“สนธยา” ดันยุทธศาสตร์ NEO Pattaya พลิกโฉมพัทยา สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งใหม่

4.01.21 | 11:10 น.

เมืองพัทยากำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของโลก ตามยุทธศาสตร์ NEO Pattaya โดยมีเป้าหมายไปสู่ Smart City ที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การทำธุรกิจ และ การพักอาศัย ผสมผสานอย่างลงตัว เช่นเดียวกับเมืองนานาชาติระดับโลก รวมทั้งต้องมีสภาพแวดล้อมที่ดีและสามารถรองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกด้วย

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า มีนโยบายจะพัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งใหม่ จึงกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเจริญเติบโต ภายใต้คอนเซ็ปต์ NEO Pattaya พัทยาโฉมใหม่ ใส่ใจไม่ทิ้งกัน” พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และหากสนามบินอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) แล้วเสร็จช่วง 5 ปีข้างหน้า จะทำให้มี คนไทยและทั่วโลกเข้ามาพัทยามากขึ้น ทั้งนักท่องที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุนทุกระดับ รวมถึงพนักงานและลูกจ้างที่จะเข้ามาพักอาศัย ขณะเดียวกันต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของประเทศที่วางเมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวตามโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดังนั้นเมืองพัทยาจึงต้องเตรียมความพร้อมในการรองรับ ทั้งระบบคมนาคม สาธารณูปโภค และด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาเมืองพัทยาสู่ Smart City, MICE City, Sport City และ Medical Hub อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใน 4 ด้าน ดังนี้

1.ด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและบริการของโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพิ่มคุณภาพของนักท่องเที่ยว มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น จึงกำหนดแผนแม่บทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว, ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น นำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน, ปรับปรุงถนนขยายช่องจราจร, โครงการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะแบบโมโนเรลเชื่อมระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ 3 สาย รวมระยะทาง 34 กิโลเมตร, โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮายเชื่อมต่อวอล์คกิ้งสตรีทครอบคลุมพื้นที่ 160,000 ตารางเมตร, โครงการนีโอเกาะล้าน เพื่อพัฒนาเกาะล้านครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อให้เกาะล้านเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อม ชุมชนเกาะล้านได้รับการพัฒนา ชาวบ้านได้รับประโยชน์และรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตจากการเจริญเติบโตของ EEC

Advertisement

2.ด้านสังคม ผู้ด้อยโอกาส เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีด้วยการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยลดอาชญากรรม และยาเสพติด โดยดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้พัทยาเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน อาทิ บริการสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาแอปพลิเคชันต่อยอดโครงการหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน, ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด, มี One Stop Service ด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

3.ด้านสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายเพื่อทำให้พัทยาเป็นเมืองสะอาด มีสภาพแวดล้อมที่ดี ตามมาตรฐานเมืองท่องเที่ยวระดับสากล จึงดำเนินโครงการต่างๆ ดังนี้

โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม บริเวณถนนสายชายหาด, ถนนเลียบทางรถไฟ และถนนนาเกลือ โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาช่วยในการจัดทำระบบบริหารจัดการน้ำ ทั้งทางระบายน้ำ และบ่อหน่วงน้ำขนาดยักษ์ ซึ่งถ้าหากโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเดิมปัญหาน้ำท่วมในเมืองพัทยาจะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำหลากจากฝั่งตะวันออก มีระดับความสูงกว่าเมืองพัทยาประมาณ 50-60 เมตร แต่ปัจจุบันจะใช้เวลาเพียง 28 นาทีเท่านั้น

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย ให้มากขึ้นจากวันละ 100,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา มีอยู่ 2 แห่ง คือ ที่โรงบำบัดน้ำเสียภายในซอยหนองใหญ่ บริการบำบัดน้ำเสีย ในเขตนาเกลือ พัทยาเหนือ กลาง และใต้ ส่วนแห่งที่ 2 อยู่บริเวณซอยวัดบุญกัญจนาราม ให้บริการบำบัดน้ำเสียในเขตนาจอมเทียน

–  โครงการบริหารจัดการขยะ แบ่งเป็น 2 พื้นที่ ได้แก่ เกาะล้าน โดยปกติมีขยะ ประมาณ 20 ตันต่อวัน  ซึ่งใช้ระบบฝังกลบ สามารถฝังกลบขยะได้ประมาณ 50,000-60,000 ตัน แต่ปัจจุบันมีโครงการจัดทำเตาเผาขยะแบบไร้มลภาวะ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเผาขยะบนเกาะล้านประมาณ 50 ตันต่อวัน ทำให้ขยะใหม่ รวมทั้งขยะเก่าได้รับการจัดการ

ส่วนฝั่งเมืองพัทยา ปกติมีปริมาณขยะประมาณวันละ 500 ตันต่อวัน แต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 มีปริมาณขยะประมาณวันละ 300-350 ตันต่อวัน ซึ่งบริหารจัดการขยะโดยการเก็บขน ก่อนส่งไปกำจัดที่จังหวัดสระบุรี เพื่อไม่ให้ปริมาณขยะในบ่อพักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

4.ด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และพัฒนาให้เป็น “เมืองน่าอยู่ของคนทั้งโลก” เนื่องจากพัทยาเป็นเมืองที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติ ทำให้มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับกิจกรรมและเทศกาลต่างๆ ของแต่ละเชื้อชาติ เช่น งานแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออก, งานเฉลิมฉลองในแต่ละชาติ, งานแสดงวัฒนธรรมนานาชาติ เป็นต้น เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง

 “ด้วยงาน 4 กลุ่ม คือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม เสริมด้วยการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบของประชาชนทุกภาคส่วน  เพื่อให้เมืองพัทยาก้าวไปสู่การเป็นมหานครระดับโลก ที่มีความน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน อย่างยั่งยืน”    

อ้างอิงข้อมูลจาก : บทสัมภาษณ์นายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563, เว็บไซต์ : www.pattaya.go.th/ และเฟซบุ๊กเพจ : Prpattayacity