หมอเลี้ยบนำทัพ เล่าเรื่อง “ระหว่างบรรทัด” เผยเบื้องหลัง 2 ทศวรรษ “มหากาพย์บัตรทอง” ตอบโจทย์ ’30 บาทรักษาทุกที่’
หากพูดถึง ‘หลักประกันสุขภาพแห่งชาติถ้วนหน้า’ “บัตรทอง” หรือ “30 บาทรักษาทุกโรค” โครงการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเป็นนโยบายสาธารณะที่มีประโยชน์ต่อประชาชน เป็นการพลิกโฉมระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และสำเร็จผลเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวความสำเร็จต่างๆ จะครบรอบ 20 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2564 นี้
คุณูปการของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กว่าจะถึงวันนี้ ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย และได้นำมาบอกเล่าผ่านหนังสือ “ระหว่างบรรทัด” บนเวทีเสวนา “ระหว่างบรรทัด” ลัดเลาะเรื่องร้อยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2 ทศวรรษที่ผลิบาน ในโมงยามแห่งความคาดหวัง โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ที่อาคารมติชน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม โดย มีบุคคลสำคัญทั้งจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ สปสช. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มาถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน นำทีมโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ บรรณาธิการหนังสือระหว่างบรรทัด ร่วมแชร์เรื่องราวระหว่างบรรทัดของระบบนี้

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เล่าว่า วันที่ 1 เมษายน 2544 คือวันเริ่มต้นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงวันนี้ผ่านไป 20 ปี ทุกคนคงนึกไม่ออกว่าตอนเริ่มต้นนั้นยากแค่ไหน
• ลิขิตฟ้าและมานะคน องค์ประกอบสร้างสิ่งที่เหนือจินตนาการสู่ความเป็นไปได้
ถ้าหากเราจะกล้าฝันเหมือนที่อาจารย์ป๋วยเขียนไว้ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ว่า ผมอยากจะมีสุขภาพที่ดี ถ้าหากเจ็บป่วยก็เพียงแค่รักษาพยาบาลโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป มันจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือไม่ ครั้งตั้งไข่ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าว่า ย้อนไป 20 ปีที่แล้ว หลักประกันสุขภาพแห่งชาติถ้วนหน้า เป็นเหมือนเรื่องเพ้อฝัน เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากจะให้สรุปเป็นคำ 1 คำ คือ ‘ลิขิตฟ้าและมานะคน’ หลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้น ณ จุดตัดของการเวลา ณ ปี 2544 โครงสร้างพื้นฐานสาธารณสุขที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ การปฏิรูปการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 การเมืองเข้มแข็ง พรรคการเมืองเข้มแข็ง การชนะการเลือกตั้งของพรรคไทยรักไทย นำจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มานำเสนอเป็นนโยบายต่อประชาชน มีการสนับสนุนของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการทำเรื่องนี้ แล้วที่สำคัญก็คือมีข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากมองกลับไปขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้น
• การเมืองดี ชีวิตจะดีด้วย
ระหว่างบรรทัด ความหมายคือว่า มีบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ดังนั้นทุกๆ จุด ไม่ว่าจะจุดของการเกิดขึ้นของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติถ้วนหน้า พัฒนา ความล้มเหลวในบางช่วง ระหว่างบรรทัดตรงนั้นคือการเมือง
“การเมืองมีบทบาทสำคัญ เป็นประตูบานสุดท้าย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องการการเมืองที่ดี แล้วหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วชีวิตของคนไทยจะดีขึ้น มาวันนี้ ถ้าการเมืองนิ่ง ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสสำคัญ โอกาสที่ดีที่จะ speed up พัฒนา สปสช. และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
• อย่าเรียนรู้จากความสำเร็จ จงเรียนรู้จากความล้มเหลว
มองย้อนกลับไป 20 ปี ถามว่าวันนี้สิ่งที่บันทึกกันไว้ในหนังสือระหว่างบรรทัดเป็นความสำเร็จไหม อยากชวนมองกลับไปว่า 20 ปีที่ผ่านมาทำได้แค่นี้หรือ มันควรจะทำได้ดีกว่านี้ไม่ใช่หรือ
“ชอบที่เลขาฯ สปสช.บอกว่าอย่าเรียนรู้จากความสำเร็จ จงเรียนรู้จากความล้มเหลว มีปัจจัยทางการเมืองอยู่พอสมควร มีคนที่ตั้งใจอยากจะทำแล้วทำไม่สำเร็จเพราะว่าการเมืองมีปัญหา ในเรื่องของ mindset ของ สปสช. ต้องปรับเปลี่ยนจากความรู้สึกเป็นเจ้าของเงิน สู่การเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มที่ทำอย่างไรให้คนร่วมแพลตฟอร์มทุกคนมีความสุข วิน-วิน ทุกคนได้ประโยชน์ อยากให้ สปสช. เป็น smart organization ทุกอย่างพร้อมแล้ว ระบบนิเวศพร้อมแล้ว 100 วันแรกของเลขาฯ สปสช. เราคงได้เห็นอะไรที่เป็นรากฐานของ smart organization ตั้งเป้าหมายให้สูงว่าเราต้องเป็นระบบหลักประกันสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก”

นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เล่าถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคในเชิงต้นทุนว่า
• ดำเนินนโยบายโดยไม่ฟังคำทัดทานของธนาคารโลก
“ถ้าวันนั้นเราไปผิดทาง คือ เชื่อตามเวิลด์แบงก์ จิม คิม เขาบอกว่าประเทศไทยหัวแข็ง ไม่เชื่อคำทัดทานของเวิลด์แบงก์ ว่า ประเทศจะล้มละลาย ถ้าทำบัตรทองแล้วเป็นไปไม่ได้ เราบอกเป็นไปได้ เป็นหน้าที่ของเรา ไม่ใช่หน้าที่คุณ it’s our business เป็น national sovereign แล้วก็ against advice ของ เวิลด์แบงก์”
“แต่เราก็ทำมา ผลการศึกษาที่ตามมาก็คือว่า คนจนได้ประโยชน์ เพราะว่า 47 ล้านคนที่เป็นสมาชิกบัตรทอง ประมาณ 50% อยู่ที่ 20% เป็น คนจนที่สุด ถ้าเราเรียงคน 67 ล้านคนจากจนที่สุดไปถึงรวยที่สุดแล้วแบ่งเป็น 5 ตอน สมาชิกบัตรทองอยู่ในตอนที่จนที่สุดและจน 40-50% เพราะฉะนั้น อมาตยา เซน เขาอ่านงานเขียนของคนต่างชาติที่มาประเมินบัตรทองของเราว่า มันลดช่องว่างของการตายของเด็กต่ำกว่า 5 ปีลง หลังมีบัตรทองเพราะฉะนั้นอันนี้เป็นอิมแพคที่มีผลอย่างยิ่ง เวิลด์แบงก์ก็เอาไทยเป็น case study ผมคิดว่าเราทำวิจัยไปด้วย มีทางการเมือง endorse ทั้ง implementation มีการเตรียมพร้อม เมื่อมีสิ่งนี้จึงมีสิ่งนี้”

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการคลุกคลีกับ สปสช. ว่า
• สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหลักประกันสุขภาพ
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานมีอยู่ 4 ข้อ คือ 1. การบริหารจัดการแนวใหม่ 2. ระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคช่วยเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลดคราบไคลของความเป็นผู้ป่วยอนาถาหรือผู้ป่วยสงเคราะห์ 3. สิทธิรักษาพยาบาลที่สัมผัสได้จริง ไม่ได้ล่องลอย 4. ความเป็นเจ้าของร่วมออกแบบนโยบายของทุกคน
“ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และใช้หลักการตรงนี้มาทำงาน การทำงานสมัยนี้ไม่ใช่พระเอกคนเดียว ต้องอาศัยการร่วมมือกันเป็นสิ่งสำคัญ กระทรวงสาธารณสุข ระบบบริการหน่วยงานต่าง ๆ ทะเลาะกันทำไมไม่เข้าใจ ต้องจับมือกัน สุดท้ายคิดว่ามันก็คงเป็นสมบัติของชาติ ประเด็นนี้สำคัญว่าเป็นสมบัติของชาติที่ต้องถูกหวงแหน และต่างชาติให้การยอมรับ“

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี ว่าที่เลขาธิการ สปสช.คนต่อไป มีมุมมองการดำเนินงานเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของ สปสช.คือ
• ทิศทางการดำเนินงานเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของ สปสช. ของ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี ว่าที่เลขาธิการ สปสช. คนใหม่
เป็นอีกครั้งของการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ สปสช. สู่มือของ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ สปสช. ในวันที่ 3 เมษายนนี้ ซึ่ง นพ.จเด็จ ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของ สปสช. ในวาระที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของ สปสช. ว่า ประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ในการขับเคลื่อนระบบ “หลักประกันสุขภาพ” จนประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก
ว่าที่เลขาธิการ สปสช. เผยว่า ปัญหาที่ประชาชนหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการหลักประกันสุขภาพยังเป็นจุดอ่อนของ สปสช. ที่ยังต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งถามไปถึงต้นตอว่าอะไรทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ก็คงจะบอกได้ว่าเจ้าหน้าที่ของ สปสช. และ สธ. ไม่สามารถลงพื้นที่มอบองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ประชาชนยังไม่เกิดความรู้ความเข้าใจในระบบหลักประกันสุขภาพ
ทุกวันนี้ยังมีปัญหาที่ประชาชนอยากให้มีช่องทางสื่อสารเพื่อให้เราแก้ปัญหา หากเราไม่สร้างกลไกเชิงรุกที่จะรับรู้ปัญหาของชาวบ้านมากขึ้น เราจะเสียโอกาสในการสร้างหลักประกันสุขภาพที่ดีในอนาคตได้
“หนทางความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาสำหรับผมคือ อย่าเรียนรู้จากความสำเร็จ จงเรียนรู้จากความล้มเหลว ถอดบทเรียนจากความผิดพลาดมาเป็นตัวแปรสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จะช่วยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ สปสช. ทำงานได้อย่างราบรื่น ซึ่งจะนำประโยชน์สูงสุดไปสู่ประชาชน”

