จับตา! KFC และ Starbucks รุกตลาดเนื้อจากพืชในจีน

22.07.20 | 15:28 น.

Plant-based meat หรือเนื้อจากพืช ไม่ใช่เรื่องใหม่ในจีน คนจีนนิยมบริโภคมังสวิรัติและอาหารเจเป็นทุนเดิม เพียงแต่รูปแบบและสีสันที่เปลี่ยนไป เมื่อเชนร้านอาหารมุ่งปักธงในกลุ่มนี้ในจีน แถมจุดกระแสรักสุขภาพหลังโควิด-19 ความท้าทายในตลาดนี้นับว่าน่าสนใจ
#PlantBasedMeat #China #bangkokbank #bangkokbanksme #sme

เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพและไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์หรือจากพืช (Plant-based meat) นับเป็นกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตาอย่างยิ่งในตลาดบริโภคจีน ซึ่งหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีนดีขึ้นเรื่อยๆ ร้านอาหารและเครื่องดื่มเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง และในครั้งนี้ร้านอาหารหลายแห่งได้ทดลองออกสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดและกระตุ้นการบริโภคของผู้บริโภคจีน ในช่วงเมษายนที่ผ่านมาร้าน KFC ในจีน (ภาษาจีนออกเสียงว่า เขิ่นเต๋อจี) ได้ทดลองจำหน่าย “นักเก็ตไก่ที่ทำมาจากพืช” เป็นครั้งแรกในประเทศ

โดยเปิดทดลองจำหน่ายเพียง 3 สาขาใน 3 เมืองก่อน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเนื้อสัตว์ทดแทน โดยวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 1.99 หยวน สำหรับนักเก็ต 5 ชิ้น โดยวัตถุดิบเนื้อสัตว์ทำจากพืชนี้ทาง Cargill ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรรายใหญ่สัญชาติสหรัฐฯ มีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองฉูโจว มณฑลอันฮุยซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ให้กับ KFC

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

Advertisement

ด้าน Joey Wat ซีอีโอของ Yum China เจ้าของแฟรน์ไชส์ KFC ในประเทศจีนให้ความเห็นว่า เนื้อสัตว์ทดแทนในจีนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น KFC ต้องการเจาะตลาดจีนที่ผู้บริโภคกลุ่มผู้รักสุขภาพ ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และชาววีแกนกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ไม่เพียงแต่ KFC เท่านั้นที่มองเห็นโอกาสทางตลาดที่เติบโต ทางสตาร์บัคส์ (จีนออกเสียงว่า ซิงปาเคอะ) เองก็ได้เปิดตัวเมนูเนื้อสัตว์ทำจากพืชกว่า 5 เมนู โดยมีเมนูเนื้อวัวทำจากพืชจาก Beyond Meat 3 เมนู ได้แก่ ลาซานญ่าเนื้อ, พาสต้าเนื้อซอสเพสโต้ และแร๊พเนื้อซอสพริก เมนูเนื้อหมูทำจากพืชจาก Omnipork 2 เมนู ได้แก่ สลัดก๋วยเตี๋ยวสไตล์เวียดนาม และหมูผัดซอสเห็ด

นอกจากนี้ร้านพิซซ่า PAPA JOHNS ก็ได้เปิดตัวเมนูใหม่ “พิซซ่าเนื้อสัตว์ทำจากพืช” ออกวางจำหน่ายในร้านค้า 150 แห่งทั่วประเทศจีนด้วยเช่นกัน

2 ประเด็นความท้าทายเนื้อจากพืชในจีน

เห็นชัดว่าเทรนด์นี้มาแรงในจีน เพราะแม้ว่าตลาดเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืชในประเทศจีนจะเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่หากพิจารณาถึงจำนวนร้านอาหารที่เริ่มเปิดจำหน่ายเมนูเนื้อสัตว์ทำจากพืช ทั้ง KFC ที่มีกว่า 6,500 สาขาทั่วประเทศจีน และสตาร์บัคอีก 4,200 สาขาทั่วประเทศจีน ก็เท่ากับว่าจีนกำลังจะมีร้านอาหารที่จำหน่ายเมนูเนื้อสัตว์ทำจากพืชมากกว่า 10,000 ร้านทั่วประเทศ ถือเป็นก้าวแรกในการนำผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทำจากพืชบุกตลาดจีนอย่างจริงจัง

