วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ‘กรมอนามัย’ หนุนอนามัยสิ่งแวดล้อมด้วยวิถีนิวนอร์มอล

วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ‘กรมอนามัย’ หนุนอนามัยสิ่งแวดล้อมด้วยวิถีนิวนอร์มอล

4 กรกฏาคม ของทุกปี คือ วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ในปีนี้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมรณรงค์วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ปี 2563 ณ บริเวณห้องโถงอาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย รณรงค์ภายใต้แนวคิด “อนามัยสิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล COVID-19” แบบวิถีชีวิตแนวใหม่ (New Normal) ภายในงานได้ประกาศรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และจัดเสวนาวิชาการออนไลน์ “บทบาทของนักอนามัยสิ่งแวดล้อมกับ COVID-19” ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกรมอนามัยและข่าวสด

พ.ญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวหลังเป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2563 ว่า ด้วยพระกรุณาธิคุณของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงพระราชทานพระอนุญาตกำหนด ให้วันคล้ายวันประสูติ วันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี เป็น ‘วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย’ ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินจัดงานวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558

ในปีนี้กรมอนามัยร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สมาคมอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย และสมาคมอนามัยแห่งประเทศไทย รณรงค์กิจกรรมวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย ภายใต้แนวคิด “อนามัยสิ่งแวดล้อมปลอดภัย ห่างไกล COVID-19” เพื่อส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญและร่วมกันดูแลจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ถูกสุขลักษณะและเหมาะสมในพื้นที่ชุมชน หรือสถานที่สาธารณะ ได้แก่ สถานที่ราชการ สถานที่ทำงาน สถานประกอบกิจการ ขนส่งสาธารณะ และที่พักอาศัยให้สะอาด ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาพดี

“วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย เป็นวันที่สำคัญมาก ซึ่งเรามีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมจะเริ่มส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของเราในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ ในสถานการณ์ COVID-19 ก็จะเห็นได้เลยว่าทุกคนเห็นความสำคัญว่าการจัดการเรื่องความสะอาด เรื่องสุขลักษณะของสถานที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตที่ปลอดภัยและปลอดโรค

วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทยก็จะเป็นอีกวันหนึ่งที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญและได้มีความร่วมมือว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นความร่วมมือของพวกเราทุกคนในการที่จะต้องจัดการ ทั้งภาครัฐที่ต้องบูรณาการกันในหลายหน่วยงาน และในส่วนของภาคเอกชนท้องถิ่น รวมถึงภาคประชาชนที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้” พ.ญ.พรรณพิมลกล่าว

โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของ COVID-19 จะมีข้อมูลว่าพื้นที่ไหนมีคนเข้าไปใช้เยอะแล้ว มีความแออัด ต้องเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ จากจำนวนคนที่เข้าไปใช้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งเป็นระบบปิดที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะแพร่ระบาดได้ง่าย ต้องมีรอบทำความสะอาดเพิ่มขึ้น หรือบางพื้นที่ที่มีความแออัดมาก คนเข้าไปใช้งานมาก ก็ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น รวมไปถึงการจัดการขยะและเรื่องด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามอธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า การทำงานเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อมมีการดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ในช่วงระบาดของ COVID-19 ได้นำเอามาตรการที่มีความสำคัญที่มีอยู่ในระบบมาทบทวนว่ามาตรการหลักที่จำเป็นต่อการจัดการเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“กิจกรรมรณรงค์ปีนี้เน้นสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบ ‘วิถีชีวิตใหม่ (New Normal)’ โดยให้ประชาชนมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมสุขวิทยาส่วนบุคคล สามารถดูแลสุขภาพตนเองให้ห่างไกล COVID-19 เช่น การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดพื้นผิวจุดสัมผัสร่วมในสถานที่สาธารณะบ่อย ๆ รวมถึงกิจกรรม Big Cleaning Day” พ.ญ.พรรณพิมลกล่าว

อย่างไรก็ตามจากการระบาดของ COVID-19 นั้น ได้ก่อให้เกิดความท้าทายในการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนร่วมกัน ไม่เพียงแต่ผู้ให้บริการที่ต้องปรับตัว ในการจัดการพื้นที่ ดูแลพนักงาน แต่ในฐานะผู้ใช้บริการก็ต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือ และจะทำให้การจัดการเรื่องความสะอาด การจัดการเรื่องพื้นที่ก็จะง่ายขึ้น

“ที่ผ่านจะเห็นว่าความสำเร็จเรื่องการควบคุมโรค ก็เกิดจากความร่วมมือกันของพวกเราทุกคนในการจัดการ โอกาสก็คือ จะเห็นเลยว่าตอนนี้ทุกคนให้ความสำคัญ อยากจะบอกว่า จากเดิมประเทศเราก็ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน เรื่องความสะอาด แต่ตอนนี้ทุกคนให้ความสำคัญเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เราจะเห็นคนที่ป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากผ้า เราจะเห็นคนล้างมือบ่อยขึ้น เราจะเห็นคนระมัดระวังเรื่องความสะอาด เราจะเห็นคนดูแลพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราก็อยากเห็นสิ่งนี้เป็นมาตรฐานที่ยกระดับสำหรับประเทศไทยเดินหน้าไปเรื่อย ๆ ในเรื่องงานงานอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

ทั้งนี้สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรดีเด่นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Princess Environmental Health Award) ในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นางประภัสสร ขวัญกะโผะ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาเกตุ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และผู้ได้รับรางวัลองค์กรดีเด่นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ องค์การบริหารส่วน ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 จึงได้จัดงานเสวนาวิชาการออนไลน์ “บทบาทของนักอนามัยสิ่งแวดล้อมกับ COVID-19” ถ่ายทอดสดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกรมอนามัยและข่าวสด โดยวิทยากรทั้ง 4 คน ได้แก่ พ.ญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ผศ.ดร.นันทิกา สุนทรไชยกุล เลขาธิการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายบุญนาค แพงชาติ ประธานชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกสภาเทศบาลนครยะลา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เอ็นไอเอ’​ จับมือพันธมิตร​ ลุยสเปซ-เอฟ ซีซั่น​ 2 ปั้นกรุงเทพ สู่แบงค์คอกฟู้ดเทคซิลิคอนวัลเลย์
บทความถัดไปโพลมติชน : ท่านคิดว่าถึงเวลายุบสภาฯ หรือไม่