“นิโรธ” เยี่ยมตร.นครสวรรค์ ชงเพิ่มประสิทธิภาพ พปชร.ชัยภูมิ ช่วยซ่อมบ้านผู้สูงอายุ

19.07.20 | 11:09 น.

วันที่ 19 ก.ค. นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.จังหวัดนครสวรรค์ เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกับนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส. เขต 3 จ.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะคณะทำงานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องร้องเรียนคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจเยี่ยมศึกษาดูงานตํารวจ พร้อมด้วยนาย อรรถพร สิงห์วิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และผู้กำกับ อีก 20 สถานีตำรวจภูธรเข้าร่วม

นายนิโรธ ระบุว่าได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา และได้ให้กำลังใจกับพี่น้องข้าราชการตำรวจ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกรรมาธิการการตำรวจ พร้อมที่จะนำปัญหาต่างที่ได้รับไปพิจารณาเพื่อหามาตรการให้ความช่วยแหลือต่อไป เพราะกรรมาธิการการตำรวจไม่เพียงเป็นฝ่ายตรวจสอบตำรวจ แต่ยังเป็นคนแก้ปัญหาต่างๆให้กับข้าราชการตำรวจด้วย รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้กรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ยังได้ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ขอให้ย้ายสถานีตำรวจภูธรนิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

Advertisement

ขณะที่นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ และนายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายไพรวัลย์ แทนทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวะตะแบก ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือยายยูน อาศัยบ้านยางเกี่ยวแฝก หมู่ที่ 3 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

ภายหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากน้องๆในพื้นที่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้กับยายยูน ผู้สูงอายุ และพิการ ที่เก็บของเก่าขายหาเงินเลี้ยงคนในครอบครัว 5 คน และยังมีบ้านทรุดโทรม หลังคารั่ว เวลาฝนตกมีน้ำสาด และน้ำรั่ว

ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าชาวบ้านมีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก จึงได้ทำการช่วยเหลือร่วมกันในเบื้องต้น โดยการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน และก่อสร้างห้องน้ำ ในวงเงิน 30,000 บาท ซึ่งจะดำเนินการให้ทันที

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และปัญหาที่อยู่อาศัย ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้มากเหมือนคนปกติ ดังนั้นในฐานะเป็น ส.ส.ในพื้นที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน