ปภ.แนะหลักขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตกอย่างปลอดภัย

7.09.20 | 15:21 น.

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  แนะหลักขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตก สภาพถนนเปียกลื่น อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็นเส้นทาง พร้อมเว้นระยะห่างจากรถคันอื่นมากกว่าปกติ รวมถึงไม่เปลี่ยนช่องทางและหยุดรถกะทันหัน และเปิดใช้สัญญาณไฟอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การขับรถในช่วงฝนตกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น มีน้ำท่วมขังเส้นทาง และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะวิธีขับรถในช่วงฝนตกอย่างปลอดภัย โดยผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตกใหม่ ๆ เพราะสภาพถนนจะลื่นกว่าปกติ กรณีถูกคลื่นน้ำสาดใส่กระจกรถ ไม่ควรเบี่ยงรถหลบ แต่ให้บังคับรถให้อยู่ในช่องทาง รวมถึงใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็นเส้นทาง โดยใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะเป็นความเร็วที่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเว้นระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ โดยไม่ขับชิดท้ายรถคันหน้าในระยะกระชั้นชิด เพราะหากรถคันหน้าหยุดกะทันหัน จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และไม่ขับรถตีคู่รถขนาดใหญ่ เพราะคลื่นน้ำจะสาดใส่กระจกหน้ารถ จนบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง และน้ำอาจเข้าในห้องเครื่อง ทำให้  เครื่องยนต์ดับ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันหรือหยุดรถในทันที โดยเฉพาะเส้นทางที่มีแอ่งน้ำและทางโค้ง เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัว จนทำให้ลื่นไถลออกนอกเส้นทางเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับการใช้สัญญาณไฟ ผู้ขับขี่ควรเปิดใช้สัญญาณไฟหน้า เมื่อฝนตกท้องฟ้ามืดครึ้ม จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนมากขึ้น และผู้ขับรถคันอื่นมองเห็นรถเราได้จากระยะไกล เปิดใช้ไฟตัดหมอก กรณีขับรถช่วงกลางคืนที่มีฝนตกหรือถนนมีน้ำขัง จะช่วยลดการสะท้อนของแสงไฟหน้ารถกับ  พื้นถนน นอกจากนี้ ไม่ควรเปิดใช้สัญญาณไฟหรี่ ไฟสูง และไฟกะพริบ เพราะจะรบกวนการมองเห็นเส้นทางของผู้ขับรถคันอื่น กรณีต้องการเปลี่ยนช่องทาง ให้ใช้สัญญาณไฟล่วงหน้าในระยะไม่ต่ำกว่า 60 เมตร พร้อมมองกระจกให้รอบด้าน ก่อนเปลี่ยนช่องทางจราจร สำหรับการใช้ที่ปัดน้ำฝน ควรปรับระดับความเร็วของที่ปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝน พร้อมฉีดน้ำล้างกระจกเพื่อทำความสะอาดคราบสกปรก และลดการเสียดสีของใบปัดน้ำฝนกับกระจก กรณีฝนตกหนัก จนมองไม่เห็นเส้นทาง ให้จอดรถบริเวณที่ปลอดภัย หากจำเป็นต้องจอดรถข้างทาง ควรเปิดสัญญาณไฟกระพริบ และวางวัสดุสะท้อนแสงไว้บริเวณหลังรถ เพื่อให้รถคันอื่นสังเกตเห็นได้ง่าย ทั้งนี้ การขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝนตก ไม่ขับรถด้วยความประมาท ลดความเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน สามารถติดต่อแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะได้ประสานการให้ความช่วยเหลือต่อไป