เวทีนี้ถ่ายทอดความรู้ แนวทางใหม่ทางการตลาด การดูแลผ่อนปรนกิจการไมซ์ การจัดอีเวนต์ ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง จะต้องควบคุมอย่างไร และโมเดลไมซ์วิถีใหม่ New Normal เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสหการรมไมซ์นำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ หลังศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ผ่อนคลายล็อกดาวน์ภาคธุรกิจไมซ์ให้จัดประชุมได้ขนาดไม่เกิน 200 คน/ครั้ง และจัดงานแสดงสินค้าได้ในพื้นที่ไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร

สามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ www.thailandbusinessevent.com หรือเข้าไปชมได้ทางลิงค์ www.facebook.com/miceinthailand

Advertisement

นางศุภวรรณกล่าวว่าขณะนี้ทีเส็บร่วมกับสมาคมต่างๆ จัดทำคู่มือปฏิบัติในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 4 ประเภท เปิดให้ผู้ประกอบการเข้าไปดาวโหลดฟรีโดยเข้า google แล้วพิมพ์ค้นหาจากคำว่า micecapability หรือ พัฒนาศักยภาพไมซ์ หรือ ไมซ์ประเทศไทย เพื่อนำไปใช้งานซึ่งจะมีทั้งเนื้อหา วิดีโอ รายละเอียดเข้มข้นมากกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทั่วไป และทีเส็บยังได้เสนอกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาอนุมัติคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานจัดแสดงสินค้าขนาดไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร ตามนโยบายรัฐบาลซึ่งกำลังทยอยปลดล็อกดาวน์ธุรกิจแต่ละประเภท โดยทีเส็บจะทยอยทำคู่มือปฏิบัติคู่ขนานกันออกมาเป็นระยะ

ในระหว่างหยุดเชื้อ เพื่อชาติ มีนาคม-พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทีเส็บกับผู้ประกอบการไมซ์ก็ได้จัดสัมมนาออนไลน์ตามวิถีชีวิตใหม่บนแพลตฟอร์ม Webinar อย่างต่อเนื่อง นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาสร้างศักยภาพเปิดเวทีการแลกเปลี่ยนพูดคุยระหว่างกันพร้อมๆ กับทำ 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการแรก Virtual Working Space นำลูกค้ากับพันธมิตรจัดสัมมนาบนออนไลน์เสมือนจริง โดยทีเส็บเป็นผู้สนับสนุนการสัมมนาผ่านแพลตฟอร์ม Webinar สามารถเข้าร่วมประชุมพร้อมกันได้ครั้งละ 1,500 คน โครงการที่สอง Hybrid Event/Virtual Event เปิดช่องทางด่วนการเจรจาธุรกิจการค้าเสมือนจริง นำคู่พันธมิตรนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจับคู่ซื้อขายได้จริง โครงการที่สาม Re Skill & Up Skill ช่วยปรับและเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการกลุ่มจัดงานแสดงสินค้า อีเวนต์ โรงแรมทั่วประเทศ ศูนย์ประชุมนานาชาติ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพให้พนักงานผ่าน E-learning

โดยมีตัวอย่างการนำร่องจัดงานแรก Toy Expo 2020 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 งานนี้ในสถานการณ์ปกติกำหนดจะจัดที่ เซ็นทรัล เวิลด์ แต่พอเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จึงต้องปรับกลยุทธ์นำมาจัดบนออนไลน์ ภายในงานคงรูปแบบให้มีการประมูล สอบถามราคา และค้าขายกันจริง ๆ ซึ่งประสบความสำเร็จสูงเพราะมีแฟนคลับการ์ตูนอยู่จำนวนมาก จึงทำให้ผู้ผลิตสามารถขายการ์ตูนรุ่นลิมิเต็ด เอ็ดดิชั่น ทำยอดขายดีพอสมควร รวมถึงการมุ่งหาวิธีเพิ่มช่องทางขายผลิตภัณฑ์การ์ตูนอีกหลายรุ่นที่ทยอยเข้าสู่ตลาดต่อไปด้วย

