ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกการอ่าน การรับข้อมูลข่าวสารได้พลิกโฉมหน้าเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว สำคัญที่สุดคือช่องทางการสื่อสารที่ทยอยมุ่งสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัว
“มติชน” ในฐานะผู้ผลิตข้อมูลข่าวสารก็มาเล่นในสนามออนไลน์เช่นกัน จากการทำเว็บไซต์ มติชน-ข่าวสด-ประชาชาติธุรกิจ ด้วยข้อมูลคุณภาพที่มีในมือ ทำให้ขึ้นสู่การเป็นผู้นำข่าวออนไลน์ของประเทศได้สำเร็จ
ความสำเร็จนี้ไม่ได้ทำให้ชะล่าใจ ล่าสุดเตรียมเปิด 4 เว็บไซต์ใหม่ จากนิตยสารในเครือมติชนที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงนักอ่าน นั่นคือ
1.มติชนสุดสัปดาห์ 2.ศิลปวัฒนธรรม 3.เส้นทางเศรษฐี และ 4.เทคโนโลยีชาวบ้าน
ด้วยความหลากหลายครบถ้วนในเนื้อหา แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งนี้น่าจับตาอย่างยิ่งในสนามสื่อออนไลน์
“โลกไปทางนี้เราจะไปฝืนโลกได้ยังไง”
ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บอกถึงเหตุผลการเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ว่า ฐานคนอ่านมีชัดเจนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เห็นได้ชัดเจนจากฐานคนอ่านเมื่อย้ายไปอยู่บนออนไลน์
เมื่อส่วนหนึ่งไปอยู่บนออนไลน์ ฐานคนอ่านขึ้นไปอยู่ที่หลักล้าน เราหวังว่านิตยสารก็จะเป็นอย่างนี้เหมือนกัน เมื่อไปอยู่บนออนไลน์ก็จะมีคนสนใจกว้างขวางขึ้น เดิมแต่ละเล่มเป็นหนังสือที่ไปได้ด้วยตัวเอง มีจุดเด่นในตัวเองอยู่แล้ว ทำยังไงที่จะปรับจุดแข็งให้สอดคล้องกับรสนิยมผู้อ่าน โดยไม่เสียบุคลิกดั้งเดิม
“ต้องทำ ไม่ทำก็ตอบสนองคนอ่านไม่ได้เต็มที่” ฐากูรยืนยันหนักแน่น
ส่วนเนื้อหาที่จะเสนอผ่านสื่อออนไลน์นั้น “ฐากูร” เผยว่า บางส่วนจะต้องเหมือนกับฉบับตีพิมพ์ แต่จะต้องมีจุดเด่นหรือกิจกรรมที่แตกต่างกัน
“จะถอดฉบับพิมพ์ทั้งเล่มมาลงออนไลน์ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หนังสือพิมพ์ยังมีหลายรูปแบบเลย เช่น ข่าวด่วน ข่าวลึก ข่าวพิเศษ นิตยสารก็เหมือนกัน 4 เล่มนี้แต่ละเล่มมีจุดเด่นของตัวเอง ทำยังไงจะเอาจุดเด่นนี้มาขาย”
“ฐากูร” เล่าถึงจุดเด่นในนิตยสารแต่ละหัวที่จะขยายสู่เว็บไซต์
1.มติชนสุดสัปดาห์ เป็นแหล่งชุมนุมนักคิดนักเขียน นักวิชาการมากที่สุด จากตัวเลขสถิติออนไลน์ พบว่าคนชอบฟังหรือดูมากกว่าอ่าน หน้าที่ของมติชนสุดสัปดาห์ คือนอกจากจะมีเนื้อหาให้อ่านแล้ว ทำยังไงที่จะย่อย สรุป หรือมีเครื่องจูงใจด้วยวิธีการฟังและดู ให้คนเข้ามาสนใจเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือให้ได้เยอะขึ้น
“เป็นไปได้ไหมที่มติชนสุดสัปดาห์จะกลายเป็นชุมชนของคนใฝ่รู้ นักคิด นักเขียน นักวิชาการ รวมทั้งคนธรรมดา เช่น เป็นไปได้ไหมที่จะมีอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาเล่าให้ฟังว่าทำไมฉบับนี้จึงเขียนเรื่องนี้ แนวคิดหลักคืออะไร หรือคุณคำ ผกา มานั่งเล่าว่าฉบับนี้ทำไมจึงทะเลาะกับคนอื่นอีกแล้ว เรื่องต้องมีที่มาที่ไป 1.ทั้งหมดนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรสนิยมของคน 2.ดึงให้คนมาอ่านเนื้อหามากขึ้น”
2.ศิลปวัฒนธรรม จะโยงกับเรื่องพื้นที่ เรื่องทัวร์ เพราะศิลปวัฒนธรรมพูดลอยๆ ยังไงก็ไม่เห็นภาพ ต้องลงไปดู เช่น ประวัติศาสตร์อยุธยา ทำไมอยุธยาถึงแพ้พม่า ตรงไหนที่กำแพงแตกเพราะแม่น้ำ ตรงนี้ตื้นกว่าตรงอื่นหรือเปล่า ลพบุรีทำไมมีลูกปัดเยอะที่สุด ลูกปัดหน้าตายังไงจีนถึงมาซื้อชิ้นละตั้ง 5 ล้านบาท
“ศิลปวัฒนธรรมนำเสนอได้ และพาคุณไปให้เห็นกับตาด้วย ของบางอย่างสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ศิลปวัฒนธรรมก็เหมือนกัน ทำยังไงเว็บใหม่จะเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างคนที่สนใจใฝ่รู้อยากไปดูจริงๆ กับการเอาองค์ความรู้มาเผยแพร่ให้เข้าใจง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น”
