ทำเลเซอร์แล้วหน้าบางจริงไหม?
เห็นรีวิวเลเซอร์ ทำปุ๊บ สวยปั๊บ! ควรเชื่อหรือเปล่า?
หลายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำเลเซอร์และอีกร้อยคำถามที่แม้ว่าวิทยาการจะพัฒนาไป…แต่คำถามเดิมยังอยู่
หลายคนยังสับสนเรื่องการรักษาด้านผิวหนังว่าปัญหาที่ตัวเองมีควรทำ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์? แต่ถ้าไม่อยากตัดสินใจพลาดต้องอ่านหนังสือ “อย่าเพิ่งเลเซอร์ ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้!” ผลงานการเขียนหนังสือเล่มที่ 2 ของ ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนังและศัลยกรรมผิวหนัง รพ.ศิริราช ที่ห่างหายจากงานเขียนไปกว่า 8 ปี หลังจากที่หนังสือเล่มแรก “สวยด้วยเลเซอร์” พิมพ์ออกมาให้ความรู้ประชาชนและได้รับการตอบรับอย่างดี
ศ.นพ.วรพงษ์ และ นสพ.ปฤณ มนัสเกียรติ ลูกชายคนเก่งใช้ช่วงเวลาที่ Work from home ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในประเทศไทย คลอดหนังสือเล่มใหม่โดยให้ชื่อว่า “อย่าเพิ่งเลเซอร์ ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้!” จุดประสงค์หลักเพื่อให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการรักษาและศัลยกรรมความงามด้วยเลเซอร์ และที่สำคัญรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้ “กองทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วย” สำหรับสนับสนุนงานวิจัยในการลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวว่า “ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ตนเห็นเพื่อนแพทย์ไม่ว่าจะเป็นอายุรศาสตร์ โรคติดเชื้อ ไอซียู ระดมกำลังรักษาคนไข้ที่นอนป่วยอยู่ในศิริราช ในฐานะแพทย์ผิวหนัง แม้จะได้เข้ามาร่วมช่วยตรวจคัดกรองโรค แต่โดยส่วนตัวคิดว่าตนสามารถมีส่วนร่วมได้มากกว่านั้นโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ด่านหน้าเพราะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญมากพอ จึงเกิดความคิดว่าอยากจะนำเงินรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้บริจาคให้กับหน่วยงาน ซึ่งทำงานเพื่อโควิด เป็นการใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือสถานการณ์ของประเทศในแบบของเรา”
ในหนังสือ “อย่าเพิ่งเลเซอร์ ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้!” โดดเด่นด้วยภาพประกอบฝีมือนักศึกษาสถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บวกกับภาษาการเล่าเรื่องของคุณหมอที่เน้นสรุปใจความสำคัญ อ่านเข้าใจง่าย เป็นแบบ Story telling ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้อย่างกว้างขวางตั้งแต่วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการองค์ความรู้เกี่ยวกับเลเซอร์เพื่อรักษาตัวเอง
“ปัจจุบันการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นแนวทางการรักษาที่ค่อนข้างแพร่หลาย การหยิบหัวข้อเลเซอร์กลับมาเล่าอีกครั้ง เพื่อที่ย้ำความสำคัญและบอกเล่าการพัฒนาของเทคโนโลยีการรักษา รวมถึงมีคำถามจากคนไข้ที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ยังคงเป็นคำถามที่พบบ่อย ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะช่วยตอบคำถามเบื้องต้นและบอกเหตุผลของการทำการบ้านให้ดีก่อนทำเลเซอร์ เพราะเราเห็นสื่อต่างๆ ออกมาพูดเกี่ยวกับเลเซอร์ค่อนข้างมาก บางอย่างก็อาจจะให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว
“จุดประสงค์ของผมคือให้ความรู้ทั้งสองด้านเพื่อให้คนเข้าใจได้ดีขึ้น ว่าข้อดีมีอะไรบ้าง และผลข้างเคียงที่ต้องระวังคืออะไร หรือหลุมพรางบางอย่างเป็นอย่างไร เช่น การถูกดึงดูดด้วยโปรโมชั่น แต่คนไข้ขาดการศึกษาหาข้อมูลหรือไม่ได้เตรียมตัวก่อนการรักษา จะมีผลอะไรตามมาได้บ้าง เพราะอันที่จริงแล้วเลเซอร์หลายชนิดจะต้องเตรียมตัวก่อน คุณอาจจะเคยได้ยินว่าทำเลเซอร์เสร็จแล้วจะต้องหลบแดด แต่จริงๆ แล้วคุณควรจะหลบแดดตั้งแต่ก่อนทำเลเซอร์ด้วยซ้ำ เราจะไม่ทำเลเซอร์ในคนที่ไปเที่ยวทะเลมาแล้วผิวคล้ำ เพราะผิวจะไหม้และเกิดผลข้างเคียงง่าย และหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินบางชนิดที่ทำให้เลือดไหลและหยุดช้า หากจะทำเลเซอร์ก็ต้องหยุดอาหารเสริมเหล่านั้นก่อนจะเข้ามารักษา” ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดที่คนไข้ต้องให้ความสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจทำเลเซอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนัง ตอบว่า “ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า ผลการรักษาชนิดหนึ่งจะได้ผลหรือไม่ได้ผล ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ก็คือ 1.การเลือกแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญกับโรคหรือกับภาวะนั้นๆ 2.เครื่องไม้เครื่องมือ ในที่นี้คือเครื่องเลเซอร์ ถ้ารักษาด้วยยา ก็คือตัวยาชนิดที่ได้ผลกับโรค และสถานพยาบาลน่าเชื่อถือ และ3.ตัวคนไข้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เรียกได้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญของการรักษา
“เวลาทำเลเซอร์ คนไข้จะต้องร่วมมือในการปฏิบัติตัวด้วย ต่อให้คุณเลือกสองปัจจัยข้างต้นดีแล้ว แต่คนไข้ไม่ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ การรักษาที่ได้ผลก็อาจจะยาก เช่นหมอบอกว่าทำเลเซอร์แล้วจะมียาที่จะต้องทาแผลวันละ3-4 ครั้ง เป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ถึงจะหาย บางคนฟังแต่ไม่ปฏิบัติตัว กลับมาพร้อมแผลหรือรอยคล้ำเต็มหน้า เราพยายามบอกคนไข้ว่าทำเสร็จแล้ว ช่วง 2 อาทิตย์หลังทำสำคัญมาก อย่าไปที่แดดเยอะ เช่น ทะเล หรือตีกอล์ฟ ซึ่งกว่า 40% ของคนที่เข้ารับการรักษาด้วยเลเซอร์มักจะละเลยคำแนะนำของแพทย์”
นอกจากนี้ ความคาดหวังเกินจริงของคนไข้ ก็เป็นเรื่องที่แพทย์จะต้องทำความเข้าใจ ซึ่ง ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวว่า “ผมมักจะสอนลูกศิษย์เสมอว่า เวลาให้คำปรึกษากับคนไข้ โดยเฉพาะในครั้งแรกก่อนที่เขาจะตัดสินใจรักษา ในฐานะแพทย์ต้องบอก Fact ทั้งหมด ซึ่ง Fact เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่มาจากงานวิจัย มาจากตำรา เช่น กลุ่มเลเซอร์ที่รักษาแผลหลุมที่เรียกว่ากลุ่มแฟรคชั่นแนลเลเซอร์ ทำไปเดือนละครั้ง 4 – 5 ครั้ง โดยเฉลี่ยแผลหลุมจะดีขึ้น 50 – 75% นี่คือข้อมูลที่เราจะต้องบอกคนไข้ ว่าก่อนที่เราจะได้ผลแบบนั้น อาจจะมีโอกาสที่ผิวหนังของคนไข้จะมีรอยคล้ำในการทำครั้งใดครั้งหนึ่ง แต่รอยคล้ำนั้นจะจางได้ในที่สุด อธิบายผลการรักษาที่คาดว่าจะได้ และผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิด เขาเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการตัดสินใจและยอมรับอัตราเสี่ยงระดับนี้
นอกจากการบอกกล่าวหรือการชี้แจงคนไข้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะในวงการเลเซอร์หรือวงการศัลยกรรมความงามใช้คือการถ่ายรูปคนไข้ก่อนและหลังการรักษา ซึ่งภาพถ่ายเป็นเหมือนเวชระเบียน (Medical Record) ที่บอกด้วยภาพ ซึ่งรูปจะเป็นการยืนยันผลการรักษาได้เป็นอย่างดี
“สิ่งที่ผมเน้นย้ำในหนังสือเล่มนี้ก็คือ เน้นให้คนไข้ทำการบ้าน ศึกษามาให้ดีก่อนที่คุณจะตัดสินใจที่จะรักษา แน่นอนว่าคนไข้มารักษาเพื่อต้องการให้รูปลักษณ์และสภาพผิวหนังดีขึ้น คนไข้ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าไม่มีการรักษาใดได้ผล 100% และได้ผลในคนไข้ทุกคน ในฐานะแพทย์ก็ต้องมั่นใจว่าเมื่อทำการรักษาแล้วคนไข้จะไม่แย่ไปกว่าเดิม ซึ่งการรักษาหลายๆ อย่างรวมทั้งรักษาด้วยเลเซอร์ ต้องอาศัยประสบการณ์การเรียนรู้ของแพทย์ หลายคนเข้าใจว่าเครื่องเลเซอร์เหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร ที่กดปุ่มแล้วเครื่องจะทำงานอัตโนมัติ ซึ่งความจริงไม่ใช่ เลเซอร์ต้องอาศัยประสบการณ์และชั่วโมงบินของแพทย์ อย่าเข้าใจว่าทำที่ไหนก็ได้” ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าว
เพราะว่าเลเซอร์ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ จะต้องทำด้วยความมีวิจารณญาณ และทำการบ้านที่เพียงพอ เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดอย่างที่คุณคาดไว้ และเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้
หากอยากเข้าใจเรื่องของการรักษาด้วยเลเซอร์มากขึ้น ต้องหยิบหนังสือ “อย่าเพิ่งเลเซอร์ ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้!” มาอ่านทำความเข้าใจไปพลางๆ ก่อน โดยมีจำหน่าย 2 ช่องทาง คือ https://shop.line.me/@883jfdmv/product/319180434 และร้านนายอินทร์ ทุกสาขา
โดยรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดจะสมทบ “กองทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วย” สำหรับสนับสนุนงานวิจัยในการลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/DrWoraphong



