“ณ สัทธา อุทยานไทย” ผนึก ททท.และ 3 พันธมิตร จัดท่องเที่ยวส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ “Amazing Countdown Amazing Light & Life 2021 มหัศจรรย์แห่งความหวัง 2021” ชมเรื่องราวสุดอลังการแผ่นดินไทยผ่านแสงไฟระยิบระยับ ILLUMINATION เต็มอิ่ม 10 โซน รวม 12 วัน เริ่ม 18 ธ.ค.63 นี้ ตั้งเป้ากระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มกระจายสู่ท้องถิ่นช่วง วันธรรมดา เสาร์-อาทิตย์ และเคาน์ดาวน์ บัตรเข้าชมราคาเพียง 150-300 บาทเท่านั้น พิเศษสุดๆ ค่ำคืน 31 ธ.ค.นี้

นางสาวณปภา ศิริพรเลิศ กรรมการผู้จัดการ ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ได้ลงทุนกว่า 5 ล้านบาท จัดกิจกรรมท่องเที่ยวส่งท้ายปีโครงการ “Amazing Countdown Amazing Light & Life 2021 มหัศจรรย์แห่งความหวัง 2021” ชมการประดับประดาไฟสวยงามสุดอลังการนับล้านดวงด้วยเทคนิคไดนามิก 10 โซน ได้ที่ ณ สัทธา อุทยานไทย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง บริษัท ซิกนิฟาย คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท SPARKLING LIGHT และบริษัท DIGITAL PICNIC ร่วมมือกันจัดกิจกรรมกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวช่วงวันธรรมดา วันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ กระจายลงสู่พื้นที่รวม 12 วัน ระหว่าง 18 –20, 24 – 27, 29 – 31 ธันวาคม 2563 และ วันที่ 1 – 2 มกราคม 2564 เปิดให้ชมเวลา 18.00 -22.00 น. ค่ำคืนพิเศษคือวันที่ 31 ธันวาคม2563 เวลา 18.00 – 24.00 จัดยิ่งใหญ่ให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติที่พำนักในไทย (expat) มาร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่า 2563 ต้อนรับปีใหม่ 2564
งาน“Amazing Countdown Amazing Light & Life 2021 มหัศจรรย์แห่งความหวัง 2021” จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาชมงาน มีความหวัง กำลังใจ จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขในปีใหม่ 2564 โดยเฉพาะช่วงเคาน์ดาวน์คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เชิญชวนมาร่วมนับถอยหลังเข้าสู่วันใหม่อย่างยิ่งใหญ่ด้วยกัน

รูปแบบการจัดงานปี 2563 ได้นำไฮไลต์แสงแห่งความหวังอย่างสว่างไสวผสมผสานกัน 3 เทคนิค คือ Interactive Light Art , Projector Mapping และ Interactive Display สร้างสรรความงดงามดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ ILLUMINATION ผ่าน Lighting Immersive Art Experience อย่างตระการตา พร้อมชมดนตรี กิจกรรม ออกร้านค้าของชุมชนมากมาย
โดยแบ่งการประดับไฟอย่างสวยงามเพื่อให้นักท่องเที่ยวความอลังการไว้ทั้งหมด 10 โซน ประกอบด้วย
โซนที่ 1 : Dynamic Lighting Suvannabhumi “ราชศรัทธา กษัตราผู้ยิ่งใหญ่” บอกเล่าเรื่องราวความเสียสละของบูรพกษัตริย์ไทย นำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขบนผืนแผ่นดินไทยทุกยุคทุกสมัย ไฮไลต์ 3 พระองค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช พระปิยะมหาราชรัชกาลที่ 5 โดยได้ใช้ลายเส้นไฟประดับร้อยเรียงเป็นภาพวัดสำคัญในแต่ละยุคสมัย ตั้งเด่นเป็นฉากหลังของสามมหาราชไทยที่ประดิษฐานเป็นสง่า ณ ลานมหาราชกษัตรา วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร : วัดในเขตพระราชฐานประจำรัชสมัย เบื้องหลังสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา : วัดเด่นสมัยอยุธยา เบื้องหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร : วัดประจำรัชกาลที่ 5 เบื้องหลังพระบรมรูปสมเด็จพระปิยมหาราช ไฟประดับตกแต่งเพื่อสื่อถึงความเสียสละ และความรุ่งเรืองของบูรพกษัตริย์ไทยในแผ่นดินไทย ใน ยุคของมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 พระองค์ จนสร้างเป็น ความศรัทธา ความภักดีของปวงชนชาวไทยต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์มาช้านาน

โซนที่ 2 : Season Change ฤดูที่แตกต่าง “เส้นทางปลุกพลังชีวิต” Paradise Route” สัมผัสความงามของธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยน้ำ แสง เงา ไฟประดับ และภาพสะท้อนในรูปแบบของ Immersive Art & Reflection Light Garden คล้ายป่าหิมพานต์ ตลอดเส้นทางเดินสู่อาคาร ณ สัทธานุสรณ์ และ ณ สัทธาปฏิมา 3 สมัย ด้วยแนวคิดฤดูที่เปลี่ยนแปลงสะท้อนอารมณ์ที่หลากหลายของมนุษย์ สร้าง ความรู้สึกราวกำลังเดินในแดนสวรรค์
โซนที่ 3 : Ayuttaya,The Glorious Era แสงแห่งพุทธศรัทธา1 “ประทีปแห่งปัญญา” The Light of Wisdom นำพื้นที่จัดแสดง : ฐานพระอู่ทอง / อยุธยา ร่วมจัดกรวยดอกไม้แห่งความดี ถวายเป็นพุทธบูชาต่อ พระพุทธรูปแห่งกรุงเก่า พุทธศิลป์ สมัยอู่ทอง-อยุธยา ให้สว่าง ไสวไปทั่วบริเวณฐานพระอุโบสถที่ประดับด้วยทุ่งดอกดอกบัวสีขาว เรืองแสง น้อมนำความสงบ สร้างพลัง ด้วยความรู้สึกของตัวเอง
โซนที่ 4 : Chiang Saen,The Glorious Era แสงแห่งพุทธศรัทธา 2 The Great Homage อยู่ตรงฐานพระเชียงแสน เติมเต็มจินตนาการของพระอุโบสถโบราณ ยามค่ำคืน ที่สว่างเรืองรอง ด้วยไฟประดับ สีฟ้าเป็นซุ้มทางเข้าโบสถ์อันงดงาม ผสม ผสาน ดอกบัวเรืองแสง สีขาวบริสุทธิ์
โซนที่ 5 : Secret Garden สุขศานต์ Interactive Light ภายในถ้ำพุทธชาดก เติมเต็มจินตนาการของอุโมงค์ถ้ำที่มีเสียงน้ำตกดีไซน์ด้วย เส้นสาย เรือง แสง ถักทอเป็น “ปรากฎการณ์เรืองแสง” ท่ามกลางความเย็นฉ่ำในโถงถ้ำและเสียงน้ำตก สร้างความลื่นไหลให้กับพื้นที่ ที่จะหยุดอารมณ์ ณ เวลาเพื่อหยุดนิ่งสร้างความตรึงใจให้ทุกท่าน ขณะเดินลอดผ่าน
โซนที่ 6 : Flower Falling Beauty น้ำตกดอกไม้ Projector Mapping บนน้ำตก ฉายภาพ มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ดอกไม้สีสันสดใส หิ่งห้อยระยิบระยับและ เกล็ดหิมะที่ร่วงพลิ้วด้วยท่วงท่านองแห่งความรื่นรมย์

โซนที่ 7 : Lighting Tunnel อุโมงค์ 3 ฤดู ดีไซน์อุโมงค์แห่งความสดใส ความเบิกบาน ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงในช่วงปี ตามฤดูกาลต่างๆ ที่ผ่านมา ซึ่งตอกย้ำให้คนเรารู้สึก สงบ ร่มรื่น สบาย
โซนที่ 8 : Pray อธิษฐานกำลังใจ รับพรที่ดีสุดเพื่อเป็นกำลังใจในชีวิตของเรา จัดทำเป็นระลอกคลื่นเคลื่อนที่ของแสง เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมกันสั่นกระดิ่งสร้างการคลื่นไหวของละลอกลูกบอลไฟประดับบริเวณแนวขาดัด ที่ลาน พระอวโลกิเตศวร ร่วมรับพรดีๆ เพิ่อเป็นกำลัง ใจ เป็นความหวัง และสิริมงคลชีวิตเพื่อการเริ่มต้นปีฉลูที่งดงาม
โซนที่ 9 : Magical Flower คลื่นสุขใจ Lighting “แรงบันดาลใจแห่งพรรณพฤกษา” ชวนมาสัมผัสความงามของดอกไม้ไทยประยุกต์ ทุ่งดอกไม้ เรืองแสงสีฟ้าละมุนที่ สร้างท่วงท่านองที่ลื่นไหล ให้คุณได้เข้าไปยืน อยู่ท่ามกลางความสวยงาม ด้วยความเบิกบาน
โซนที่ 10 : Blissfully Falling เป็นทางออก จึงให้ชื่อว่า “น้ำตกแห่งความหวัง” Projector Mapping เหมือนเป็นจุดสุดท้าย ที่ไม่มีทางออก แต่จริงๆ แล้วทางออกอยู่ หลังม่านน้ำตก เปรียบเหมือนทุกทาง ทุกปัญหา ย่อมมีทางออกเป็นเหมือนความหวัง ให้ทุกคนที่กำลังจะเดินทางกลับจาก ณ สัทธา

สำหรับการซื้อบัตรเข้าชมงาน แบ่งขาย 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 “ซื้อบัตร Early Bird” ระหว่างวันนี้-12 ธันวาคม 2563 ประกอบด้วย “บัตรเข้าชมวันธรรมดา” มีเฉพาะเข้าชมตอนกลางคืน ผู้ใหญ่ 150 บาท/คน เด็ก 80 บาท/คน ระหว่างวันที่ 18, 24-25, 29-30 ธ.ค. 63 เวลา 18:00 – 22:00 น. “วันเสาร์-อาทิตย์และนักขัตฤกษ์” บัตรเข้าชมงานกลางคืน ผู้ใหญ่ 200 บาท/คน เด็ก 100 บาท/คน ระหว่างวันที่ 19-20, 26-27, 31 ธ.ค. 63 และ 1-2 ม.ค. 64 เวลา 18:00 – 22:00 น.
ช่วงที่ 2 “บัตรปกติ” ซื้อหลังวันที่ 12 ธันวาคม 2563 บัตรเข้าชมงานกลางวัน ผู้ใหญ่ 100 บาท/คน เด็ก 70 บาท/คน บัตรเข้าชมงานกลางคืน ผู้ใหญ่ 250 บาท/คน เด็ก 150 บาท/คน ระหว่างวันที่ 19-20, 26-27, 31 ธ.ค. 63 และ 1-2 ม.ค. 64 เวลา 18:00 – 22:00 น. ส่วนบัตรเข้าชมงานทั้งวัน ผู้ใหญ่ 300 บาท/คน เด็ก 200 บาท/คน แต่ละวันเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 09:00 – 22:00 น.
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกช่องทางการจองซื้อบัตรได้ทาง Official Line : @nasatta หรือ Facebook Inbox Message : @nasatta.thai หรือ โทร.032-383-333 มีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลทุกวัน หรือจะเดินทางไปซื้อตรงเคาน์เตอร์ทางเข้า ณ สัทธา อุทยานไทย ก็ได้เช่นกัน
ตลอดงานจะมีกิจกรรมบริการ อาหารเครื่องดื่ม พร้อมๆ กับทางชุมชนจะมาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารถิ่น และปีนี้พิเศษผลไม้ทางการเกษตร และผลไม้แปรรูป พร้อมเจ้าหน้าที่นำชมแต่ละโซน

ส่วนผลิตภัณฑ์ อัตลักษณ์ท้องถิ่นเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี ก็จะมีเมนูอาหารเป็นกิมมิก เช่น ขนมงาสลัด ขนมไทยโบราณคือกากมณี อาหารก็มีเต้าหู้ดำสินค้าชุมชนขึ้นชื่อ แต่ละสัปดาห์จะสลับสับเปลี่ยนเมนูไปตลอด รวมทั้งมีเรื่องของตาล ขนมไทย ราคาอาหารและเครื่องดื่มเริ่มต้นเพียงแค่ 30-50 บาท
เมื่อเดินทางมาราชบุรี ช่วงปลายปี 2563 มีสถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ด้วยคือ 1.เดอะ บลูม ออร์คิด
ปาร์ค จัดเทศกาล “มหัศจรรย์แดนมาลี” ช่วงเดียวกับ Amazing Countdown Amazing Light & Life 2021 มหัศจรรย์แห่งความหวัง 2021 ของ ณ สัทธา 2.เถ้าฮงไถ่ โรงงานปั้นโอ่งต้นตำรับเมืองราชบุรี ตอนนี้เป็นศูนย์รวมงานศิลปะ หัตถกรรม เซรามิก งานฝีมือดีรัตนโกสินทร์ 3.จิปาถะ คูบัว 4.หนังใหญ่วัดขนอน มีพิพิธภัณฑ์ 5.อุทยานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หรืออุทยานเขาวงค์ หากไปเช้าๆ ก็แวะ 6.ตลาดน้ำดำเนินสะดวก 7.PASAYA โรงงานผลิตผ้าส่งออก มีผลิตภัณฑ์ของขวัญ ของฝาก แฟชั่นดีไซน์มากมาย
มหกรรมท่องเที่ยวงาน Amazing Countdown Amazing Light & Life 2021 มหัศจรรย์แห่งความหวัง 2021 เป็นอีกไฮไลต์ส่งท้ายปีที่จะกระตุ้นรายได้การท่องเที่ยวกระจายลงสู่ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นได้ต่อไป
เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน บล็อกเกอร์ #gurutourza www.facebook/penroongyaisamsaen

