Thailand Sustainability Expo 2020 “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” จัดขึ้นโดย 3 องค์กรเอกชนใหญ่ที่ดำเนินงานเรื่องความยั่งยืน และได้รับการยอมรับในระดับโลก ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Supply Chain Network (TSCN)
บนเวทีเสวนา CEO Panel Discussion ในหัวข้อ Decade of Sustainability Action (ทศวรรษแห่งการลงมือทำด้านความยั่งยืน) โดยมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ไทยเบฟใช้ใจ-คิด-ทำ สร้างความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรื่องของความยั่งยืนป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจมายาวนาน เดิมต่างคนต่างทำในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ขณะนี้จะเป็นการรวมพลังเพื่อพัฒนาด้านความยั่งยืนร่วมกัน โดยมี Thailand Sustainability Expo เป็นแพลตฟอร์มให้ภาคธุรกิจ องค์กรที่อยู่ในใน Thailand Supply Chain Network (TSCN) ได้ทำงานร่วมกัน เพื่อขยายผลในด้านการเติบโตของธุรกิจในทางสร้างสรรค์ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ หรือไม่ก็ในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ในเรื่องของความยั่งยืนความยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แม้จะเป็นการลงทุนระยะยาวที่ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนอย่างทันที แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ โดยความยั่งยืนจะเกิดขึ้นและสำเร็จเป็นรูปธรรมนั้น ต้องเกิดจากสามคำ คือ ใจ คิด ทำ
“ผมมักจะพูดว่า ใจ คิด ทำ ต้องมาด้วยกัน บางทีคิดแล้วทำ แต่ว่าไม่มีใจก็คงไม่เกิดประโยชน์ แต่ว่าถ้ามีดีใจที่ดีพร้อม มีความคิดที่สร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ในการที่ลงมือทำคงจะเกิดผลประโยชน์อย่างมากมายให้กับส่วนรวม ก็หวังว่าจะได้พลังร่วมจากทุกคน ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ทั้งความพอเพียง ความยั่งยืนเพื่อโลกของเรา” นายฐาปนกล่าว
เริ่มต้นจากความเชื่อ สิ่งเล็ก ๆ ร่วมสร้างความยั่งยืน
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อดำเนินการเรื่องความยั่งยืน โดยทั้งองค์กร ทั้งผู้บริหาร ต้องมีความเชื่อว่าความยั่งยืน (Sustainability) เป็นเรื่องสำคัญ และต้องทำให้เรื่องความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของ GC
“ความยั่งยืนเป็นพาร์ทหนึ่งขององค์กร เป็นธุรกิจของเรา ถ้าจะพูดถึงกลยุทธ์หรือธุรกิจของ GC แบ่งได้เป็น 3 เรื่องหลัก ๆ ความสามารถในการแข่งขัน การขยายธุรกิจ และความยั่งยืน ให้ความสำคัญเท่ากัน ความยั่งยืน เราทำมานานเกือบ 10 ปี ล่าสุดเราปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ เราจะยกระดับเรื่องความยั่งยืน นอกเหนือไปจากทำได้ดีแล้ว เราจะต้องแบ่งปัน แล้วก็จะต้องสร้างแนวร่วม”
ซีอีโอ GC กล่าวว่า เรื่องความยั่งยืนนั้นไม่สามารถทำคนเดียวได้ ดังนั้นการจะยกระดับความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงของการได้รางวัล แต่เป็นการสร้างบทบาทให้ GC สามารถเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จะช่วยจุดประกาย ให้องค์กรหรือหน่วยงานหรือบุคคลอื่น ๆ สามารถสร้างเรื่องนี้และต่อยอดได้ เป็น Loop connecting เชื่อมโยงกับโรงเรียน สถานศึกษา วัด ชุมชน สู่การทำเรื่องความยั่งยืนในระดับประเทศ เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ แต่ทำทุกคนสามารถช่วยโลกได้แน่นอน
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ผู้ผลิตต้องปรับ
ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องทำ
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปค่อนข้างมาก ไม่ได้เพียงแค่สนใจถึงเรื่องของคุณภาพและราคา แต่สนใจถึงเรื่องของแหล่งที่มาของสินค้าขบวนการผลิตของสินค้า เลือกมาด้วยความถูกต้องหรือไม่ ผู้ผลิตดูแลพนักงานอย่างไร อุตสาหกรรมประมงของไทยเกิดปัญหาในปี 2014 เป็นครั้งแรกที่ไทยยูเนี่ยนได้เรียนรู้ว่าภายในองค์กรทำถูกต้องยังไม่เพียงพอ เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้นำในอุตสาหกรรมที่จะต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าทั้งกระบวนการ Supply chain ต้องทำถูกต้องทุกเรื่อง
ซีอีโอไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า ความยั่งยืน (Sustainability) จากเดิมที่เป็นทางเลือก ณ วันนี้ต้องยอมรับว่าไม่ใช่อีกแล้ว เพราะความยั่งยืนนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจ เป็นประโยชน์กับองค์กรและเป็นการทำเพื่ออนาคต
“วันนี้เนี่ยเราต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทางเลือกอีกแล้ว วันนี้ Sustainability เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ แล้วก็ต้องมองว่า Sustainability เป็นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน แต่เราก็ต้องยอมรับว่าในการทำเรื่องเหล่านี้เนี่ยมันเป็นเส้นทางที่ยาวไกล แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ผมเชื่อว่ายิ่งทำมากยิ่งจะได้รับประโยชน์ที่ดีกับองค์กร และสิ่งที่เราทำต่าง ๆ ในวันนี้เนี่ยผมคิดว่าก็เป็นการทำให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต” ซีอีโอไทยยูเนี่ยน กรุ๊ปกล่าว

