ททท.รุกหนักความร่วมมือขับเคลื่อนตราสัญลักษณ์ SHA ปลายเดือน ก .ย.นี้ ทำเพิ่ม 2 โปรเจ็กต์ใหญ่ “SHA x SafeT-Hotel Standard” ผนึกสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA และสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ IAI ผุดแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวช่วยนักท่องเที่ยวค้นหาที่พัก แหล่งเที่ยว บริการครบวงจร อย่างปลอดภัย และร่วมกับ “มูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย-สมาคมโรงแรมไทย” คัดเลือกโรงแรมรีสอร์ต 3-5 ดาว มอบใบรับรองมาตรฐานที่พักพร้อมSHA เพิ่มอีก 98 โรงแรม
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เร่งเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ลุยต่อยอด 2 โครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA โดยเชิญชวนแต่ละภาคส่วนเข้าร่วมพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักบนพื้นฐานความปลอดภัยเที่ยววิถีปกติใหม่ สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติจากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย
โครงการแรก “ท่องเที่ยววิถีใหม่ปลอดภัยด้วย SHA × SafeT” ททท.ร่วมกับ 2 องค์กร คือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ (IAI) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ ซึ่งทาง NIA กับ IAI ร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม “SafeT” สำเร็จรูปเพื่อนำมาใช้กับมาตรฐาน SHAในรูปแบบ Co-Creation “SHA x SafeT” สนับสนุนสถานประกอบการทั้งหมดที่ได้รับตรามาตรฐาน SHA ปักหมุดลงในแผนที่บนแพลตฟอร์ม SafeT เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้ค้นหาตลอดการเดินทางเพื่อเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว และสถานประกอบการต่าง ๆ ที่มีมาตรฐาน SHA ได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุดตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) : NIA กล่าวว่า พร้อมเข้าร่วมกับ ททท.และสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติพัฒนาแพลตฟอร์ม SafeT สนับสนุนส่งเสริมระบบบริการอัตโนมัติเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยววิถีปกติใหม่ ผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยสร้างเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งยั่งยืนในอนาคตต่อไป
ทางด้าน นางศิริญา เทพเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ กล่าวว่า ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม SafeT ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศสามารถใช้ SafeT เป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีบูรณาการข้อมูลทั้งหมดไว้ใน SHA x SafeT เชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับมาตรฐาน SHA บนแพลตฟอร์ม SafeT นับจากนี้เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมายที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA ประกอบการการตัดสินใจเลือกที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และบริการทางการท่องเที่ยวได้สะดวกตรงตามความต้องการได้มากขึ้นนั่นเอง
สำหรับ SafeT เป็นแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยมีฟังก์ชัน SafeT Place สามารถค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องการจะไปนั้นมีความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร สร้างความมั่นใจตลอดทุกการเดินทางในประเทศ ขณะนี้เปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น safe-t-thailand ได้ในระบบผ่านระบบ IOS หรือ line@safe-travel
โครงการที่ 2 “มอบประกาศนียบัตรรับรองโรงแรมสมาชิกในโครงการ Hotel Standard กับมาตรฐาน SHA” โดย ททท. ร่วมกับมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย และสมาคมโรงแรมไทย ทำโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมภายใต้นโยบาย “ซ่อม-สร้าง” ต่อเนื่องมาตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ที่ได้นำเข้าไปส่งเสริมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานโรงแรมไทยให้ผู้ประกอบการเร่งปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบริการ ยกระดับโรงแรมสู่มาตรฐาน 3-5 ดาว ให้สอดรับกับวิถีใหม่ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติทั่วโลก
จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธานพิธีมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม (Thai Hotel Standard) ประจำปี 2563 ให้โรงแรมระดับ 3-5 ดาวที่ผ่านเกณฑ์ 98 แห่ง ที่ได้การรับรองทั้งสองมาตรฐานควบคู่กัน
สำหรับเกณฑ์มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่ ททท.มูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย และสมาคมโรงแรมไทย นำมาใช้พิจารณาโรงแรมที่รับรองพร้อมตราสัญลักษณ์ SHA ครั้งนี้ ได้คัดเลือกโรงแรมที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง 5 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย
1.สภาพทางกายภาพ อาทิ สภาพแวดล้อม ที่ตั้ง ของโรงแรมทั่วประเทศ 2.การก่อสร้าง โรงแรม เช่น โครงสร้างทางกายภาพของโรงแรม ระบบภายในโรงแรม การเลือกใช้วัสดุ ระบบความปลอดภัย 3. สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผู้เข้าพักและผู้มาใช้บริการ เช่น ปริมาณของใช้ที่จัดให้ อุปกรณ์ตกแต่ง ภายในโรงแรม 4.คุณภาพการบริการและการรักษาคุณภาพ อาทิ บุคลิกภาพพนักงาน คุณภาพการบริการ ของสถานประกอบการ และ5. การบํารุงรักษาโรงแรมและสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ รองประธานมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ 66,209 แห่ง รวมจำนวนห้องพักทั้งหมดราว 1.8 ล้านห้อง ตามข้อมูลจากกรมการปกครอง ณ วันที่ 6 พ.ค. 2563 แบ่งไว้เป็น 1.กลุ่มโรงแรมที่ถูกกฎหมาย 16,282 แห่ง จำนวน 783,855 ห้อง และ 2.กลุ่มโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 49,927 แห่ง มีมากถึง 1.06 ล้านห้อง
ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 สร้างผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการบางรายขาดสภาพคล่องจนต้องหยุดธุรกิจหรือประกาศขายกิจการ ส่วนโรงแรมที่ยังคงเปิดบริการอยู่ต้องเผชิญปัญหาขาดรายได้เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการลดลงมาก แต่ตอนนี้โรงแรมทั่วประเทศต่างปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีปกติใหม่ (New Normal) เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรการป้องกันโรคเป็นหลัก
ทางมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย กับ ททท.และสมาคมโรงแรมไทย จึงร่วมมือกันทำโครงการยกระดับมาตรฐานโรงแรมที่พักพัฒนาให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยการมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม 3-5 ดาว แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความมั่นใจในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยดังกล่าว
ทั้งนี้มีสถานประกอบการที่ได้รับมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม ประจำปี 2563 ผ่านเกณฑ์ ตามตัวชี้วัดหลักที่ระบุไว้ 98 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 5 ดาว 28 แห่ง 2.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 4 ดาว 46 แห่ง 3.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 3 ดาว 24 แห่ง
ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ททท. มั่นใจในภาพรวมโครงการความร่วมมือมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม และตราสัญลักษณ์ SHA คือการส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเตรียมพร้อมรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย อีกทั้งยังจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยให้เป็นประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ เต็มเปี่ยวด้วยคุณภาพโดยมีมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง ประการสำคัญที่สุดคือนักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติจะเลือกเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อเดินทางเข้ามาเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกในเร็ววันนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ของประเทศในรูปแบบท่องเที่ยววิถีใหม่เที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
เรื่องและภาพโดย..เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์ : #gurutourza www.facebook.com/penroongyaisamsaen

