สกพอ. ให้ความมั่นใจบริหาร พ.ร.ก.เงินกู้ โปร่งใส ตอบโจทย์กระตุ้นท่องเที่ยว

16.06.20 | 15:06 น.

ตามที่เกิดประเด็นข่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งมีข้อห่วงใยจากการใช้งบประมาณที่จะไม่ตรงวัตถุประสงค์นั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ขอยืนยันถึงการบริหารงบประมาณฯ ดังกล่าว ที่จะต้องเกิดความโปร่งใส่ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

  1. ปัจจุบันในพื้นที่อีอีซี มี GDP ประมาณ 2,463,480 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP ทั้งประเทศ โดยภาคการท่องเที่ยว มีจำนวนนักท่องเที่ยวในอีอีซี ประมาณปีละ 20 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 3 แสนล้านบาท
  2. ผลกระทบจากโควิด – 19  ที่ผ่านมา โดยรวมได้ทำให้รายได้ในพื้นที่อีอีซีลดลงประมาณ 2 แสนล้านบาท การจ้างงานลดลงประมาณกว่า 1 แสนคน โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวเกิดความรุนแรง ซึ่งหากไม่ดำเนินการช่วยเหลือ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในอีอีซี ลดลงร้อยละ 60 เหลือเพียง 4 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยอาจจะลดลงถึงร้อยละ 50 ส่งผลต่อการจ้างงานด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน อีอีซี ลดลงไปประมาณ 100,000 อัตรา
  3. สกพอ. จึงได้นำเสนอโครงการเพื่อดึงนักท่องเที่ยวใหม่และการยกระดับแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการนี้จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะได้พิจารณาให้เป็นกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น
  4. กรณีการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาของนักเรียน ที่สวนนงนุช พัทยา เนื่องจาก สวนนงนุช เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ มีรวบรวมพันธุ์ไม้เขตร้อนมากกว่า 18,000 ชนิด การนำนักเรียนไปทัศนศึกษา นอกจากจะเป็นการจะเปิดโลกทัศน์ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องพฤกษศาสตร์และเกิดความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องให้สามารถประคับประคองกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้