ดีอีเอส ปลุกศก.ใต้ หนุนปณท ดันสินค้าชุมชนผ่าน Thailandpostmart

5.11.20 | 17:34 น.

การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันได้รับผลกระทบและซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการลงพื้นที่ของนายพุทธิพงษ์ ปุณ ณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ได้พอสมควร การมาเยือนของรัฐมนตรีดีอีเอสครั้งนี้ ก็เพื่อติดตามความก้าวหน้าการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อยกระดับเมืองอัจฉริยะ (Smart City)ใน 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง และพังงา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ซึ่งมีต้นแบบท่าเทียบเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต ที่จัดการท่าเรือเพื่อดูแลความปลอดภัยคัดกรองและติดตามโรคระบาดรวมทั้งกรณีเกิดอุบัติเหตุทางทะเล นอกจากนี้ยังติดตามงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อส่งเสริมการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล และสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการซื้อขายสินค้าและบริการ และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชนผ่านไปรษณีย์ไทย (Thailandpostmart) เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า สินค้าชุมชนของไทยมีจำนวนมากมายที่ได้คุณภาพและกระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ผ่านมาโอกาสของสินค้าชุมชนในแพลตฟอร์มออนไลน์มีข้อจำกัดทั้งด้านการแข่งขัน และการขนส่ง กระทรวงดีอีเอส จึงส่งเสริมศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ แนะนำทั้งเรื่องการถ่ายภาพ การตั้งราคา การบรรจุหีบห่อ เพื่อสร้างมิติการแข่งขันให้กับสินค้าชุมชน โดยมีเว็บไซต์ thailandpostmart.com เป็นแพลตฟอร์ม e-Marketplace ของไปรษณีย์ไทยที่รวบรวมสินค้า ชุมชน สินค้าเกษตร ที่มีคุณภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายสินค้าดีจากทั่วไทยโดยไม่ต้องเดินทาง และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขายให้กับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนให้เกิดการซื้อ ขาย จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง สามารถกระจายสินค้าทุกชิ้นให้ถึงมือคนไทยได้รวดเร็ว สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบความไว ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนและสินค้าดีจากทั่วไทยได้ตลอด 24 ชม. พร้อมจัดส่งสินค้าถึงมือภายใน 1-2 วันทำการหลังรับคำสั่งซื้อและชำระเงิน จัดส่งโดยไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของการขนส่งภายในประเทศ

“หลายคนถามว่าทำไมประเทศไทยไม่มีแพลตฟอร์มหรืออีคอมเมิร์ซช่องทางการขายออนไลน์ของไทยเลย จริงๆ มีแล้วนะครับ อย่างเว็บไซต์ thailandpostmart.com เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ของคนไทย ที่รวมสินค้าของดีของเด็ดจากชุมชนทั่ว 77 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโอทอป ของที่ระลึก รวมถึงของกินของใช้ รวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งนอกจากจะซื้อได้ในราคาถูกกว่าที่อื่นเพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางแล้ว ยังมั่นใจได้เรื่องการจัดส่งที่ปลอดภัยเพราะอยู่กับไปรษณีย์ไทยซึ่งมีความสามารถและถนัดอยู่แล้วเรื่องการจัดส่งของ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ด้าน นายมูซาคาน เดเช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการภูมิภาค 1 สายงานปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีแนวทางสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าโอทอปให้มีรายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ผลผลิตจากการเกษตร สินค้าไลฟ์สไตล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ซึ่งในช่วงที่ประสบกับภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และว่างเว้นกิจกรรมการท่องเที่ยว จำเป็นจะต้องผลักดันสินค้าเหล่านี้ให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านระบบการซื้อขายออนไลน์ และอาศัยระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชนให้มากกว่าที่ผ่านมา

