“TCEB” นำทัพอัดฉีดเงิน-โปรเจ็กต์หนุนไมซ์ฟื้นเศรษฐกิจปลายปี’63 ดัน “VMS-ประชุมเมืองไทย-โมเดลไมซ์ไฮยีน” ปั๊มรายได้กว่า 350 ล้าน

20.07.20 | 16:57 น.

TCEB” ติดอาวุธอุตสาหกรรมไมซ์เฟสแรกด้วย “VMS” นวัตกรรมออนไลน์ขับเคลื่อนตลาด ผุด
แพลตฟอร์มการค้าเต็มรูปแบบ เฟส 2 ลุยแท็กทีม 4พันธมิตร “ทีเส็บ-ททท.-อพท.- 6 สมาคมท่องเที่ยวไทย” นำร่องโมเดล “ไมซ์ ไฮยีน เดสติเนชั่น” ต้นแบบปลุกการขายคาราวานท่องเที่ยวผนวกจัดประชุมวิถีใหม่ New Normal นำโปรเจ็กต์ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” หนุนเต็มเหนี่ยวเปิดให้องค์กรยื่นของบสนับสนุน มีผู้แห่สมัครแล้วกว่า 300 บริษัท ตื่นตัวจัดอีเวนต์ ประชุม สัมมนา แสดงสินค้าในประเทศ คาดทำเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจกว่า 350 ล้าน รอเคลื่อนทัพคัดชุมชน และเพิ่มเมืองไมซ์ ซิตี้ อีก 2 แห่ง รองรับกิจกรรมไมซ์ช่วยโรงแรมที่พักท้องถิ่นพ่วงขายห้อง

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “สสปน./TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บเร่งแผนเชิงรุกเดินหน้าการตลาดแก้โจทย์วิกฤตผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยโดยนำเครื่องมือใหม่ทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นช่องทางสร้างความสำเร็จให้ได้ ด้วยการนำร่องขับเคลื่อน เฟสที่ 1 ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ทำมาตรการดูแลเยียวยาผู้ประกอบการไมซ์ทั้งระบบ โดยนำวิธีประชุมรูปแบบใหม่ Virtual Meeting Space :VMS เข้ามาใช้จัดผ่านออนไลน์ ทั้งการคัดสรรวิทยากร เลือกเชิญกลุ่มเป้าหมาย มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมรับฟังไปพร้อมๆ กันได้ ตอนนี้เห็นผลแล้วว่าโครงการนี้สามารถกระตุ้นการจัดงานเกิดขึ้นตามมาช่วงครึ่งปีหลังกว่า 40 ประชุม พร้อมกับทำแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าไมซ์ผ่าน
ออนไลน์ ตัวอย่างเช่น การจัดงาน THAILAND TOY EXPO 2020 ระหว่าง 28 – 31 พฤษภาคม 2563 ผู้ประกอบการได้ผลตอบรับประมาณ 30% พอจะช่วยรายย่อยได้ระดับหนึ่ง ในการต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีรายได้หมุนเวียนมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเฟสที่ 2 ทีเส็บลุยทำตั้งแต่มิถุนายนจนถึงปัจจุบัน หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์การจัดงานประชุมในประเทศ ก็เลือกใช้วิธี “สนับสนุนงบประมาณ” พุ่งเป้าช่วยกลุ่มบริษัทต่างๆ ผ่านโครงการแรก “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” รองรับนโยบายรัฐบาลประกาศให้จัดประชุมในประเทศได้ ควบคู่การเตรียมความพร้อมความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

Advertisement

ขณะนี้มียอดผู้สมัครขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” จำนวนกว่า 300 บริษัท ตามเป้าหมายตลอดโครงการควรจะมีไม่ต่ำกว่า 500 บริษัท ปัจจุบันจึงยังคงเปิดให้ยื่นขอได้ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 แล้วนำเงินไปใช้จัดกิจกรรมได้ถึง 31 ธันวาคม 2563 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครทางเว็บไซต์ http://www.thaimiceconnect.com แล้วจะต้องยื่นขอล่วงหน้าก่อนวันจัดงานอย่างน้อย 10 วัน พร้อมทั้งนำเสนอแผนกิจกรรมชัดเจน ทางทีเส็บแบ่งการสนับสนุนให้ผู้จัดการประชุมเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1.ไม่เกินกลุ่มละ 15,000 บาท เมื่อจัดกิจกรรมนอกสถานที่ 1 วัน หรือไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง 2.ไม่เกินกลุ่มละ 30,000 บาท เมื่อจัดกิจกรรมนอกสถานที่ 2 วัน 1 คืน โดยทีเส็บจะผลิตแพกเกจต้นแบบการจัดประชุมในราคามาตรฐานเพื่อให้เอกชนนำไปใช้งานได้

เกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย 1.จะต้องจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา จัดนิทรรศการแสดง นอกสถานที่
2.มีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 30 คน ขณะที่ผู้ประกอบการจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เพื่อรับสิทธิหลักๆ คือ 1.เป็นประกอบการจัดประชุมและนิทรรศการ 2.เป็นผู้ประกอบธุรกิจบริษัทรับจัดธุรกิจไมซ์ หรือ Destination Management Company : DMC 3.บริษัทจัดการประชุม บริษัทนำเที่ยว ผู้ประกอบการดังกล่าวจะต้องเป็นสมาชิกสมาคมต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 4.โรงแรม สถานที่จัดงาน กลุ่มสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย ระดับจังหวัดหรือภูมิภาคก็ได้ 5.เป็นสถานที่จัดงานและโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน TMVS :Thailand MICE Venue Standard , AMVS :Asean MICE Venue Standard และ
6.เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย

วิธียื่นเอกสารประกอบการเบิกเงิน ประกอบด้วย 1.ใบแจ้งหนี้หรือหนังสือขอเบิกเงิน 2.สำเนาหนังสือตอบรับการสนับสนุน 3.รายชื่อผู้เดินทางหรือสำเนากรมธรรม์ประกันภัยหรือรายชื่อผู้เข้าพักตามแบบฟอร์มของโรงแรม 4.ภาพถ่ายกิจกรรมอย่างน้อย 4 ภาพ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมขอเงินสนับสนุนแต่ละครั้ง

นายจิรุตถ์กล่าวว่า ทีเส็บได้คำนวณผลทางเศรษฐกิจแล้วเมื่อสนับสนุนเงินจัดประชุมในพื้นที่โดยมีขนาดการประชุมครั้งละ 30 คน ก็จะสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ราว 120,000 บาท/ครั้ง ช่วยกระตุ้นเงินกระจายไปยังส่วนต่างๆ ทั่วประเทศตลอดครึ่งปีหลังราว 350 ล้านบาท และหากสามารถทำตามข้อเสนอของทีเส็บเคยยื่นของบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 3 เดือนก่อนให้ใช้เงินสนับสนุนการจัดประชุมในประเทศ 200 ล้านบาท ก็จะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนรวมตลอดโครงการได้ถึง 2,000 ล้านบาท

โครงการที่ 2 เปิดโมเดล Hygine MICE Destination-เส้นทางจัดไมซ์อย่างปลอดภัย” ได้ลงมือทำต้นแบบเส้นทางการจัดคาราวาน การเดินทางท่องเที่ยว และการจัดประชุม ทีเดียวพร้อมกันได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ท่องเที่ยวควบคู่การประชุมวิถีใหม่ New Normal โดยทีเส็บจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ 6 สมาคม จัดทริประหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2563 นำผู้ประกอบการร่วมเดินทางเปิดเส้นทางตัวอย่างไปยังจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจำลองต้นแบบทำกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยวเดินทางไปจัดประชุมในสถานที่โรงแรม ร้านอาหาร ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA :Safty & Health Administration) จากนั้นเอกชนก็สามารถนำไปจัดในลักษณะเดียวกันตามจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ทีเส็บยังร่วมกับ กับกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทำมาตรฐานการจัดงานไมซ์ จัดประชุม จัดนิทรรศการแสดงสินค้า ต่างๆ เช่น การจัดงาน “Motor Show 2020” ระหว่าง 13-20 กรกฎาคม 2563 ที่อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี พื้นที่ 17,000 ตารางเมตร ทีเส็บช่วยเข้าไปดูแลสถานที่ก่อนจัดงาน วางระบบระยะห่างทางสังคม ให้ผู้ประกาศ พิธีกร ภายในงาน ผู้เข้าร่วมชมงาน ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามมาตรฐานครบทุกขั้นตอน

ส่วนการจัดงานอีเวนต์อื่นๆ ตอนนี้มีงานอีกหลายประเภทยังไม่สามารถจัดได้มาก เช่น งานมหกรรมคอนเสิร์ต ต้องกำหนดรูปแบบการจัดวางเก้าอี้ การตั้งอุปกรณ์ดนตรี จะต้องมีฉากกั้น เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ สามารถทำได้ ทางทีเส็บพยายามเข้าไปร่วมวางมาตรฐาน และร่วมสนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย : SHA :Safty & Health Administration ด้วย

นายจิรุตถ์ย้ำว่า ได้ทำผลการประเมินสถานการณ์ไมซ์ช่วงครึ่งปีหลัง 2563 จากการมีโอกาสทำงานร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ให้ความสำคัญกับ 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก ค่อนข้างเป็นห่วงสถานการณ์ภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีบริษัทจำนวนมากประสบปัญหาต้องเลิกจ้างงาน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั้งหมดอาจจะลดลงไป เป็นปัจจัยทำให้ทีเส็บต้องเร่งอัดฉีดเงินสนับสนุนก่อนล่วงหน้าตั้งแต่กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เพื่อให้องค์กร บริษัทต่างๆ มาขอรับเงินสนับสนุนแล้วมีกำลังจัดประชุมเร็วขึ้นได้ แทนที่จะรอใช้เงินก่อนปิดงบประมาณก่อนวันที่ 30 กันยายน 2563

เรื่องที่ 2 การเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 กลับมาระบาดระลอก 2 จะต้องเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร สิ่งสำคัญต้องติดตามฟังพร้อมปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก เพื่อทำให้ประชาชนทุกคนปลอดภัย เช่นเดียวกันในการจัดประชุมก็ต้องดูแลทุกคนที่เข้าร่วมให้ปลอดภัยด้วย รวมทั้งการบริหารความสดุลระหว่างธุรกิจซึ่งสำคัญกับการควบคุมโรคระบาด จึงต้องหาวิธีช่วยผู้ประกอบการควบคู่กันไป ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ใช้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยอย่างเข้มข้น

นายจิรุตถ์ยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลทีเส็บ ให้นโยบายเดินหน้ากระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ โดยจะส่งเสริมการหน่วยงานราชการทั่วประเทศออกเดินทางจัดประชุมตามสถานที่ และจังหวัดต่างๆ ในวันที่ 24 เดือนสิงหาคมนี้ เตรียมเปิดตัวการประชุมแนวใหม่ New Normal พร้อมประกาศเพิ่มไมซ์ ซิตี้ เพิ่มอีก 2 จังหวัด ภายในงานจะจัดให้มีการเจรจาซื้อขายงานไมซ์ โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดไมซ์ ซิตี้ และบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมงานดังกล่าว ควบคู่กับการจัดทำคู่มือแนะนำสถานที่จัดประชุมใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม ด้วยการคัดเลือกชุมชนเพื่อยกระดับขึ้นเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดทั้งปี แล้วให้โรงแรมและที่พักในท้องถิ่นรับประโยชน์จากการขายห้องพักได้ด้วยตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2563 เป็นต้นไป

เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน-บล็อกเกอร์-gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen