‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ ดำเนินตามพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ฟรี 1,300 ราย

8.12.20 | 17:41 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิด “โครงการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย” ให้แก่ประชาชนอายุระหว่าง 50-70 ปี จำนวน 1,300 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี     กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้และด้อยโอกาสให้เข้าถึงการรักษาที่ดีเยี่ยมเทียบเท่าระดับสากล

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยนวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด และคณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์บัญชร ศิริพงศ์ปรีดา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษาคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ร่วมให้รายละเอียด “โครงการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยถึงพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรี         สวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย ในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องทนทุกข์จากโรคมะเร็ง ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งการศึกษาวิจัยเพื่อค้นคว้าองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมป้องกันมะเร็งเพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิต มีอายุยืนยาวขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่อพบโรคในระยะเริ่มต้น จะทำให้หายเร็ว หายขาด แต่ก็มีข้อจำกัดในการตรวจคัดกรองแบบส่องกล้องที่จะต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ ทำให้ระยะเวลารอคอยในการตรวจคัดกรองจึงค่อนข้างนาน ด้วยวิธีการตรวจคัดกรองในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยทำให้ระยะเวลารอคอยการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ทำได้เร็วขึ้น ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น” ศ.นพ.นิธิกล่าว

Advertisement

ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยนวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข กล่าวถึง ที่มาของ “การพัฒนาโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย” ว่าจากพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย ได้เกิดโครงการอันสืบเนื่องมาจากพระปณิธานเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางด้านโรคมะเร็งขึ้น ภายใต้โครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม ของทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา โดยมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งในหลากหลายชนิด อาทิ การตรวจคัดกรองมะเร็ง การศึกษาวิจัยด้านการบำบัด ดูแล รักษาและป้องกันให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง สำหรับโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมาแล้ว 2 โครงการด้วยกัน คือ โครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ ปี 2552 “โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก” และโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ ปี 2556 “โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ กลุ่มที่ 2”

โดยจากการตรวจประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 50-65 ปี จำนวนทั้งสิ้น 3,231 ราย พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจำนวน 30 ราย เป็นระยะที่ 1, 2 ที่ยังไม่ได้มีการแพร่กระจาย 80-90% และในโครงการยังมีการตรวจพบเป็นติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกจำนวน 701 ราย ภายหลังให้การรักษา ทำให้ผู้เข้าร่วมในโครงการนี้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ต่างจากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยผ่านการตรวจคัดกรองซึ่งจะเป็นโรคในระยะแพร่กระจายถึง 70-80% ลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านต่อกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนั้นอย่างยิ่ง จึง เป็นที่มาของการพัฒนาโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลายในครั้งนี้

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด และคณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้ามาใช้ในการตรวจหาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกวิธีหนึ่ง คือ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ (CT Colonography) ซึ่งสามารถสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้อง และมีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถค้นหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ขนาด 6 มิลลิเมตร ที่ค่า Sensitivity (ความไว) 82.9%, Specificity (ความจำเพาะ)  91.4% และติ่งเนื้อขนาด 10 มิลลิเมตร ที่ค่า Sensitivity (ความไว) 87.9%, Specificity (ความจำเพาะ) 97.6% ซึ่งติ่งเนื้อเหล่านี้ถ้าทิ้งนานไปอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และมีเทคนิคการตรวจที่สามารถลดการตรวจจับผิดว่าอุจจาระที่ติดค้างในลำไส้เป็นติ่งเนื้อ ส่งผลให้การตรวจมีความแม่นยำเพิ่มขึ้น และวิธีการตรวจ CT Colonography นี้ ยังสามารถใช้เสริมการตรวจโดยวิธีส่องกล้องในการดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต่าง ๆ ซึ่งมีลำไส้อุดตันและไม่สามารถผ่านกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ ยังสามารถดูผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่ และอวัยวะภายในช่องท้องซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย

“การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อทำให้ต้นทุนของการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่มีราคาที่ต่ำลง ทั้งยังเป็นวิธีที่ตรวจง่าย ความไวในการหาชิ้นเนื้อสูงไม่แพ้การส่องกล้อง ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถทำงานเชิงรุกในการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ได้” ศ.พญ.จิรพรกล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์บัญชร ศิริพงศ์ปรีดา หัวหน้าโครงการฯ และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษาคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ได้กล่าวถึงประโยชน์ของ “การพัฒนาโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย” ว่า เป็นโครงการศึกษาประสิทธิภาพของวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ทั้งการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะ การตรวจทางรังสี การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดยในโครงการนี้จะมุ่งกับการตรวจหลัก 2 วิธี คือการตรวจโดยใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า CT Colonography และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หรือการทำ Colonoscopy ซึ่งจะมีการศึกษาควบคู่ไปกับวิธีการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง และเหมาะสมกับประชากรที่จะมีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาความสัมพันธ์ของอาหารที่รับประทาน และแบคทีเรียในทางเดินอาหารที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย โดยข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้จะถูกนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไป

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอเชิญประชาชนชาวไทย อายุระหว่าง 50 – 70 ปี ที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคมะเร็ง ไม่เคยส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นความเสี่ยงต่อการเข้ารับบริการ เข้าร่วม “โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย” จำนวน 1,300 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัคร วันที่ 8 ธันวาคม 2563  เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป (หรือจนกว่าจะครบจำนวน) วิธีการสมัครทางโทรศัพท์ 0-2576-6000 ต่อ 8421-4 และทางออนไลน์ https://crcscreen.cra.ac.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2576-6000 ต่อ 8411 (ในวันและเวลาราชการ)