โรคเบาหวาน ‘รักษาได้’ จริงหรือ? วันนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวาน มีคำตอบ!

30.12.20 | 11:01 น.

วันนี้ประเด็นที่เราจะพูดคุยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหลายคนบอกว่าคนที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวานนั้นต้องระวังเป็นพิเศษฉะนั้นวันนี้ได้จึงได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.จริยา ร่มสายหยุด จากคณะวิทยาศาตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้เกียรติร่วมสนทนาและให้ความรู้ในวันนี้

หากใครสักคนจะเป็นโรคเบาหวาน มีสาเหตุเกิดจากอะไร?

สถานการณ์ในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้วกว่า 5 ล้านคน โดยจากสถิติพบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 1 แสนคน/ปี ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาการแทรกซ้อนคือ มีภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้เชื้อโรคสามารถลุกลามได้ง่าย แต่หากดูแลตัวเอง
ควบคุมระดับน้ำตาลตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะทำให้ความเสี่ยงในการติดโรคลดลง ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค

“โดยส่วนมากเบาหวานที่คนไทยเป็นจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือมักเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลัก ตับอ่อนที่มีหน้าที่สร้างอินซูลินมีประสิทธิภาพลดลงทำให้ผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ ท้ายที่สุดคืออินซูลินผลิตไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถลดน้ำตาลในร่างกายลงได้จึงทำให้เป็นโรคเบาหวานในที่สุด แต่เราสามารถทำให้การเกิดโรคเบาหวานเกิดช้าลงได้หากเราดูแลสุขภาพของเราอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็สามารถชะลอการเกิดโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี โรคเบาหวานหากเป็นนานเท่าไหร่ยิ่งจะมีปัญหามากเท่านั้นหากมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อาทิ ความดันสูง ไขมันสูง โอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนก็จะสูงตามไปด้วย”

ทราบว่า ผศ.ดร.จริยา มีงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหวานที่ได้รับรางวัล?

Advertisement

ผศ.ดร.จริยา กล่าวว่า ได้พัฒนางานวิจัยด้านสูตรอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ จนได้รับรางวัลเหรียญทองด้านนวัตกรรมจากเวทีประกวดผลงานวิจัยระดับนานาชาติ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ผลงานของอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ ทั้งยังได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน จนเกิดการพัฒนาต่อยอดและปรับใช้ได้จริงในสังคม

จากผลงานการวิจัยของ ผศ.ดร.จริยา ที่ได้รับรางวัล สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง?

เป็นอาหารเสริมที่สกัดจากธรรมชาติ ทั้งมะขามป้อม เก๋ากี้ ราสเบอร์รี่ ซึ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลักที่คณะนักวิจัย วิจัยแล้วว่าเหมาะสมสำหรับการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบที่เป็นต้นตอของโรคเบาหวาน เราไม่ได้ใช้วิธีดึงน้ำตาลออกมาจากกระแสเลือด แต่ทำให้ลดการอักเสบของเบต้าเซลล์ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดโรคเบาหวาน สมุนไพรหลักทั้ง 3 ชนิดที่เราคัดสรรมานั้นมีสารสำคัญในปริมาณที่สูง อาทิ มะขามป้อม ที่มีวิตามินซีสูงมาก และยังมีสารประเภทโพลีฟีนอลจากเก๋ากี้และราสเบอร์รี่ ที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระด้วย เนื่องจากคนที่เป็นโรคเบาหวานมักมีอาการชาที่ปลายมือหรือปลายเท้า เนื่องจากการไหลเวียนโลหิตไม่สะดวก หากร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยบรรเทาอาการในส่วนนี้ลงได้ แต่ถ้าหากถามว่าจำเป็นมั้ยถ้าผู้ป่วยเบาหวานต้องทานสมุนไพรที่เป็นอาหารเสริมทางเลือกทุกคนบอกเลยว่าไม่จำเป็น หากเราทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเสมืออย่างที่ พญ.วรรณี ได้พูดไปแล้วข้างต้น แต่สำหรับผู้สูงอายุที่อาจจะทานผักไม่ไหวหรือผู้ป่วยที่ไม่ชอบทานผักอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานถือว่าจำเป็นพอสมควรเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอในแต่ละวัน

