คปภ. ห่วงใย ชวนคนไทยทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อประโยชน์ของทุกคน ในกิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจไปกับ พ.ร.บ.”

24.12.20 | 12:20 น.
  • พร้อมให้คำแนะนำ ความเข้าใจด้านการประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุแล้วเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นจากใครไม่ได้ กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย พร้อมเคียงข้างคุณ   ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.)
    มอบหมายให้นายชนะพล มหาวงษ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์  ร่วมเปิดงาน
    “ขับขี่ปลอดภัย อุ่นใจไปกับ พ.ร.บ.” เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง วังจันทน์
    ริเวอร์วิว มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก  ด้วยการปล่อยขบวนคาราวานรถจักรยานยนต์
    จำนวนกว่า 100 คัน พร้อมจัดเสวนาให้ความรู้โดยมีผู้แทนสำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด และผู้แทนของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ให้กับอาสาสมัครประกันภัย ประชาชนในพื้นที่ ที่เข้าร่วมงานรวมกว่า 300 คน
    เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ ประกันภัย พ.ร.บ. และบทบาทหน้าที่และภารกิจของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย
    โดยมี นายรณชัย จิตรวิเศษ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

    นายชนะพล มหาวงษ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (รองเลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือที่รู้จักทั่วไปว่า ประกันภัยรถภาคบังคับ หรือประกันภัย พ.ร.บ. นั้น เป็นกฎหมายที่บังคับให้รถทุกคันต้องจัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อให้ความคุ้มครองทุกคนที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินเท้า รวมถึงทายาทของผู้ประสบภัยด้วย ให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ในกรณีได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับค่าปลงศพ ในกรณีเสียชีวิต หรือค่าชดเชย ในกรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร

    ดังนั้นหากมีรถที่ฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. กฎหมายจึงกำหนดโทษเอาไว้ เพื่อให้เจ้าของรถหรือผู้นำรถไปใช้ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัย พ.ร.บ. ดังนี้

    เจ้าของรถที่ฝ่าฝืนไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

    ผู้ใช้รถคันที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

    Advertisement

    และในกรณีที่เป็นเจ้าของรถที่ฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. และได้นำรถคันนั้นไปใช้ จะมีความผิดทั้ง 2 กระทงความผิด มีโทษปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท

    สำหรับความคุ้มครองของการประกันภัย พ.ร.บ. แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

    1. ค่าเสียหายเบื้องต้น เป็นการจ่ายโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน โดยจ่ายเป็น

    1.1 ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 30,000 บาท

    1.2 ค่าปลงศพหรือค่าชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ รายละ 35,000 บาท

    หากได้รับบาดเจ็บแล้วต่อมาเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ จะได้รับสูงสุดไม่เกิน รายละ 65,000 บาท

    2.ค่าสินไหมทดแทน (ค่าเสียหายส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้น) จ่ายให้ผู้ประสบภัยจากรถที่ไม่ได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ถูกผิดแล้ว โดยจ่ายเป็น

    2.1 กรณีบาดเจ็บ จะได้รับความคุ้มครองสูงสุด ตาม พ.ร.บ. ไม่เกิน 80,000 บาท (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

    2.2 กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จะได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. ตั้งแต่ 200,000 บาท – 500,000 บาท แล้วแต่กรณี (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

    2.3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สูงสุด 500,000 บาท (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

    โดยเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. สำหรับความคุ้มครอง 1 ปี รถจักรยานยนต์ เริ่มต้นเพียง 161.57 บาท และรถยนต์เริ่มต้นเพียง 645.27 บาท เท่านั้น

    แต่อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่ผู้ประสบภัยจากรถไม่สามารถเรียกร้อง “ค่าเสียหายเบื้องต้น” จากที่ใดได้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จึงได้กำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย”ขึ้น
    เพื่อเป็นทุนในการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถ ใน 6 กรณี คือ 1) กรณีที่รถคันที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยไม่จัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และเจ้าของรถไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ครบถ้วน 2) กรณีรถคันที่ก่อให้เกิดความเสียหายมิได้อยู่ในความครอบครองของเจ้าของรถในขณะเกิดเหตุ เพราะถูกยักยอก ฉ้อโกง กรรโชก ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ และได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้แล้ว 3) กรณีรถนั้นไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของรถและไม่จัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 4) กรณีถูกชนแล้วหนี หรือไม่อาจทราบได้ว่าความเสียหายเกิดจากรถคันใด 5) กรณีบริษัทไม่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยหรือจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไม่ครบจำนวน หรือ 6)  กรณีรถคันที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นรถที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

    โดยเมื่อกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ดำเนินการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถไปแล้ว กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย มีหน้าที่ติดตามเรียกเงินค่าเสียหายเบื้องต้นพร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของเงิน
    ที่ได้จ่ายไปคืนจากเจ้าของรถ บริษัท หรือผู้กระทำผิดต่อไป

    ทั้งนี้ จากสถิติพบว่า กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นโดยเฉลี่ยปีละกว่า 140 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีรถจำนวนมากที่ไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. ทำให้ผู้ประสบภัยจากรถเสียสิทธิประโยชน์ที่พึงได้จากการประกันภัย พ.ร.บ. เป็นจำนวนมาก

    ซึ่งภายในงานยังมีการจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ในหัวข้อเรื่อง “ประโยชน์ของการประกันภัย พ.ร.บ. และบทบาทหน้าที่ของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำบูธที่ให้คำแนะนำเรื่องการประกันภัย พ.ร.บ.  โดยในการจัดงานในวันนี้ได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด

    และช่วงนี้เริ่มเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
    ผมขอฝากมายังประชาชนควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเส้นทางการจราจร ที่ไม่คุ้นเคย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้ และหมั่นตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนตรวจสอบ
    วันหมดอายุกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) ตามที่กฎหมายกำหนด และควรทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และการประกันภัยอื่น ๆ เช่น การประกันชีวิต การประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น
    เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่
    สายด่วน คปภ. 1186”   รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย