สัญญาณเตือน โรคตับ

3.08.16 | 15:46 น.

 

การแพทย์แผนจีนในสมัยก่อนมักมีคำกล่าวที่ว่า หญิงใดตับสะอาดจะงดงาม ชายใดตับสะอาดจะผึ่งผายสมชาย เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น?

อวัยวะภายในร่างกายของคนเราล้วนทำหน้าที่สอดคล้องเกี่ยวพันกัน หน้าที่หลักของตับคือการ “ขับพิษ” ตับมีหน้าที่กรองสารพิษและควบคุมกระบวนการเผาผลาญนำตาล ไขมัน โปรตีน รวมทั้งกระบวนการหมุนเวียนสร้างสารตั้งต้นสำคัญ เช่น กรดอะมิโน วิตามิน น้ำดี ฯลฯ ดังนั้น ตับจึงเป็นอวัยวะที่เกิดเป็นพิษได้ง่าย

ตับไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ดังนั้นไม่ว่าอวัยวะนี้จะเกิดปัญหาอย่างไรก็จะไม่ปรากฏอาการเจ็บป่วยที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามสุขภาพของตับไป หญิงและชายที่ตับผิดปกติ วิธีการดูแลรักษาจะมีทั้งส่วนที่เหมือนกันและแตกต่างกัน แล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าอวัยวะสำหรับขับพิษนี้กำลังผิดปกติ 16 ข้อ ดังต่อไปนี้เป็นวิธีการสังเกตสุขภาพของตับด้วยตนเอง

  1. รู้สึกอ่อนเพลีย กระสับกระส่าย เครียด หงุดหงิด วิตกกังวล
  2. ตาแห้งหรือตาแข็ง การมองเห็นถดถอยลง
  3. ผมมัน หน้ามัน
  4. ถ่ายเหลว มีกลิ่นเหม็นคาว เหนียว กดชำระล้างยาก
  5. ท้องอืด เรอ ระบบย่อยอาหารไม่ดี ช่วงเอวมีชั้นไขมันเพิ่มขึ้น
  6. เวลานอนหลับนำลายไหล กรน มีกลิ่นปาก ปากแห้งขม มีกลิ่นตัว
  7. ปวดศีรษะ วิงเวียน ไร้เรี่ยวแรง ใจลอย
  8. หน้าซีด ไม่มีเลือดฝาด โหนกแก้มอาจมีฝ้า
  9. ปวดขา ปวดบ่า ปวดหลัง ชาตามแขนขา
  10. อารมณ์แปรปรวน โมโหร้าย ซึมเศร้า เบื่อหน่าย
  11. รู้สึกเหนื่อย ขี้เกียจแม้แต่จะพูด ขี้หลงขี้ลืม
  12. ท้องน้อยขยาย มีแก๊สในท้อง ตัวบวม
  13. เลือดออกตามไรฟัน แผลมักเป็นหนอง
  14. นอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท ฝันบ่อย
  15. หน้าอก แผ่นหลังมีไฝแดง เล็บมีรอยเส้นชัดเจน
  16. เต้านมขยาย ปวดประจำเดือน มือเท้าเย็น

หากคุณมีอาการดังที่กล่าว 2 อาการขึ้นไปก็ควรจะต้องใส่ใจสุขภาพตับของคุณแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจเกิดโรคที่ร้ายแรงยิ่งกว่า ตามตำราหวงตี้เน่ยจิงกล่าวว่า ตับเปรียบเสมือนขุนพลในหมู่ทหาร เป็นผู้วางแผนการรบ ควบคุมสั่งการ”

Advertisement

อารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับตับ เช่น เมื่อคนเราเกิดอารมณ์โกรธง่ายและบ่อย จะส่งผลให้เส้นลมปราณตับติดขัด กระทบต่อประสิทธิภาพ การลำเลียงอาหาร ส่งผลให้ระบบการย่อยถดถอยลง ดังนั้น คนที่โกรธมักจะไม่อยากอาหาร ตับมีหน้าที่ช่วยกักเก็บเลือด หากเลือดหล่อเลี้ยงตับไม่เพียงพอจะทำให้การทำงานของตับขาดประสิทธิภาพ ทั้งยังไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้หมดสิ้น

การแพทย์จีนมีวิธีดูแลบำบัดอย่างไร…

ตับเป็นอวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ที่สุด จะเริ่มเสื่อมสภาพลงตั้งแต่อายุ 25 ปี จึงควรใส่ใจดูแลสุขภาพของตับแต่เนิ่นๆ การแพทย์จีนเน้นการบำรุงหยินในไต ลดไฟในตับ ทะลวงเส้นลมปราณของตับให้โล่ง ระบายพลังชี่ที่อั้นในตับ กระตุ้นให้พลังชี่และเลือดไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อตับแข็งแรงขึ้น สัญญาณเตือนต่างๆ ของโรคตับจึงค่อยๆ ลดน้อยลงหรืออาจหายไปในที่สุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link : http://www.enwei.co.th/health_problems.php?id=57  สนใจวิธีการดูแลสุขภาพในทัศนะการแพทย์จีน ปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพเอินเวย์ โทรศัพท์ 02-751-4399 (20 คู่สาย)

240374-1301231PT080