ขณะนี้จึงมีงานต่างๆ จากตลาดต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาจัดงานจริงได้ ต่างก็พากันเข้าคิวรอการจัดงานเสมือนจริงในลักษณะเดียวกับ Toy Expo 2020 ซึ่งเป็นต้นแบบการทำตลาดไฮบริดอีเวนต์แบบเป็นรูปธรรม สร้างตัวอย่างให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพการจัดแสดงสินค้าของไทยบนโลกการค้าเสมือนจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับงานใหญ่ที่กำลังรอดูความชัดเจนเป็นงานใหญ่คือ “มอเตอร์โชว์ 2563” กำหนดจะจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี ช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งยังติดเงื่อนไขต้องใช้พื้นที่จัดงานเกินกว่า 20,000 ตารางเมตร จะทำอย่างไรจึงสามารถเดินหน้าได้ เพราะทางเจ้าของสถานที่จัดงานนำมาตรฐานคู่มือความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเข้าไปใช้เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับศูนย์นิทรรศการและประชุมไบเทค บางนา เตรียมพร้อมใช้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ

1.เตรียมสถานประกอบการปลอดภัยไร้โควิด เพื่อรองรับการจัดงานประชุม อีเวนต์ จัดงานแสดงสินค้า 2.มีระบบควบคุมตั้งแต่ตัวอาคาร การเดินทางครอบคลุมทุกรูปแบบทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถสาธารณะ สถานที่จัดงาน 3.กำหนดวิธีคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน เข้าและออกทางเดียว วัดอุณหภูมิ ใช้เจลล้างมือ การสแกนเช็คอิน-เช็คเอาท์แอพลิเคชั่นไทยชนะ พร้อมทั้ง 4.จัดให้มี AI โรบ็อตคอยเดินตรวจเตือนหากภายในงานผู้คนเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ ครอบคลุมทุกด้าน

ส่วนแผนเดินหน้า “ตลาดไมซ์ในประเทศ” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ทีเส็บวางกลยุทธ์จัดแคมเปญกระตุ้นการจัดงาน โดยให้เงินสนับสนุนองค์กรต่างๆ จัดงานในพื้นที่ของตนเองและข้ามจังหวัด โดยสนับสนุนงบประมาณจัดงาน 30,000 บาท/ราย ทั้งสถานที่จัดงาน บริษัทตัวแทนจัดประชุม (DMC) โรงแรม ผู้เกี่ยวข้องกับการจับคู่ธุรกิจเพื่อจัดงานไมซ์ และอื่นๆ

นางศุภวรรณกล่าวว่า หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟส 2 โดยให้อุตสาหรรมไมซ์จัดการประชุม สัมมนา ขนาด 50-200 คน/ครั้ง ต่อเนื่องมาถึงเฟส 3 ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน 2563 ให้จัดการแสดงสินค้า (E : Exhibition) ในพื้นที่ไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร/ฮอลล์/งาน การควบคุมขนาดพื้นที่จัดงานเนื่องจากอุตสาหกรรมไมซ์มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เพราะการจัดงานแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากและใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน จึงต้องระวังและควบคุมค่อนข้างเคร่งครัด ซึ่งภาคธุรกิจทุกฝ่ายพร้อมจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนไมซ์เดินต่อไปได้ในช่วงครึ่งปีหลังระหว่างกรกฎาคม-ธันวาคม 2563 พอที่จะช่วยฟื้นฟูสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้นต่อไป

หลังจากในงบประมาณของทีเส็บปี 2563 ตามปฏิทินเริ่มเมื่อเดือนตุลาคม 2562 สามารถสร้างรายได้ก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วงไตรมาสแรก ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2562 ไมซ์ทำรายได้เข้าประเทศไว้ประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่พอเข้าสู่ไตรมาส 2-3 ระหว่างมกราคม-มิถุนายน 2563 การจัดงานต่างๆ ยกเลิกไปประมาณ 30 งาน และเลื่อนจัดงานเป็นช่วงอื่นอีก 80 งาน ทำให้รายได้ที่ควรจะเข้ามาตามปกติตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา หายไปมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

เมื่อรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์อุตสาหกรรมไมซ์ตั้งแต่มิถุนายน 2563 จึงเป็นระยะที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมความพร้อม ประเมินสถานการณ์ก่อนจะเปิดตลาดเต็มรูปแบบได้จริงในเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป โดยพิจารณารายละเอียดต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย ถึงมาตรการทำ “ตลาดในประเทศ” ด้านการเดินทางข้ามจังหวัด และข้ามภาค ส่วน “ตลาดต่างประเทศ” น่าจะกลับมาได้ปลายปีนี้เป็นต้นไป กลุ่มแรกๆ จะเป็นไมซ์อาเซียน และเอเชียบางประเทศ ซึ่งทีเส็บก็จะต้องมุ่งเจาะตลาดไมซ์กลุ่มคุณภาพกลับมา เพื่อนำอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งอีกครั้ง

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen