“จุรินทร์” เปิดแผนดัน SME เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ ประกาศจับมือ “หัวเว่ย” ป้อนความรู้ทางเทคโนโลยีส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้เป็นเถ้าแก่ยุค 5 G วางเป้านำร่อง 1.5 หมื่นคนทั่วประเทศ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดงาน “Smart SME Expo 2020” ท่ามกลาง SME ที่มาร่วมงานกว่า 300 รายว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินนโยบายพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME รวมถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้กลายเป็นรากฐานสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้แผนสำคัญคือการส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยี ทั้งในด้านการผลิตและการตลาด
“เป็นที่ทราบกันดีว่าการค้าวันนี้เทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญ และประเทศไทยก็มีจุดแข็งในด้านการเกษตร ทั้ง 2 กระทรวง จึงจับมือกันในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ซึ่งรวมถึงภาคการเกษตร ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสูงสุด”
ทั้งนี้ล่าสุดสถาบันผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ได้จับมือกับ “หัวเว่ย” ยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อดำเนินกระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5 G ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะเทคโนโลยี IOT และ Cloud ที่กำลังมีบทบาทสำคัญในภาคการผลิตปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาข้อมูล Data เกี่ยวกับ SME และภาคเกษตร เพื่อนำไปใช้วางแผนในการพัฒนาระดับประเทศต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมองเห็นว่า วันนี้เด็กรุ่นใหม่มีความสนใจในการทำธุรกิจตัวเองมากกว่าเป็นลูกจ้าง จึงมีโครงการปั้นให้เยาวชนรุ่น GEN Z ให้เป็น CEO เรียกว่า CEO GEN Z โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ในการให้ความรู้และฝึกอบรมนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 มีความรู้ด้านด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ โดยเป้าหมายจะดำเนินการปั้น CEO ยุคใหม่ให้ได้ 1.2 หมื่นคน จากปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 1.5 พันคน ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ
“เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่อยากเป็นลูกจ้าง และคนรุ่นนี้ก็เข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างดี เราจึงคิดว่าจะปั้นคนรุ่นนี้ให้เป็น CEO เพื่อร่วมกันเป็นหัวหอกในการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ประเทศไทยต้องผลักดันเอสเอ็มอีให้มากยิ่งขึ้นในทุกๆด้าน เช่น ที่ผ่านมาประเทศไทยมักจะนำบริษัทขนาดใหญ่ มักเป็นแถวหน้าไปออกงานโรดโชว์ในต่างประเทศ แต่วันนี้ได้เปลี่ยนนโยบายใหม่ โดยหากกระทรวงพาณิชย์ไปโรดโชว์ต่างประเทศ จะต้องนำ SME ออกไปโชว์ด้วย อย่างน้อย 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในประเทศ CLMV ผู้ประกอบการSME ควรได้รับโอกาส
ด้านนางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน กล่าวว่า ภายในงาน Smart SME Expo 2020 มีธุรกิจแฟรนไชส์และอื่นๆมาร่วมงาน มายกว่า 300 บูธ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อให้เลือกลงทุนตอบทุกโจทย์ความต้องการ เริ่มต้นตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น จนถึงหลักแสน และยังมีสถาบันการเงินต่างๆ มาจัดโปรโมชั่นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมากๆ และเงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อให้ SME หรือผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจเข้าถึงได้ง่าย
“ที่ผ่านมาประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างหนัก SME หลายรายเดินต่อไม่ไหว แต่หลายรายก็สู้ ด้วยการปรับกลยุทธ หาทางออกด้วยการมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่ต้องโจทย์พฤติกรรมของตลาดในยุค New Normal เราจึงจัดงานนี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจที่โดดเด่นในยุคนี้”
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ อย่างไกล้ชิด ในการที่จะพัฒนาผู้ประกอบการ SME ใหม่ๆ เพื่อให้เติบโตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล เช่น ภายในงานก็มีการนำแฟรนไชส์ ที่สนับสนุนโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการขยายตัวมากยิ่งขึ้น มีการจับมือกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้กับผู้ลงทุน เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจับคู่ธุรกิจ ระหว่าง SME ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย และผู้นำเข้าส่งออกสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศ CLMV ซึ่งเป็นการช่วยเหลือกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการส่งออกอีกแรงหนึ่ง โดย Smart SME Expo 2020 จะมีไปจนถึงวันที่ 1 พ.ย. ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10 และในปีหน้าจะขยายการจัดไปในส่วนภูมิภาค อีกด้วย


