‘นิด้า’ จัดยิ่งใหญ่ครบรอบ 55 ปี มุ่งผลิตบัณฑิตรองรับตลาดโลก ตั้งสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

31.03.21 | 11:38 น.

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า มีชื่อเสียงทางด้านวิชาการ การเรียนการสอน การวิจัยเชิงนโยบาย และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยกลยุทธ์ของนิด้าคือการนำศาสตร์สมัยใหม่ผนวกร่วมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านพัฒนบริหารศาสตร์ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ อธิการบดีนิด้า ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการขับเคลื่อนนิด้าเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนานิด้าครบรอบ 55 ปี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 เมษายน ว่า สถาบันอุดมศึกษาต้องมีการปรับตัวเนื่องจากเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและและไม่หยุดนิ่ง แม้กระทั่งนิด้าเองก็ยังต้องปรับตัวและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทางการศึกษาในทุกมิติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการอัปเดตเทรนด์ความต้องการของโลก เพื่อปรับหลักสูตรใหม่ให้มีความทันสมัย เป็นที่ต้องการของผู้เรียน และรองรับตลาดแรงงานในอนาคต

  • ก้าวสู่ระบบการเรียนการสอนยุค 4.0 เสริมแกร่งความสามารถของผู้เรียน

ปัจจุบันนิด้าได้นำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการเรียนการสอน พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และเทคนิคการสอนของอาจารย์ให้เข้ากับรูปแบบ “Hybrid Learning” นอกจากนี้นิด้ายังได้พัฒนาห้องเรียนให้เป็น Smart Classroom ที่มีสิ่งแวดล้อม และ Facility ต่าง ๆ ที่ครบครันในการสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ ตลอดจนการเปิดหลักสูตรใหม่ที่ทันสมัย ที่เน้นองค์ความรู้ให้นักศึกษาและผู้ที่สนใจไปสอบ Global Certificate ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้สนใจแค่การเรียนในระบบและปริญญา อย่างเช่น Chartered Financial Analyst (CFA) Financial Risk Manager (FRM) Project Management Professional (PMP) Certified Analytics Professional (CAP) เป็นต้น ซึ่งการมีใบเบิกทางอย่าง Global Certification หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่นักศึกษา รวมถึงคนวัยทำงาน หรือคนทุกช่วงวัยที่ต้องการอัพศักยภาพ ทักษะเฉพาะทาง และเพิ่มโอกาสในการทำงานมากยิ่งขึ้น

“เราพยายามมองสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาให้เป็นโอกาส เพราะถือเป็นสถานการณ์ที่เป็นตัวเร่งให้สถาบันการศึกษาต้องปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนครั้งยิ่งใหญ่ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ “นิด้า” มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนได้ในทันที เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของนิด้าที่มุ่งหวังให้นักศึกษามี Learning Experience สามารถใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อมกับการเติมเต็มความรู้จากการเรียนที่นิด้าได้”

Advertisement

  • เพิ่มหลักสูตรใหม่สำหรับผลิตบัณฑิตเพื่อรองรับตลาดโลก

ศ.ดร.กำพล เผยว่า ในปี 2564 นิด้ามีความพร้อมในการเปิดหลักสูตรใหม่ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานโลกที่มี Demand สูง เช่น หลักสูตรการจัดการวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีข้อมูล, หลักสูตรการจัดการความเสี่ยงความมั่นคงทางไซเบอร์, หลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลและวิทยาการข้อมูล, หลักสูตรธรรมาภิบาลยุคดิจิทัลและความยั่งยืน, หลักสูตรศาสตร์และการจัดการความยั่งยืน และหลักสูตรการออกแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ศ.ดร.กำพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2564 นี้ ถือเป็นปีที่มีความพิเศษของนิด้า เนื่องจาก วันที่ 1 เมษายน เป็นวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 55 ปี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดเลยในปีนี้ คือการประชุมวิชาการในหัวข้อ การคาดการณ์อนาคตนวัตกรรม เพื่อกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน: Innovation Foresight for Sustainable Development Strategies” อีกทั้งยังมีพิธีลงนามความร่วมมือกับวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (TASSHA) ซึ่งทาง อว. ได้มอบหมายให้นิด้ารับผิดชอบในส่วนของสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง 1 ใน 5 สถาบันภายใต้ TASSHA “นิด้า” จะเป็น International Role Model ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนางานด้านวิชาการ งานวิจัย และสร้างบุคลากรที่สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไป

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในงานวันที่ 1 เมษายน ก็คือการปาฐกถาพิเศษจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และศาสตราจารย์ ดร.มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลจากบังกลาเทศ ที่โด่งดังในเรื่องของการคิดค้นระบบ ‘กรามีนแบงก์’ ก็จะมาร่วมปาฐกถาพิเศษในงานนี้ด้วย

จากทั้งหมดที่กล่าวมาถือได้ว่า 55 ปีของ “นิด้า” ได้วางรากฐานและความพร้อมในการสร้างบัณฑิตที่เป็นทรัพยากรคุณภาพ รองรับกับตลาดแรงงานไทยและตลาดโลก ด้วยพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ผนวกเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับงานวิจัยเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนบูรณาการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากในระดับประเทศสู่ระดับโลก ด้วยปรัชญาของสถาบันที่ว่า “สร้างปัญญา เพื่อการเปลี่ยนแปลง” WISDOM for Change