ซึ่งที่จริงแล้วประเทศจีนมีการบริโภคเนื้อสัตว์ทำจากพืชมายาวนานนับพันปี โดยกลุ่มผู้บริโภคหลักคือผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติ/อาหารเจตามความเชื่อทางพุทธศาสนา มีบริษัทผู้ผลิตเนื้อสัตว์ทำจากพืชหลายบริษัท อาทิ Qishan Food Limited Company ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 25 ปี โดยในปี 2018 มียอดขายสูงถึง 300 ล้านหยวน

ในอดีตมีลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้บริโภค อาหารมังสวิรัติ/อาหารเจตามความเชื่อทางศาสนา แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ บริษัทได้เริ่มเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ออกกำลังกาย กลุ่มผู้รักสุขภาพ และผู้ที่คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทำจากพืชนั้น ความท้าทายในการทำตลาดในประเทศจีนมีอยู่ 2 ประเด็น

ประเด็นแรกคือ นิสัยการบริโภคเนื้อสัตว์ของผู้บริโภคจีนที่นิยมบริโภคแบบ “เน้นเนื้อๆ” โดยในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคจีนนิยมบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกำลังซื้อที่สูงขึ้น จะเห็นได้จากปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ของชาวจีนเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 13 กิโลกรัมในปี 1982 เป็นประมาณ 60 กิโลกรัมในปี 2014 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า

นอกจากนี้ชาวจีนยังเชื่อว่ากินเนื้อสัตว์ทำให้สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะความเชื่อตามแพทย์แผนจีนที่เชื่อว่าเนื้อสัตว์ชนิดต่างมีฤทธิ์บำรุงร่างกายต่างกันไป อาทิเนื้อวัว เนื้อแพะ ช่วยบำรุงให้ร่างกายอบอุ่นในฤดูหนาว

ประเด็นที่สอง เรื่อง “ราคา” ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทำจากพืชทั้งแบบเป็นวัตถุดิบสด และอาหารสำเร็จรูป ต่างมีราคาจำหน่ายสูงกว่าเนื้อสัตว์ปกติ อาทิเนื้อหมูทำจากพืชของ Omnipork มีราคาจำหน่ายสูงกว่าเนื้อหมูปกติถึงเกือบ 4 เท่า ราคาจึงเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหลายคนไม่สนใจที่จะซื้อและทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ของสตาร์บัคส์ ซึ่งตั้งราคาจำหน่ายไว้ค่อนข้างสูง

ถึงแม้กลุ่มผู้รักสุขภาพในตลาดจีนจะมีขนาดใหญ่และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หากทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพที่ต้องจ่ายแพงกว่าหลายเท่าตัว จำนวนผู้บริโภคจีนที่ยอมจ่ายอาจมีไม่มากเท่าจำนวนผู้บริโภคในประเทศฝั่งอเมริกาและยุโรป

อย่างไรก็ตามบริษัทอาหารชั้นนำของโลกในหลายประเทศ ต่างเริ่มวิจัยและผลิตสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ทำจากพืช และตลาดผู้บริโภคทั่วโลกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นที่ผู้บริโภคเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคในตลาดจีนเองก็กำลังเริ่มตอบรับกับสินค้ากลุ่มนี้เช่นกัน

โดยหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผู้บริโภคในจีนมีแนวโน้มหันมาใส่ใจกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และหันมาเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการขยายผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพเข้าสู่ตลาดจีน ดังจะเห็นได้จากเชนร้านอาหารระดับโลกอย่าง KFC และ Starbucks ที่นำเมนูเนื้อสัตว์ทำจากพืชเข้าสู่ตลาดจีนพร้อมๆ กัน

เห็นได้ว่าสินค้าสุขภาพ โปรตีนจากพืช หรือเนื้อสัตว์จากพืช กำลังเป็นสินค้าที่กำลังมาแรงในตลาดจีนในช่วงนี้ และเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาด และยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองตลาดอย่างชัดเจน ประเทศไทยเองเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับต้นๆ ของโลก ผู้บริโภคจีนให้ความเชื่อมั่นในการบริโภคสินค้าอาหารจากประเทศไทย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และหาโอกาสในการขยายตลาดต่อไป

แหล่งที่มา : https://cbndata.com/information/54629

https://new.qq.com/omn/20200425/20200425A03UQN00.html

โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว

สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 

โอกาส SMEs! ตลาดเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืชในประเทศจีน

6 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มมาแรงในจีน