“TCEB” เสริมทัพใหญ่งัด3โปรเจ็กต์ใหม่หนุน EEC บุกตลาดไมซ์ปี’ 64 ลุย “เพิ่มงบประชุมเมืองไทย-Thailand Log in-Festival Economy”

9.11.20 | 16:50 น.

TCEB” เพิ่มกำลังเสริมอุตสาหกรรมไมซ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจรายได้ประเทศ ปี’64 วางแผนรุกหนัก “ไมซ์ในประเทศ” ดัน 3 เรื่อง 3 บิ๊กโปรเจ็กต์ “ชงครม.เพิ่มงบเฟส 2 ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า-ปูพรมขาย Thailand Log-in Events กอดคอ EEC สร้างงาน สร้างอีเวนต์โลก-โหมFestival Economy ปลุกรายพื้นที่ฮือจัดอีเวนต์ประจำปีทั่วไทย” ส่วน “ไมซ์ตลาดต่างประเทศ” เริ่มมีสัญญาณดีต่อเนื่อง เม.ย.ปีหน้าไมซ์จีนเริ่มเข้า ล่าสุดไทยชิงงานบล็อกเกอร์โลกปักธงจัดที่ภูเก็ต ต.ค.64

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่าขณะนี้ทีเส็บวางแผนการตลาดไมซ์เชิงรุกตลาดในประเทศ จะลุยทำโครงการสำคัญเพิ่มอีก 3 เรื่องประกอบด้วย เรื่องที่ 1 เสนอขอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณเฟส 2 สนับสนุนโครงการ “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” กว่า 20 ล้านบาท หลังจากเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ผ่านเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ก็ประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อนำเงินมาอุดหนุนผู้ประกอบการไมซ์ทุกกลุ่มทั้งภาครัฐและเอกชน

เรื่องที่ 2 เดินหน้าโครงการ Festival Economy ทีเส็บจะเข้าไปสนับสนุนแต่ละพื้นที่ยกระดับการจัดงานในท้องถิ่นซึ่งมีจำนวนมากแล้วคัดเลือกบางงานจัดทำเป็นงานระดับประเทศ เพื่อกระจายและสร้างรายได้ประจำของพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน พัฒนาเป็นอีเวนต์ระดับโลกได้

งานที่มีความพร้อมนำร่อในโครงการ Festival Economy ได้ จะต้องมีคุณสมบัติหลักๆ 1.ต้องเป็นงานที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ เช่น การ Music Festival Hauhin :งานดนตรีหัวหิน ในพื้นที่จะจุดหมายปลายทางกรวมตัวของมหกรรมการแสดงดนตรี ดังนั้นทีเส็บจะดูอัตลักษณ์เมืองแล้วสร้างสรรค์งานขึ้นมาให้เป็น “หัวหินเมืองแห่งดนตรี” กิจกรรมนี้ทีเส็บหารือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว สามารถนำดนตรีตามร้านอาหาร โรงแรม สามารถจัดร่วมกันได้ เพียงแต่ยังไม่เคยร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราวแล้วจัดเป็นเมืองดนตรีได้

Advertisement

วิเคราะห์จากช่วงที่ผ่านมาหัวหินเคยจัดงานฟินาเลย์ ประติมากรรม แล้วคนไปถ่ายรูป ดังนั้นทางจังหวัดกับเอกชนร่วมมือกันแล้วทำเป็นปฏิทินงานอีเวนต์ประจำปี แก้จุดอ่อนเดิมๆ ที่เคยจัดแล้วก็จบไปเป็นงานๆ โดยไม่ได้กำหนดวัน เวลา แต่ละปีให้ชัดเจน ปี 2564 ทีเส็บจะช่วยขับเคลื่อนทำให้เกิดเป็นงานเทศกาลประจำปี นอกจากหัวหินแล้ว ยังมีกระบี่ จะนำร่องทำเป็นเมืองที่มีสีสันดึงดูดตลาด (attraction) เช่น งานที่ร่วมทำกับกลุ่มไทยเบฟด้วย โดยทีเส็บได้ทำเมกะอีเวนต์ต่อเนื่องมาตลอด ก็จะนำมาใช้พัฒนาตลาดไมซ์ในลักษณะอีเวนต์ผ่านโครงการ Festival Economy ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป

เรื่องที่ 3 ขับเคลื่อนโครงการใหม่ Thailand Log-in Events ขณะนี้ทีเส็บร่วมมือกับทางคณะกรรมการโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) ซึ่งกำลังเดินหน้าพัฒนาโลจิสติกส์ทำโครงการขนาดใหญ่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทุกมิติ จึงเห็นความเป็นไปได้ ทั้งเรื่องการทำสัญญาภายในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาขยายการก่อสร้างจนกระทั่งปัจจุบันทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย อีกทั้งโครงสร้างต่างๆ ก็เกิดขึ้นแล้ว การลงทุนของกลุ่มบริษัทนานาชาติในนิคมอุตสาหกรรมก็ตอบรับเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้วด้วยเช่นกัน