3.เส้นทางเศรษฐี เป็นเรื่องของเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ ทำอย่างไรจะถอดบทเรียนออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งผลสำเร็จและล้มเหลว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศนี้ 80% ล้มเหลว 10% เป็นซอมบี้ มี 10% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ทำอย่างไรเราจะเรียนรู้จากคนที่ล้มลุกคลุกคลานและคนที่ประสบความสำเร็จได้ เส้นทางเศรษฐีจะเป็นตัวถ่ายทอดให้แรงบันดาลใจ
4.เทคโนโลยีชาวบ้าน เป็นเรื่องของการเกษตรที่มีฤดูกาล แม้ตอนนี้จะมีวิทยาการบังคับลำไยออกนอกฤดูได้ แต่ช่วงที่อร่อยที่สุดคือช่วงไหน อยู่ที่สวนไหน เทคโนโลยีชาวบ้านจะบอกเลย ช่วงเดือนนี้สวนนี้มีทุเรียนก้านยาวที่อร่อยที่สุด เป็นปฏิทินการเกษตรของประเทศนี้
แล้วเรายังอยากให้เทคโนโลยีชาวบ้านเป็นตลาดกลางของคนซื้อคนขายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ เราเป็นเวทีให้ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกันโดยไม่คิดสตางค์ แต่ต้องกลั่นกรองคนขายว่าของต้องมีคุณภาพ กลั่นกรองคนซื้อว่าต้องมีระบบติดตามได้ อาจต้องเป็นสมาชิกจึงจะซื้อของดีราคาถูกในนี้ได้ ส่วนนี้จะเติมเข้ามา
“เราหวังว่าการที่มีแนวคิดชัดเจนในแต่ละเว็บไซต์น่าจะทำให้ 1.แฟนประจำที่เคยอ่านหนังสือไม่หนีไปไหน 2.ท่านอื่นๆ ที่อาจไม่เคยอ่านหนังสือเข้ามาให้ความสนใจกับตรงนี้มากขึ้น”
แน่นอน การรุกคืบของสื่อออนไลน์นี้กลายเป็นกระแสที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ในวงการสื่อ
เราทำ 3 เว็บไซต์ มติชน-ข่าวสด-ประชาชาติธุรกิจ ตัวเลขล่าสุดรวมกันมีคนอ่านข่าวเดือนละประมาณ 50 ล้านคน เราผลิตข่าววันละเกือบ 500 ข่าว ขณะเดียวกัน 3 เว็บนี้ทำไลฟ์ในเฟซบุ๊ก ทำคลิปวิดีโอถ่ายทอดสดมา 2 เดือน ตัวเลขเดือนกรกฎาคมมีคนดูไปแล้ว 60 ล้านคน
“เทรนด์คือคนดูและฟังมากกว่าอ่าน แต่ในฐานะที่เราเป็นคนทำหนังสือ ทำคอนเทนต์ เชื่อว่าบางอย่างก็ดูได้ฟังได้ บางอย่างก็ต้องอ่าน ทำยังไงจะจับสองอย่างนี้เข้ามารวมกันให้ได้ เป็นหน้าที่ของเรา” กรรมการผู้จัดการเครือมติชนกล่าว
ส่วนภาพรวมสื่อออนไลน์ในเครือมติชนทั้งหมด เมื่อมี 4 เว็บไซต์นี้เข้ามาร่วมด้วย “ฐากูร” มองว่าจะยิ่งดีขึ้น เพราะครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น
“ในแง่เว็บเนื้อหา มีข่าวทั่วไป ข่าวการเมือง ข่าวธุรกิจ มีเรื่องข้อคิดข้อเขียน เรื่องเกษตร เรื่องเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ มีศิลปวัฒนธรรม ซึ่งบางอย่างคนอื่นไม่มี แต่เครือเรามีอย่างนี้มานานแล้ว เป็นแหล่งผลิตข้อมูล เนื้อหา เปลี่ยนที่แต่เนื้อหาก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร เพียงแต่วิธีการทำงานอาจต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของคน” ทั้งนี้ 4 เว็บไซต์ดังกล่าวจะมีวาระเปิดตัวในวันที่ 2 กันยายนที่จะถึงนี้ ที่ห้องประชุม อาคารข่าวสด
“ฐากูร” กล่าวถึงการเปิดตัวพร้อมรอยยิ้มว่า บางเรื่องทำแล้วก็ต้องเล่าให้ฟัง ทำแล้วต้องบอกเพื่อนฝูงเสียหน่อย
“อย่างน้อยแฟนๆ ของเราจะได้รู้ว่าจะไปติดตามตรงไหน ยังไง เป็นการบอกกล่าวทั้งลูกค้าประจำและผู้มีอุปการคุณว่าเรามีช่องทางการสื่อสารใหม่แล้ว ของเดิมก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่มีของใหม่เพิ่มเติมเข้ามา”
ตอกย้ำความที่เป็นที่ 1 ในสื่อออนไลน์ เปิดตัว 4 เว็บไซต์ใหม่ในเครือมติชน
ติดตามต่อได้ในงาน “Matichon Moving Forward #MagazineOnline” 2 กันยายนนี้

