เมื่อบรรทัดสุดท้ายของนิยายจบลง นักอ่านหลายๆ คนคงอดที่จะรู้สึกประทับใจและอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่า นักเขียนนิยายเหล่านั้นเนรมิตพล็อตเรื่องอันน่าประทับใจออกมาได้ยังไง หรือบรรดานักเขียนมือใหม่หลายๆ คนที่อยากจะเขียนนิยายสักเรื่องด้วยฝีมือของตนเอง แต่ยังขาดไอเดีย ขาดพล็อตเรื่องเจ๋งๆ ที่จะมัดใจคนอ่าน และกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย นี่คือ 3 แรงบันดาลใจของนิยายชื่อดังที่เป็นที่รักของนักอ่านจากทั่วโลก
ใครๆ ก็รู้จักพ่อมดตาสีเขียว ผู้มีแผลเป็นบนหน้าผากนามแฮร์รี่ พอตเตอร์ แรงบันดาลใจที่ให้กำเนิดนิยายชื่อดังนี้ เกิดขึ้นขณะที่เจเคโรว์ลิ่งกำลังนั่งรถไฟจากแมนเชสเตอร์มายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และให้กำเนิดชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ เธอจินตนาการปราสาทฮอกวอตส์จากปราสาททางเหนือของสกอตแลนด์ที่เธอเคยไปท่องเที่ยวมาจนคุ้นเคย นอกจากนั้นเจเคโรว์ลิ่งยังเป็นนักอ่านตัวยงตั้งแต่วัยเด็ก เธอชอบอ่านนิยายแฟนตาซีอย่าง ตำนานแห่งนาร์เนีย เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ เธอชอบขีดเขียนเรื่องราว และมักจะหยิบเอาชื่อของผู้คนรอบข้างมาใช้เป็นตัวละครอยู่เสมอ และยังมีบางชื่อที่มาจากสมุดโทรศัพท์ ป้ายโฆษณา ไปจนถึงหนังสือคู่มือตั้งชื่อเด็ก ตัวละครบางตัวอย่างผู้คุมวิญญาณ สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่มักจะดูดกลืนเอาความสุขของมนุษย์ออกไปก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาการป่วยโรคซึมเศร้าของเธอเช่นกัน พูดได้ว่าแรงบันดาลใจในการเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์มีหลากหลายมากและมาจากทุกที่ แรงบันดาลใจทั้งหมดล้วนเกิดจากสิ่งที่
เจเคโรว์ลิ่งเคยได้พบเจอและนำมาปรับใช้ในนิยายของตนเอง
สำหรับนิยายดิสโทเปียที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายภาค จนได้รับความรักจากนักอ่านและผู้ชมทั่วโลกอีกหนึ่งเรื่องอย่าง The Hunger Game นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนที่ผู้เขียน ซูซาน คอลลินส์เปลี่ยนช่องโทรทัศน์สลับไปมา จากรายการเรียลลิตี้กลับไปเป็นข่าวสงครามอิรัก จนทำให้เธอรู้สึกว่าเส้นแบ่งของความสุขและสงครามนั้นช่างใกล้กันเพียงนิดเดียว ยิ่งเมื่อสลับช่องโทรทัศน์ไปมาเส้นแบ่งของทั้งของเรื่องราวก็ค่อยๆ เลือนลางมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเอามาผนวกกับแนวคิดเทพปกรณัมของกรีก การต่อสู้ของนักรบ
กลาดิเอเตอร์ผสมกับรายการเรียลริตี้โชว์ในโทรทัศน์สมัยใหม่ และประสบการณ์การสูญเสียพ่อไปจากสงครามเวียดนามของผู้เขียนซูซาน คอลลินส์ เธอจึงจดบันทึกและเริ่มเขียนนิยายขึ้นโดยไม่รอช้า สาวน้อยแคตนิส เอเวอร์ดีนและเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกในยุคอนาคตก็ได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น
ในด้านของนิยายรักชื่อดังที่ได้รับความรักจากผู้อ่านจนถูกสร้างขึ้นเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องอย่าง Twilight สเตฟานี เมเยอร์ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายรักเรื่องนี้จากความฝัน เรื่องราวความรักของแวมไพร์หนุ่มเอ็ดเวิร์ดและสาวน้อยเบลล่ากำเนิดขึ้นจากการที่เธออยากจะรู้ว่า เรื่องราวในความฝันของเธอจะเป็นยังไงต่อ เมื่อตื่นขึ้นมาเธอตัดสินใจบันทึกความฝันของเธอลงไปในคอมพิวเตอร์ ในวันแรกเรื่องราวของ Twilight มีความยาวกว่าสิบหน้า และไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยความทะเยอทะยาน แต่ถูกเขียนขึ้นคล้ายกับไดอารี่ส่วนตัวของเธอที่อยากจะจดจำความฝันนั้นเอาไว้มากกว่า แวมไพร์ในนิยาย Twilight ในแบบฉบับของสเตฟานี
เมเยอร์ ไม่ได้นอนในโลงศพ ไม่ได้ห้อยหัวจากหลังคาเหมือนค้างคาว และไม่ได้ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านเมื่อต้องเจอกับแสงแดด เป็นการตีความแวมไพร์ในยุคใหม่ตามแบบฉบับของเธอเอง
จะเห็นได้ว่านิยายชื่อดังทั้งสามเรื่องนั้นมีแรงบันดาลใจที่หลากหลายมาก แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือแรงบันดาลใจเหล่านั้นเกิดจากประสบการณ์ของนักเขียนเอง และเมื่อแรงบันดาลใจเกิดขึ้น ก็จดบันทึกและนำไปคิดต่อจนรอบด้านและลงมือเขียนโดยไม่ลังเล
สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ที่กำลังตันและรู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจลองออกเดินทางแบบเจเคโรว์ลิ่ง หรือลองเสพสื่อใหม่ๆ อย่างซูซาน คอลลินส์ เพราะไอเดียมีอยู่ทุกที่และอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ พล็อตนิยายเรื่องใหม่ของคุณอาจเกิดจากความฝันเหมือน Twilight หรือนิยายสืบสวนในแบบของคุณอาจมีแรงบันดาลใจเป็นข่าวบนหน้าจอทวิตเตอร์ หรือคุณอาจปิ๊งไอเดียในการแต่งนิยายรักจากเพลงสักเพลงก็ได้ ดังนั้น เมื่อเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาเมื่อไหร่ก็อย่าลืมจดบันทึกไว้ และอย่าลังเลที่จะลองเขียนดูกันนะ!