ดังนั้นทีเส็บจึงมองอนาคตถึงการนำงานต่างๆ เข้ามาจัดใน EEC จะตามมาอีกเป็นจำนวนมาก เช่น งานแอร์โชว์ 2025 เมื่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเสร็จสมบูรณ์ตามแผน ทีเส็บจะเข้าร่วมกับภาคเอกชนสร้างงานขึ้นในประเทศไทยจากการนำงานโชว์อุตสาหกรรมการบินเข้ามาจัดช่วงจังหวะประเทศเริ่มฟื้นตัวการพัฒนาโปรเจ็กต์ต่างๆ น่าจะคึกคัก จึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้เพื่อให้อู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางของโลก หรือการชิงประมูล “งานประชุมระบบราง” ทีเส็บก็เห็นโอกาสต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งยังมีเมกะโปรเจ็กต์ศูนย์ซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ (MRO) ซึ่งมีกลุ่มทุนอย่างโบอิ้ง ไทรอัมพ์กรุ๊ป ประกาศปักธงร่วมทุนด้วย จึงเหมาะรองรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเป็นโอกาสของไทยที่จะเดินหน้าประเทศอย่างเต็มที่

ผอ.จิรุตถ์กล่าวว่า ขณะนี้มีงานลักษณะดังกล่าวรออยู่ไม่ต่ำกว่า 15-16 งาน ทั้งงานโครงการพัฒนาถนน ระบบราง ซึ่งจะกลุ่มธุรกิจการค้าโดยตรงทางด้านรถไฟฟ้า และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ดาหน้ากันเข้ามาหาตลาด นำเทคโนโลยีมาขาย แต่เดิมงานเหล่านี้ไม่ค่อยจัดเอ็กซิบิชั่นในแถบเอเชีย งานส่วนใหญ่จะเลือกจัดในเยอรมันเป็นหลัก ทีเส็บพยายามจะดึงมาจัดในไทยต่อไปอย่างแน่นอน เพราะพัทยาเป็นเมืองไฮไลต์ รวมทั้งมีศูนย์ประชุมพีซ ที่คนทั่วโลกรู้จักและต้องการจะเดินทางเข้ามาร่วมงานและท่องเที่ยวควบคู่กัน

“ทีเส็บทำหน้าที่เป็นผู้หาลูกค้าเข้ามาป้อน  EEC ส่วนทีม EEC มีภารกิจหลักดูแลโครงสร้างการลงทุน ผนวกการทำงานเข้ากัน ตอนนี้มีองค์กรเอกชน UTC ด้านการพัฒนาเมือง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนศูนย์ประชุม และโครงการขนาดใหญ่แบบ เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership : PPP) ส่วนทีเส็บเข้าไปช่วยเรื่องวิเคราะห์การตลาดอนาคต เพื่อช่วยกันสร้างโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และไมซ์เติบโตควบคู่กันไปอย่างเต็มที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศแข็งแกร่งทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของเอเชีย”

ผอ.จิรุตถ์ กล่าวถึง “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” ว่า ขณะนี้ทีเส็บต้องขับเคลื่อนตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดให้เข้ามาจัดงานไมซ์ในไทยได้ ดังนั้นช่วงต้นปี 2564 ต้องเน้นหนักเจาะกลุ่มศักยภาพสูงทั้งคอร์ปอเรตคือบริษัทต่างชาติที่ตั้งอยู่ในไทย (expat) และจับมือกับหอการค้าต่างชาติในไทย เช่น ร่วมกับหอการค้าฝรั่งเศสไปสำรวจพื้นที่ภูเก็ต และต้องทำเป็นโครงการระยะยาว โดยมอบให้ผู้บริหารพนักงานทีเส็บฝ่ายต่างประเทศติดต่อประสานเจรจากับงานต่างๆ ที่เลื่อนการจัดในไทยไปช่วงสถานการณ์โควิด ขณะนี้สามารถตอบรับพร้อมจะเดินทางนำงานเข้ามาจัดปี 2565 เป็นต้นไป ได้แก่ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” เป็นประเทศแรกมีโอกาสเข้ามาไทย ต่อด้วย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น พร้อมจัดงานในลักษณะอีเวนต์ได้ตามมาตรฐานนโยบายของ ศบค.

ขณะเดียวกันทีเส็บได้รักษาความสัมพันธ์ทางการตลาดไมซ์กับคู่ค้าต่างประเทศไว้โดย ยังจัดการประชุมเสมือนจริง (Virtual meeting) เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกันแล้วตั้งเป้าเดือนเมษายน 2564 จะเริ่มนำไมซ์ต่างประเทศเข้ามาก่อนควบคู่กับการ “เข้าร่วมประสิทธิดึงงานนานาชาติมาไทย” ซึ่งมีข่าวดีทาง World TBEX 2021 ซึ่งเป็นงานประชุมของกลุ่มสมาชิกบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวทั่วโลก มีผู้ติดตามหลาย 10 ล้านคน จะมาจัดในเมืองไทยที่ภูเก็ต 20-22 ตุลาคม 2564 ถือเป็นสัญญาณดีงานแรก ๆ ที่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของตลาดไมซ์ต่างประเทศที่จะมาจัดในไทย เป็นการวัดชีพจรถึงความต้องการของตลาดโลกด้วย  ทีเส็บเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา จำนวน 1,100 คน ส่วนปี 2564 จะมีประมาณ 600 คน โดยจะมีส่วนหนึ่งของงานมาจากยุโรป อเมริกา จะจัดประชุมเสมือนจริง เพราะไม่สามารถเดินทางมาได้

ทีเส็บพร้อมที่จะนำกำลังเสริมตลาดไมซ์ตั้งแต่ปลายปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 ทั้งการสร้างความเข้มแข็งกับคู่ค้าภายในประเทศ และการเดินหน้าโครงการระยะยาวกับตลาดต่างประเทศ เพื่อรอโอกาสและสัญญาณที่ดี นำงานต่างๆ มาจัดทำให้ไทยกลายเป็นประเทศศูนย์กลางไมซ์เอเชียต่อไป

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen