“สร้างโอกาส – ปรับตัว” แนวคิดสู้วิกฤตฉบับ มทร.ธัญบุรี

26.08.20 | 10:40 น.

“การศึกษา” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไม่น้อยไปกว่าด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ทำให้หลายสถาบันการศึกษาต้องปรับการเรียนการสอน และเปลี่ยนแผนการจัดกิจกรรมให้ต่างไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบาก แต่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หรือ มทร.ธัญบุรี ก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาบัณฑิตนักปฏิบัติออกสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับตัวให้ทันสมัยและสร้างโอกาสใหม่ทางการศึกษา เพื่อพาเยาวชนก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า แม้โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อสถาบันการศึกษา แต่ก็ทำให้คนรู้จักปรับตัวมากขึ้น คณาอาจารย์เชื่อว่าการเจอวิกฤตครั้งนี้จะทำให้ปรับตัวได้เมื่อเจอสิ่งที่รุนแรงกว่าในอนาคต และนับเป็นโอกาสดีในการเปลี่ยนแปลง ไม่มองเป็นอุปสรรค ทุกฝ่ายจึงทำงานกันอย่างไม่ตึงเครียด

ช่วงแรกเริ่มของการแพร่ระบาดนั้นตรงกับภาคเรียนฤดูร้อน ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปก่อน มหาวิทยาลัยต้องปรับการเรียนการสอนกว่า 500 กระบวนวิชาเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด พร้อมทั้งกำหนดมาตรการต่างๆ ในการอำนวยความสะดวก อาทิ ให้นักศึกษาเรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในลักษณะเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและลงมือทำ (active learning) ส่วนคณะอาจารย์และบุคลารกรให้ทำงานแบบเวิร์กฟอร์โฮม อนุญาตให้นักศึกษาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ ภายใต้การควบคุมด้านความปลอดภัย ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ  แจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ให้นักศึกษาที่พักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัย รวมถึงเชิญชวนหอพักภายนอกลดราคาลงเป็นต้น โดยมีการดำเนินงานรูปแบบดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงภาคเรียนที่ 1 ด้วย

ในช่วงแรกมีปัญหาอยู่บ้างด้านความไม่พร้อมของเด็กแต่เราถือว่านี่เป็นสิ่งท้าทาย จึงหารือกันและคิดแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการจัดเตรียมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตไว้ให้นักศึกษาสามารถเข้ามาใช้บริการได้ พร้อมเตรียมทีมเทคโนโลยีสารสนเทศไว้คอยช่วยเหลือ พบว่าเด็กสนุกกับการเรียนรู้  และกล้าที่จะถาม ถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างนิสัยให้เยาวชนรู้จักคิดวิเคราะห์และหาความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการฟังบรรยาย และเมื่อรัฐบาลประกาศว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว มหาวิทยาลัยจึงเตรียมจัดสอบกลางภาคแบบเต็มรูปแบบ ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัส เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนกลับมาเรียนตามปกติในเดือนกันยายนนี้ โดยจะยังคงงดเว้นกิจกรรมปฐมนิเทศไว้อยู่

Advertisement

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรี ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม ได้พยายามสอดแทรกบทเรียนที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพให้แก่นักศึกษาควบคู่ไปกับวิชาหลัก ตามเป้าหมายหลักคือ “จบไปต้องมีงานทำ” ด้วยการผลิตนวัตกรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญออกสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงทักษะทางคอมพิวเตอร์ เช่น automation, ai ทำให้ปีนี้แม้ภาคเศรษฐกิจ จะได้รับผลกระทบ แต่นักศึกษาก็ยังคงได้รับโอกาสฝึกสหกิจศึกษากว่าร้อยละ 80 ทั้งนี้ สำหรับส่วนที่เหลือ ทางมหาวิทยาลัยก็มีโครงการรองรับอย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ยังเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป คือ การเรียนที่ไม่เน้นปริญญา (non degree) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งผู้เรียนที่เป็นบุคคลทั่วไปสามารถสะสมในธนาคารหน่วยกิต (credits bank) ของมหาวิทยาลัย เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงสอบวัดระดับเพื่อขอรับใบปริญญาได้ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก

กล่าวได้ว่า มทร.ธัญบุรี เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมในการผลิตนวัตกรคุณภาพออกสู่สังคม เพราะให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะของทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติ ซึ่งนับเป็นผลดีต่อนักศึกษาในการสร้างความมั่นใจว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงเป็นผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคม ที่จะมีบุคลากรคุณภาพมาสร้างสรรค์ผลงาน