เจาะกลยุทธ์ “อมาโด้” กับเป้าหมายผู้นำตลาด ปักธงตีตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้ง

19.01.21 | 10:51 น.

อมาโด้ เปิดไลน์ธุรกิจใหม่ Amado Shopping ฉีกทุกกฎทีวีโฮมช้อปปิ้ง จีพีต่ำจูงใจ 25% รวมเรตติ้งซ่องดัง พร้อมโปรฯ โดนใจลูกค้า ประกาศยืนหนึ่งตลาดวิตามินอาหารเสริม ตั้งเป้าปี’64 เติบโต 3 พันล้านบาท

นายธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ อมาโด้ (Amado) ด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว “อมาโด้ กรุ๊ป เปิดแผนธุรกิจและเป้ารายได้ปี 2564” ว่า ผลประกอบการในปี 2563 อมาโด้เติบโตถึง 231.14% คิดเป็นยอดขายจำนวนกว่า 2,298 ล้านบาท เติบโตกว่ามูลค่าวิตามินและอาหารเสริมที่โต 8.5% จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา อมาโด้ได้ตั้งเป้าหมายในปี 2564 จะมีรายได้เติบโต 3,000 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน

1.Brand Promise กำหนดคำมั่นสัญญา “We Live For Your Health” ให้อมาโด้ก้าวสู่แบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค อมาโด้ตัดสินใจรีแบรนด์และรีแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ใหม่หมด เพื่อให้ตลาดและผู้บริโภคจดจำอมาโด้ได้ในฐานะผู้ผลิตวิตามินและอาหารเสริมที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน

2.Quality Product ผลิตภัณฑ์คุณภาพ อมาโด้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการตลาด ด้วยทีม R&D (Research & Development) ที่คอยคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกไตรมาส โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกของปีนี้ คือ กลุ่มโปรไบโอติก เกรดพรีเมี่ยม

3.Real-time strategic platform สร้างช่องทางขายที่หลากหลายและทรงประสิทธิภาพตอบสนองแบบเรียลไทม์ มองหาช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีศักยภาพ โดยมีแผนเพิ่มร้านอมาโด้ให้ครบ 100 สาขา เพิ่มตัวแทนขายให้ครบ 50 ราย ตามแผนนี้ทำให้อมาโด้จะเปิดร้านเพิ่มอีก 56 สาขา และเพิ่มตัวแทนขายอีก 25 ราย

Advertisement

นอกจากกลยุทธ์ 3 ด้านแล้ว อมาโด้ได้แตกไลน์ธุรกิจ “Amado Shopping” บุกตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้ง นำเอาจุดแข็งในการคัดสรรช่วงเวลาที่ดี มีประสิทธิภาพของสถานีโทรทัศน์ชั้นนำในประเทศ ร่วมกับการใช้ Data driven marketing เพื่อนำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 2 เท่า

นายธนาตรัยฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า โมเดลธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ หลังจากเดินหน้าทำการตลาดผ่านช่องทางเทเลเซลล์ ด้ววยการนำสินค้าไปโปรโมทขายตามรายการต่าง ๆ ของสถานีโทรทัศน์ เป็นการต่อยอดช่องทางขายสู่ธุรกิจใหม่และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าธุรกิจ ตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งยังมีมูลค่าการเติบโตที่น่าจับตามอง ปี 2563 ตลาดโฮมช้อปปิ้งถึง 14,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ผู้คนมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ดูทีวีออนไลน์มากขึ้น โดยในปี 2564 อมาโด้ตั้งเป้ารายได้ Amado Shopping 1,000 ล้านบาท พร้อมก้าวเป็น 1 ใน 10 ของตลาดทีวีโฮมช้อปปิ้งไทย

“Amado Shopping ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางสำหรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อมาโด้ แต่ยังเปิดรับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ต้องการนำสินค้ามาจัดจำหน่ายผ่านทาง Amado Shopping ซึ่งโมเดลธุรกิจใหม่นี้ ถือเป็นการนำเอาจุดแข็งของ อมาโด้มาสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับธุรกิจ Amado Shopping มากยิ่งขึ้น และยังสามารถเก็บรวบรวมสะสมข้อมูลลูกค้าเป็น Big data ที่อมาโด้มีศักยภาพในการทำ Data driven marketing ที่เพิ่มมูลค่ามหาศาลให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” นายธนาตรัยฉัตรกล่าว

นายธนาตรัยฉัตร กล่าวว่า สำหรับธุรกิจ Amado Shopping จะมีจุดเด่น 7 ด้าน คือ 1.ทีมเทเลเซลล์ 200 คู่สาย พร้อมปิดการขาย 2.บริการส่งสินค้ารวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง ภายใต้การบริหารของอมาโด้ 3.คลังเก็บสินค้าขนาด 3 ไร่ครึ่งที่พร้อมขยายเป็น 6 ไร่ ในอนาคต 4.ช่วงเวลาออกอากาศ (เรตติ้ง) ที่ดีและมีประสิทธิภาพของแต่ละช่อง รวมกว่า 3,000 ออนแอร์แบบ Tie-in 5.Gross Profit (GP) ต่ำกว่าตลาดเพียง 25% 6.ฐานข้อมูลลูกค้า (Data driven) เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย สามารถจัดโปรโมชั่นและสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายแต่ละช่อง แต่ละรายการ สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และ 7.สามารถตรวจสอบยอดขายและคำนวณ ROI แบบเรียลไทม์

นายพร้อมวิชญ์ กรณ์อัศวกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า อมาโด้ตั้งเป้าหมายในปี 2564 รายได้ 3,000 ล้านบาท ยอดรายได้นี้จะทำให้อมาโด้ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยพร้อมก้าวสู่อันดับ 1 ของตลาดนี้ภายใน 3 ปีข้างหน้า ปี 2563 อมาโด้มียอดขาย 2,298 ล้านบาท เติบโต 231.14% คิดเป็นมูลค่า 1,600 ล้านบาท เติบโตกว่าปี 2562 ที่มีรายได้ 694 ล้านบาท ทั้งนี้อัตราเติบโตของอมาโด้ปีที่แล้ว คิดเป็น 10% ของตลาดวิตามินและอาหารเสริม ซึ่งมีมูลค่าตลาด 22,621 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 8.5%

“สัดส่วนลูกค้าของอมาโด้เป็นเพศหญิง 87% เพศชาย 13% ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าหลักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีกำลังซื้อสูงกว่า 51% สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าของอมาโด้มีกำลังซื้อสูงที่พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพและความงาม ทั้งนี้สัดส่วนรายได้แบ่งตามช่องทางขาย จากตัวแทน 49% เทเลเซลล์ 29% ออนไลน์ 16.8% ร้านค้าอมาโด้ 3% โมเดิร์นเทรด 2.2% จากสัดส่วนรายได้ตรงนี้ทำให้อมาโด้เล็งเห็นว่าฐานลูกค้าเทเลเซลล์จากการขายในรายการโทรทัศน์และออนไลน์เติบโตใกล้เคียงกัน ทำให้อมาโด้มองเห็นโอกาสเพิ่มมูลค่าธุรกิจ นำมาสู่การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ Amado Shopping” นายพร้อมวิชญ์กล่าว