จากเด็กเสิร์ฟพิซซ่า สู่เจ้าของธุรกิจเย็บผ้า

8.09.20 | 12:06 น.

บ้านเย็บผ้าเล็กๆที่รวบรวมช่างฝีมือดีที่ถูกเลิกจ้างเพราะอายุมาก แต่ถึงจะอายุมาก พวกเขาก็ยังต้องกินต้องใช้…วิกฤติโควิด-19 เราจะพยายามผ่านมันไปให้ได้
“แต่ถ้าวันหนึ่งต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ นับหนึ่งใหม่ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราเพราะเราผ่านมาหมดแล้ว”

ถ้าการเรียนจบสูงๆเพื่อให้ได้ทำงานดีๆเป็นความฝันของใครหลายๆคน “ศักดิ์ดา สำเนียง” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่เป็นเหมือนกับที่ฝัน ทันทีที่เรียนจบ ปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยเผชิญวิกฤติต้มยำกุ้ง ฟองสบู่แตก ธุรกิจทยอยปิดตัว…สำหรับเด็กจบใหม่ โอกาสที่จะได้งานทำแทบจะเป็นศูนย์

Advertisement

“ศักดิ์ดา สำเนียง” บัณฑิตจากคณะศิลปศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ เขาต้องพับเก็บความฝัน เพื่อสู้กับโลกแห่งความเป็นจริง งานอะไรก็ได้ที่ทำแล้วได้เงิน เพื่อความอยู่รอด…“เด็กเสิร์ฟพิซซ่า” คือ ทางรอดเดียวท่ามกลางวิกฤติที่มืดมนในช่วงเวลานั้น

วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 …สอนให้อดทน พยายาม ไม่ยอมแพ้

วันหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้ทำงาน แม้จะเป็นงานที่ไม่ตรงกับที่เรียนมา แต่ในเมื่อ “ไม่เคยเรียนเสิร์ฟพิซซ่า ยังเสิร์ฟได้” เขาก็พร้อมที่จะเรียนรู้ ด้วยความคิดแค่ว่า ไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ถ้าพยายาม

ปี 2550 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์…ชีวิตต้องมาเจอมรสุมอีกครั้ง เมื่อถูกเลย์ออฟ

จากที่คิดว่ามีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่สุดท้ายต้องถูกเลิกจ้าง…ด้วยความใฝ่รู้ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน “ศักดิ์ดา” ตัดสินใจหันหลังให้ระบบมาเปิดธุรกิจของตัวเอง ด้วยการรวบรวมช่างฝีมือดีที่ถูกเลิกจ้างเหมือนกันมาทำงาน เพราะถึงอายุจะมากแต่ก็ยังต้องกินต้องใช้ ต้องมีครอบครัวให้รับผิดชอบดูแล

ปี 2563 บ้านเย็บผ้าเล็กๆของที่เป็นการรวมตัวกันของคนที่ถูกเลย์ออฟของหัวเรือใหญ่อย่าง “ศักดิ์ดา สำเนียง” ต้องเจอกับมรสุมอีกครั้ง วิกฤติโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบทั่วโลก แต่ที่บ้านเย็นผ้าหลังนี้ยังอยู่ได้ อยู่ได้เพราะเล็ก,อยู่ได้เพราะรู้…รู้กิน-รู้เก็บ และรู้จักพอ

“เราทำใจไม่ได้ที่ต้องเลย์ออฟใคร เพราะเราเคยโดนมาก่อน มันแย่มากไม่อยากให้ใครต้องเจอ

“แต่ถ้าวันหนึ่งต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ นับหนึ่งใหม่ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราเพราะเราผ่านมาหมดแล้ว”