Advertisement

“กระทรวงดีอีเอส ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย เปิดเว็ปไซต์ Thailandpostmart.com ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 แรกเริ่มเราต้องการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าให้กับเกษตรกรและชุมชน วางขายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อผู้ซื้อกดสั่งซื้อสินค้าจากหน้าเว็บไซต์ ไปรษณีย์ไทยจะแจ้งคำสั่งซื้อไปยังผู้ประกอบการ จากนั้นจะนำมาแพ็คเพื่อจัดส่งให้ผู้ซื้อถึงหน้าบ้าน เราช่วยให้ชุมชนเติบโต ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งเว็บมามีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนร้านค้ามากกว่า 4,000 ราย และมีสินค้าที่เป็นของดีของเด่นจากทั่วประเทศกว่า 17,000 รายการ แบ่งหมวดหมู่สินค้าเป็น 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ อร่อยทั่วไทย ของดีประจำจังหวัด สินค้าชุมชน สินค้าไปรษณีย์ไทย สุขภาพและความงาม บ้านและสวน ยานยนต์ และสินค้าฮาลาล โดยเว็บไซต์สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนได้มากถึงปีละกว่า 31 ล้านบาททั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2563 สามารถขายสินค้าชุมชนของทั้งประเทศผ่านทาง Thailandpostmart.com เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 104 ล้านบาท จากเป้าเหมายที่วางไว้ 150 ล้านบาท”

สำหรับการการส่งเสริมสินค้าชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ในพื้นที่ของ 14 จังหวัดภาคใต้มีผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart.com จำนวน 279 ราย มีจำนวนสินค้าขึ้นทะเบียนจำหน่าย 428 รายการ โดยตั้งแต่เดือน มกราคม – ตุลาคม 2563 มีจำนวนการสั่งซื้อสินค้าในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 150,120 คำสั่งซื้อ คิดเป็นเงินกว่า 15 ล้านบาท โดยสินค้าขายดีเป็นสินค้าประเภทอาหารแห้ง อาหารแปรรูป และเครื่องดื่ม อาทิ ปลาหมึกอร่อยเมืองระนอง กาแฟถ้ำสิงห์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ กะปิเกาะเหลาระนอง เป็นต้น

ขณะที่ นางสาวธิติมา คงวิเศษ ผู้ประกอบการบ้านปลาหมึกลุงฟัก เจ้าของผลิตภัณฑ์ปลาหมึกอร่อยเมืองระนอง หนึ่งในสินค้าชุมชนขายดีบน Thailandpostmart บอกว่า ตั้งแต่วางขายสินค้าบนเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยก็ทำให้ยอดขายของปลาหมึกตากแห้งดีขึ้นจากการขายหน้าร้านปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายหน้าร้านลดลง แต่ยังสามารถขายออนไลน์ได้มากขึ้น

“เราได้เข้ามาขายจากจาการชักชวนของไปรษณีย์ เห็นว่ากลุ่มที่ทำงานกับเราเป็นกลุ่มแม่บ้าน ก็เป็นการสร้างงานให้กับชุมชน ก็แนะนำให้วางขายใน Thailand Post Mart มา 2 ปีแล้ว ผลิตภัณฑ์แรกเป็นปลาหมึกตากแห้ง ยอดขายดีขายได้เยอะ เพราะสินค้าเรามีต้นทุนจากชุมชนจึงขายได้ราคาไม่แพง คุณภาพและความสดใหม่ทำให้ได้รับความนิยมมาก ส่วนใหญ่เราจะส่งไปทางอีสานและภาคเหนือ ปณ.ส่งเร็วทำให้เราส่งของที่สดใหม่ให้กับลูกค้าทั่วไทยได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งนอกจากปลาหมึกแล้วยังมีกะปิ ปลาแห้งที่ทำกันเองในชุมชน เป็นสินค้าหลายร้านมารวมกัน ยอดขายก็ค่อยๆ ทยอยได้รับความนิยม

“รายได้ของเราดีขึ้น คนงานก็มีงานทำตลอดทั้งปี จากปกติแล้ว การประมงจะถูกพม่าปิด 3-6 เดือนเขาจะไม่มีงานทำ พอเรามีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็สามารถสร้างงานให้เขาได้ตลอดปี มีรายรับคงที่ทุกเดือน มียอดขายเข้ามาทุกวัน ช่วงปิดอ่าวก็อยู่บ้านแพ็คสินค้าได้ ทำให้มีรายได้เข้ามาและคนในชุมชนก็มีอาชีพเพิ่มขึ้น” เจ้าของผลิตภัณฑ์ปลาหมึกอร่อยเมืองระนอง เผยความรู้สึก