อาหารเสริมจากงานวิจัยนี้ ผ่านการทดลองจากกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานเนื่องจากได้รับทุนสำหรับการวิจัยเพิ่มเติมจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ในการทดลองกับผู้ป่วยโดยตรงให้ทานอาหารเสริมควบคู่ไปกับการทานยาของคุณหมอ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับประทานยาและอาหารเสริมควบคู่กันมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำลง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น

เนื่องจากเด็กหรือคนไทยสมัยนี้ทานผักน้อยลงจึงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการต้านการอักเสบของโรคเบาหวาน เนื่องจากปริมาณของผักและผลไม้ที่แนะนำสำหรับการทานต่อวันคือประมาณ 400 – 500 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงสำหรับ 1 วัน ฉะนั้นจึงเป็นที่มาของงานวิจัยจาก ผศ.ดร.จริยาและคณะ ที่ต้องใช้อาหารที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบของเซลล์ที่เป็นต้นตอของการเกิดโรคเบาหวานมาช่วย ที่สำคัญต้องเป็นสารอาหารที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารเจือปน จึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด การสำรวจอาการเบื้องต้นของคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเบาหวานสามารถสังเกตได้จากรอยดำคล้ายขี้ไคลที่บริเวณคอหรือรักแร้ เป็นสัญญาณของความดื้ออินซูลินที่เกิดขึ้นมาในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนั้น สามารถพูดได้ว่าหากเราสามารถป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ เราก็สามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้

วันนี้เรามีผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน คุณพงษ์พัฒน์ ทิพย์โอสถ มาแชร์ประสบการณ์การเป็นโรคเบาหวานกว่า 12 ปี จนปัจจุบันถือว่าหายเป็นปกติแล้วพูดถึงเรื่องการดูแลตัวเองในระหว่างการเป็นเบาหวานว่ามีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?

คุณพงษ์พัฒน์ เล่าว่า ตัวเองเป็นแผลที่เท้าเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาแล้วจึงไปรักษาที่โรงพยาบาล ตอนนั้นน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงถึง 340 จนต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการเกือบ 1 อาทิตย์จนคุณหมอวินิจฉัยว่าอาจจะต้องตัดขา จนตัวเองเข้าไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตถึงพบวิธีการรักษาของผศ.ดร.จริยา โดยเป็นวิธีการรักษาที่ต้นเหตุจึงตัดสินใจสั่งอาหารเสริมนี้มาทานติดต่อกันได้ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ควบคู่กับการทานยาตามที่หมอสั่ง ผลปรากฏว่าหมอตรวจน้ำตาลในเลือดแล้วระดับน้ำตาลลดลงตามลำดับ จนคุณหมอบอกว่าไม่ต้องตัดขาแล้ว

ตรงนี้ ผศ.ดร.จริยา ชี้แจงว่า หากน้ำตาลในเลือดลดลงส่งผลดีแน่นอน ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น สารอาหารจากอาหารเสริมที่ได้รับเข้าไปในร่างกายสามารถซ่อมแซมส่วนที่เป็นแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสูญเสียอวัยวะจากแผลเรื้อรังของผู้ป่วยลงได้ ซึ่งกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวนี้คือการเข้าไปช่วยลดการอักเสบอย่างที่ได้เรียนไปข้างต้น การสร้างอินซูลินทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลำดับ แต่ท้ายที่สุดการเลือกทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ถูกต้องและมีประโยชน์ ตลอดจนออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอ เป็นอีกฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยชะลอการการของโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น

โดยรวมถือว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ได้รับการวิจัยและรางวัลการันตีระดับนานาชาติตัวนี้ สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของผู้ป่วยเบาหวานในการดูแลสุขภาพในสถานการณ์แบบนี้ สมควรอย่างยิ่งที่เราต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างถูกวิธีและปลอดภัย จนท้ายที่สุดแล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน