ประวิตร เปิดสัมมนาขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อม 5 ด้าน รณรงค์ปลูกป่า

21.08.20 | 18:57 น.

เมื่อ 21 ส.ค. พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกฯ เปิดเผยว่า เวลา09.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด สัมมนา”การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยมี ผวจ.ทั้ง 76 จว. ร่วมในพิธี ณ อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวมอบนโยบาย การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญได้แก่ การเน้นย้ำขอให้ ผวจ.เป็นกลไกลหลักในการบูรณาการความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ตามมติ ครม. เมื่อ13 ส.ค.63 ในการแต่งตั้ง คณะขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ระดับจังหวัด ประกอบด้วย

1)โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ให้มีการสร้างกลไกการรับรู้ โดยใช้เครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน เป็นช่องทางการสื่อสาร และสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน

2)โครงการป่าชุมชน ให้มีการจัดตั้ง ฟื้นฟูและขยายป่าชุมชน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร ที่อยู่อาศัย และที่ทำกินในป่าชุมชน

3)โครงการ คทช.(คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ให้มีการเร่งรัด สำรวจ ถือครอง และจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำ

4)การแก้ไขปัญหาหมอกควัน และ pm 2.5 โดยใช้กลไกภายใต้โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า พร้อมจัดตั้ง War room ระดับชาติ จนถึงระดับท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า รวมทั้งจัดชุดพิทักษ์ป่าประจำหมู่บ้าน และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ปฏิบัติงานในพื้นที่

Advertisement

5)การบริหารจัดการน้ำและการเติมน้ำลงดิน โดยเน้นให้มีการ จัดหาแหล่งน้ำ พร้อมระบบกระจายน้ำ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ประชาชนทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทุกอำเภอทั่วประเทศ และนำองค์ความรู้เรื่องการเติมน้ำใต้ดิน ไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ ของประชาชน หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการส่งมอบคู่มือปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายฯ ของ ทส.ให้กับ มท. เพื่อนำไปขยายผลสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ทุกจังหวัดของประเทศ ต่อไป

พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวกำชับเพิ่มเติม ขอให้ ผวจ.ทุกจังหวัด จัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกๆด้าน นำบทเรียนที่ผ่านมาแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะต้องเร่งสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ในการรณรงค์เพาะชำกล้าไม้ปลูกป่าทั่วประเทศและรักษาป่าต้นน้ำ/การฟื้นฟูเขาหัวโล้น/การให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่า/การกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และประชาชนก็จะมีความสุข และยั่งยืน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่กำหนดเป้าหมายไว้ ต่อไป