TCEB งัดแผนลุยฟื้นตลาดไมซ์ ‘ต่างประเทศ-ไทย’ โค้งสุดท้ายปี’63 รุกเทรดโชว์ออนไลน์ Virtual Events-โหมแจกประชุมเมืองไทย

17.08.20 | 15:01 น.

TCEB” เปิดแนวรุกอุตสาหกรรมไมซ์โค้งสุดท้าย 5 เดือน “ส.ค. – ธ.ค.2563” บุกเจาะ “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” ลุยโมเดลโร้ดโชว์ออนไลน์วิถีใหม่ Virtual Events ครั้งแรกตุนได้กว่า 300 งาน จ่อเริ่มมาไทย เม.ย.64 พร้อมเร่งเสนอ ศบค.ใช้ Special Jouney ทยอยนำเข้าไมซ์อินเตอร์ ส่วน “ตลาดในประเทศ” โหมหนักแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย…ปลอดภัยกว่า” สนับสนุนเงินในรูปแบบบัตรกำนัล ยื่นขอรับโดยตรงได้เลย 15,000-30,000 บาท/กรุ๊ป/ครั้ง ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค.นี้ ทาง
ออนไลน์ thailandconnect.com และข่าวดี “สงขลากับนครราชสีมา” ผ่านฉลุยเมืองไมซ์ ซิตี้ แห่งที่ 6 และ 7 ของไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า การวางกลยุทธ์การตลาดโค้งสุดท้าย 5 เดือน ระหว่างสิงหาคม-ธันวาคม 2563 ได้นำร่องจัดทำโมเดลต้นแบบ “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย โดยริเริ่มจัดเทรดโชว์ออนไลน์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่เสมือนจริงหรือ Virtuaul Events งานแรกคือ IT&CM China 2020 เมื่อวันที่ 3-5 สิงหาคม 2563 สามารถสร้างความสำเร็จโดยผู้ประกอบการไมซ์ไทยในฐานะผู้ขายได้จับคู่เจรจากับบริษัททั่วโลกกลุ่มผู้ซื้อตลาดไมซ์ต่างประเทศคว้างานมาได้กว่า 300 งาน เป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ งานแรกเตรียมทยอยเข้ามาจัดงานในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป

ช่วงเดือนกันยายนนี้ทีเส็บกำลังเจรจาเพื่อจัดเทรดโชว์ออนไลน์งานใหญ่โดยวิธีเปิดให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยเข้าไปจับคู่เจรจาธุรกิจกับตลาดนานาชาติอีกรายการคือ IT&CM Asia and CTW Asia Pacific 2020 เตรียมจัด 16-20 พฤศจิกายน 2563 โดยจะเดินหน้าทำเทรดโชว์ตามแบบวิถีใหม่ Virtual Events นานาชาติรายการอื่นๆ ด้วย

Advertisement

นายจิรุตถ์ย้ำว่า ขณะนี้ได้ทำแผนเชิงรุกควบคู่ไปด้วยในฐานะที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในคณะของศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) จึงเสนอให้พิจารณาวิธีนำเข้าตลาดไมซ์ต่างประเทศตามปีงบประมาณ 2564 ในรูปแบบ Special Joney/Arrangment เปิดทางให้ทั่วโลกเข้ามาจัดงานในไทยภายใต้เงื่อนไขกติกา โดยยังคงเน้นวิธีปฏิบัติอย่างเข้มข้นเรื่องการนำมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ซึ่งทั้งเจ้าของสถานที่ในไทยและคู่ค้าต่างประเทศซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดและผู้ที่จะเดินทางเข้ามาร่วมงานจะต้องยอมรับด้วยกันทุกฝ่ายถึงมาตรฐานที่ไทยจำเป็นจะต้องนำมาใช้กับทุกคนทุกงาน ในช่วงความร่วมมือกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และรอประกาศใช้วัคซีนอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันการเดินหน้าธุรกิจไมซ์ระหว่างประเทศก็ต้องสามารถทำคู่ขนานไปพร้อมๆ กันได้ด้วย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่รอดได้ต่อไป

ปี 2564 ทีเส็บวางแผนขับเคลื่อนตลาดไมซ์ต่างประเทศเน้นประยุกต์ใช้กลยุทธ์เทรดโชว์ออนไลน์เสมือนจริงต่อเนื่องก็เพื่อสร้างประโยชน์โดยตรงให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมต่อ 2 ธุรกิจหลักของประเทศ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการโรงแรมในฐานะสถานที่จัดงาน กลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการไมซ์ทุกประเภทมีโอกาสได้ต่อยอดให้เกิดธุรกิจขึ้นในช่วงเวลาที่ยังไม่สามารถเดินทางไปพบปะทำการตลาดในต่างประเทศได้

ขณะเดียวกันแนวโน้มเรื่อง “ขนาดของงานไมซ์” ที่สนใจและยืนยันเลือกมาจัดในไทยเบื้องต้นที่ทำยอดจองไว้แล้วมากกว่า 300 งาน นั้น มีสัญญาณชัดเจน 3 เรื่อง คือ 1.ขนาดจะเริ่มเล็กลง 2.ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ก็กำลังพิจารณามาตรการตรวจคัดกรองจะสามารถปฏิบัติตามแผนที่ไทยเตรียมจัดไว้หรือไม่ 3.สถานที่รัฐจัดไว้ให้เพื่อควบคุมชาวต่างชาติหรือผู้เดินทางเข้าประเทศต้องมาใช้ State Quarantine พำนักอยู่ 14 วัน ตามเกณฑ์ New Normal นั้น จะมีวิธีทำอย่างไรไม่ให้กระทบต่อผู้ที่มีความประสงค์จะเข้ามาจัดงานไมซ์ในไทย

ดังนั้นทีเส็บจึงเสนอให้ทาง ศบค.พิจารณาใช้ Special Jouney/Arrangment เพื่อปรับให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของตลาดไมซ์ต่างประเทศสร้างความมั่นใจความปลอดภัยในสุขอนามัยกับทุกฝ่าย กำหนดวิธีปฏิบัติตามขั้นตอน ประกอบด้วย

1.ตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยมีบุคลาการสาธารณสุขและไมซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเรซองจะต้องมีแอพพลิเคชั่นติดตามตัวไปทุกแห่งเพื่ออำนวยความะดวกและให้ ศบค.ตรวจสอบได้อย่างใกล้ชิด

2.วางรูปแบบการโลจิสติกส์หรือบริการคมนาคมขนส่งไมซ์ทุกกรุ๊ป เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้ามาจัดงานจะต้องใช้บริการรถและการเดินทางตามที่ทางทีเส็บจัดเตรียมไว้อย่างเคร่งครัดตลอดงาน

3.แต่ละงานจะต้องจัดทำในลักษณะปิด ร่วมมือกันสร้างประโยชน์แบบวิน วิน เพราะเมื่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นไทยจะสามารถทยอยทำตลาดดังกล่าวได้ โดยยังคงยึดหลักเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพราะทุกวันนี้ธุรกิจได้รับผลกระทบค่อนข้างสูงทั้งท่องเที่ยวและอื่นๆ ทีเส็บจึงต้องเพิ่มบทบาทตลาดไมซ์ระหว่างประเทศมากขึ้น จะได้ช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจกระจายสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงชุมชนฐานรากกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2564 เป็นต้นไป

นายจิรุตถ์กล่าวว่า การพัฒนา “ตลาดไมซ์ในประเทศ” ทีเส็บเน้นแคมเปญ “ประชุมเมืองไทย…ปลอดภัยกว่า” เร่งสนับสนุนเงินงบประมาณจัดประชุมในรูปแบบบัตรกำนัล (Vocher) ให้แก่กลุ่มธุรกิจ โรงแรม บริษัทตัวแทนจัดการประชุมหรืออีเวนต์ (Destination Management Company :DMC) สมาชิกสมาคม องค์กร หน่วยงาน สมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่ประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข จัดงานไมซ์หรือซีเอสอาร์ ขนาด 30 คน/ครั้ง สามารถยื่นเอกสารขอรับได้ เพราะทีเส็บเน้นให้การสนับสนุนโดยตรงผ่านช่องทางเว็บไซต์ thailandconnect.com ไลน์ thailandconnect ยื่นขอเงินสนับสนุนจากทีเส็บได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ตุลาคม 2563 ตามเงื่อนไข โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แบ่งเป็น 2 แบบ  ดังนี้

1.ผู้ที่ต้องการจัดงานประชุมภายในวันเดียวตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ขอรับได้กรุ๊ป 15,000 บาท/ครั้ง 2.ผู้จัดงานประชุมนอกพื้นที่ที่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กร บริษัท ตั้งอยู่ 2 วัน 1 คืน ขอรับเงินสนับสนุนได้กรุ๊ปละ 30,000 บาท/ครั้ง

สำหรับการกำหนดให้เงินสนับสนุนกรุ๊ปละ 30 คน/ครั้ง เมื่อจัดงาน 2 วัน 1 คืน จะเกิดการใช้จ่ายเงินเฉลี่ยกรุ๊ปละ 100,000 บาท/ทริป เดิมตั้งเป้าจะช่วยสนับสนุนรวม 500-600 กรุ๊ป หลังจากเปิดรับสมัครได้เพียงเดือนเศษระหว่างกรกฎาคม-ต้นสิงหาคม 2563 มีผู้สนใจแล้วถึง 200 กรุ๊ป ตอนนี้ก็ยังขอเชิญชวนให้รีบมาสมัครได้ทันที เพื่อร่วมกันจัดงานกระจายรายได้ ฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจกลับมาโดยเร็ว

นายจิรุตถ์ยืนยันว่าสถานการณ์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ M-I-C-E ยังคงอยู่ในช่วงแชร์ฐานข้อมูลให้ได้มากที่สุด ตัวอย่างงานซึ่งจัดเสร็จไปแล้วเรียบร้อย เช่น งานคอนเสิร์ต งานมอเตอร์โชว์ และช่วงเดือนกันยายนนี้จะมีงานไมซ์ในประเทศ

รายการอื่นๆ ทยอยจัดเช่นกัน ทางทีเส็บจึงขอรณรงค์ให้การจัดไมซ์ทุกงาน ปฏิบัติตามกติกา เพราะตอนี้ห้องจัดงานรองรับได้น้อยลงเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม โดยทีเส็บจะเร่งทำโครงการสนับสนุนงบประมาณและการฟื้นฟูรายได้ไมซ์กระจายให้ถึงมือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงระดับชุมชน สิ่งที่สามารถทำร่วมกันได้ตอนนี้คือทุกภาคส่วนในประเทศควรหันมาช่วยกันจัดประชุม อีเวนต์ เพิ่มขึ้นตามจังหวะและโอกาสที่สามารถทำได้

ล่าสุดทางคณะกรรมการประเมินเมืองไมซ์ซิตี้เพื่อรับรองผลการประเมินการเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ประจำปี พ.ศ.2563 จัดประชุมประกาศรายชื่อ MICE CITY ที่ยื่นขอรับการประเมินแล้วผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ลำดับที่ 6 และ 7 อีก 2 จังหวัด คือ สงขลา และ นครราชสีมา

ขณะนี้ทั้งสงขลาและนครราชสีมา ผ่านการประเมินทั้งภายในและจากการให้ผู้ตรวจประเมินภายนอกตรวจเอกสารหลักฐานตามเกณฑ์เรียบร้อยแล้วทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ 1.ความสะดวกในการเข้าสู่เมืองและสถานที่จัดงาน 2.การสนับสนุนการจัดงานไมซ์จากที่เมืองจัดงาน 3.กิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการประชุม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก 4.สถานที่จัดงานและสิ่งอำนวยความสะดวก 5.ภาพลักษณ์และความมีชื่อเสียงของเมือง 6.สภาพแวดล้อมของเมือง 7.ความเสี่ยงในการยกเลิกงานและ 8.การรักษาความปลอดภัย

สำหรับสงขลามีจุดเด่นเป็นประตูเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน ด้วยศักยภาพทั้งทางด้านความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: IMT-GT) ทางด้านการค้า การลงทุนการบริการคมนาคม ที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง มีแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดคนไทยและชาวต่างชาติ ประการสำคัญเป็นเมืองแห่งจุดหมายปลายทางตลาดไมซ์ทั้งการจัดประชุม สัมมนา การจัดงานแสดงสินค้า และงานอีเวนต์

ส่วน “นครราชสีมา” ก็มีลักษณะทางกายภาพและศักยภาพคล้ายคลึงกับสงขลา นั่นคือเป็นประตูเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถานที่รองรับการจัดไมซ์ได้หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาเรียนรู้มากมาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการคมนาคมเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพมากเช่นกัน

ทั้งนี้ ทีเส็บได้ประกาศ MICE CITY ของประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว 5 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา(ชลบุรี) เชียงใหม่ และขอนแก่น

เรื่องและภาพโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์ #gurutourza,www.facebook.com/penroongyaisamsaen