“กสอ.” จัดสัมนาเพิ่มศักยภาพ “SMEs” ชู “จรวด 3 ขั้น” ช่วยลดต้นทุน-เพิ่มการผลิตได้ปีละ 359 ล้าน

“กสอ.”จัดสัมนาเพิ่มศักยภาพ”SMEs” ชู”จรวด 3 ขั้น” ช่วยลดต้นทุน-เพิ่มการผลิตได้ปีละ 359 ล้าน
ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เมื่อวันที่ 13 พ.ย.63 นายใบน้อย สุวรรณชาตรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในการแถลงผลสำเร็จกิจกรรมการส่งเสริม SMEs เข้าสู่ระบบการผลิตดิจิทัลด้วยจรวดสามลูก ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพ SMEs ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Value chain) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เปิดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ จาก 12 สถานประกอบการดีเด่น ที่ใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานเครื่องจักร ด้วยแนวคิด “3-Stage Rocket Approach” หรือจรวด 3 ขั้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าการผลิตได้ปีละ 359 ล้านบาทโดยการจัดงานครั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ร่วมกับ สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินกิจกรรมการส่งเสริม SMEs เข้าสู่ระบบการผลิตดิจิทัลด้วยจรวดสามลูก โดยมี SMEs ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 81 กิจการ เป็นวิสาหกิจขนาด เล็กจำนวน 46 กิจการ ขนาดกลาง 32 กิจการ และ ขนาดใหญ่ 3 กิจการ อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและสินค้าเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นต้นทั้งนี้ ในจำนวนนี้มีวิสาหกิจต้นแบบความสำเร็จดีเด่น หรือ Success case จำนวน 12 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท กวีวรรณผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด 2.บริษัท ควอลิวูด จำกัด 3.บริษัท คอมพรินท์ ซัพพลาย จำกัด 4.หจก. เจ แอนด์ เอ็น 2012 5.บริษัท ชัยชดา พลาสแพค จำกัด 6.บริษัท โปลิฟาร์ม จำกัด 7.บริษัท ปราโมทย์พลาสติก จำกัด 8.บริษัท พีแอลที. พลาสติก จำกัด 9.บริษัท แฟนซี เวิลด์ จำกัด 10.บริษัท ลิฟเบทเทอร์อินดัสตรีส์ จำกัด 11.บริษัท สุขเกษมวัฒนา จำกัด
12.บริษัท อินเตอร์ โปรไฟล์  จำกัด สำหรับโครงการนี้เกิดจากการสร้างความเชื่อมโยงในกระบวนการผลิต ผ่านการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Internet of Things (IoT) Artificial Intelligence (AI) และ Big Data มาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นรูปแบบการทำงาน พร้อมผลักดัน “3–Stage Rocket Approach” หรือ “จรวด 3 ขั้น” ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.Stage 1 : Visualize Machine คือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดึงข้อมูลจากสายการผลิตและเครื่องจักร เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและสร้างโอกาสในการปรับปรุง 2.Stage 2 : Visualize Craftsmanship คือ การแปลงวิธีการทำงานเป็นดิจิทัล เพื่อใช้ในการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานที่แม่นยำและหาวิธีการที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 3.Stage 3 : Lean Automation System Integrators : หรือ LASI for SMEs คือ การเลือกปรับปรุงระบบอัตโนมัติอย่างเหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่ง Machine Monitoring System เป็นเครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนให้ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ถึง 23 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 23 ลดของเสียในกระบวนการผลิตได้ 1.7 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 15 อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้ถึง 359 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 17

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon