‘EEC’ แถลงผลการประชุม กบอ. ครั้งที่ 4/2563 อัพเดตความคืบหน้าโครงการ พร้อมดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยภาคอุตสาหกรรม

13.11.20 | 17:49 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 นายคณิต แสงสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) พร้อมด้วย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน แถลงข่าวหลังจากมีการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 4/2563 ณ อาคารบี ศูนย์เอเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาร์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาร์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน พยายามเร่งรัดดำเนินการโครงการที่สำคัญให้แล้วเสร็จ เพื่อการเซ็นสัญญาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รองจากภาคท่องเที่ยว และพร้อมที่จะส่งเสริมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีการขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและภาคการท่องเที่ยว นำเทคโนโลยีสู่ชุมชนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองในอนาคต”

นายคณิต แสงสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก  กล่าวว่า “สาระสำคัญการประชุม กบอ. ในครั้งนี้ กล่าวถึงแผนพัฒนายกระดับการเกษตรในพื้นที่ EEC แบบองค์รวม โดยวางเป้าหมายให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ EEC ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท โดยเป็นงบประมาณของ สกพอ. เพียง 2 หมื่นล้านบาท อีก 2.8 แสนล้านบาทเป็นเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนในเขตพื้นที่ EEC มีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับภาคการเกษตรให้ได้ผลผลิตตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร”

Advertisement

ทั้งนี้ ได้เร่งดำเนินแผนพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร นำเทคโนโลยีผสานเข้ากับอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับอาหารและสินค้าส่งออกให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ยกระดับการแปรรูปอุตสาหกรรมอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง ให้ความสำคัญสินค้า 5 ประเภทสำคัญ เน้นพัฒนาและปรับปรุงสินค้าให้มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ ประมงเพาะเลี้ยง พืชชีวภาพ พืชสมุนไพร และปศุสัตว์ อีกทั้งยังมีแผนดำเนินโครงการอื่นๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก พัฒนาความรู้ด้าน E – Commerce ให้แก่เกษตรกร พัฒนาสินค้าด้านความงามจากผลผลิตเกษตรกร และพัฒนาการปลูกผักอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี 5G ในเขตพื้นที่ EEC สกพอ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ด้านการให้บริหารเทคโนโลยี 5G โดยนำร่องที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งคาดการณ์ว่าการติดตั้งระบบโครงข่ายจะแล้วเสร็จใน 3 เดือน พร้อมดึงดูนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ EEC

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรื่องของการลงทุนช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามีเม็ดเงินลงทุนหมุนเวียนในพื้นที่ EEC ค่อนข้างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มีโครงการที่ยื่นขอและส่งเสริม จำนวน 313 โครงการ เม็ดเงินลงทุนกว่า 1.09 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ส่วนแผนการลุงทนจากต่างชาติ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแผนจะเข้ามาลงทุนเป็นอันดับหนึ่ง อยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ เนเธอแลนด์ และจีน ตามลำดับ หากดูตามประเภทของอุตสาหกรรม 3 ลำดับแรกยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมมากอย่าง อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคืออุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายใหม่ มีเม็ดเงินการลงทุนมากขึ้นคือ อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์ เรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมใหม่ หรือ New Industry ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้”