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ บรรณาธิการหนังสือ “ระหว่างบรรทัด”
• เผยที่มาของหนังสือ “ระหว่างบรรทัด” คำภีร์สำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพประเทศไทย
ตอนที่เข้ามาทำงานใน สปสช. เมื่อปี 2547 ผมได้เห็นโลกอีกใบหนึ่งซึ่งไม่ใช่การรักษาอาการเจ็บป่วยของคนไข้บนวอร์ด แต่เป็นการทำงานเชิงนโยบายหลังบ้านของระบบหลักประกันสุขภาพ ได้เห็นความสำเร็จของการพัฒนาสิทธิประโยชน์เพื่อประชาชน ความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพ การที่ระบบหลักประกันสุขภาพจะเข้มแข็งและเดินทางไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงนั้น ประชาชนต้องรู้สึกว่าเขาคือเจ้าของระบบ
จึงเป็นที่มาของหนังสือ “ระหว่างบรรทัด” ที่ตีแผ่ถึงเรื่องราวระหว่างเส้นทางในการดำเนินงานของ สปสช. ผ่านการบอกเล่าของกลุ่มผู้บุกเบิก ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายท่าน มาให้แง่คิด วิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานตลอด 18 ปี ที่ผ่านมา
“เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมและตีแผ่การแก้ปัญหาครั้งสำคัญต่างๆ ของปัญหาสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน เป็นคำภีร์ที่สำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพที่ทำให้วงการสาธารณสุขไทยก้าวหน้าจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศจนถึงทุกวันนี้”

นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการบริการสาธารณสุข สปสช. ที่กล่าวว่า
• ระบบสวัสดิการแห่งรัฐที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
“บัตรทอง” เป็นระบบสวัสดิการแห่งรัฐ อาจจะเรียกว่าเป็นระบบเดียวที่ทำได้สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย เรื่องการศึกษา ระบบยุติธรรม ยังมีปัญหามากมาย แต่ระบบนี้ทำสำเร็จได้และที่ทำสำเร็จก็ได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ซึ่งได้เขียนสรุปไว้ในปัจฉิมบทอยู่แล้ว
“คิดว่าสิ่งที่เราน่าจะเรียนรู้จากเรื่องบัตรทอง ยังไม่อยากมองไปไกลกว่านี้ เพราะทำมาได้ขนาดนี้ ถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว ความพยายามทำอะไรที่เลยไปจากนี้ จะเป็นเรื่องที่ยากและเราอาจจะสะดุดขาตัวเองด้วย ทำไมเราถึงทำมาได้ขนาดนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ผมก็ได้พูดถึงจอมพล ป. ตอนปี 2475 เรื่องสุขภาพไม่อยู่ในหลัก 6 ประการ แต่จอมพล ป. ตั้งกระทรวงสาธารณสุขในปี 2485 พร้อมกับเห็นว่าสุขภาพของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็สามารถที่จะสร้างโรงพยาบาลจังหวัดครบทุกจังหวัด อันนี้คือพื้นฐานสำคัญ จากนั้นพูดถึงสมัย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสรรงบประมาณให้กับเรื่องของการรักษาพยาบาลเป็นก้อนใหญ่ที่สุด เป็นงบรักษาฟรี ต่อมาเป็นสมัย พลเอก เปรม ซึ่งตอนนั้นเราประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ต้องลดค่าเงินบาท ในตอนนั้น พลเอก เปรม ได้ใช้ภาวะผู้นำบอกว่าประเทศไทยหากจะพัฒนาอย่างมั่นคงเข้มแข็งต่อไป สุขภาพของคนต้องดี ต้องลงทุนด้านสุขภาพ ทำให้มีการตัดสินใจสร้างโรงพยาบาล ให้ครบทุกอำเภอ ครบทุกตำบลในประเทศไทย ทั้งหมดนี้คือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มีพื้นฐานเหล่านี้ วันนี้ประชาชนไม่มีทางเข้าถึงบริการได้”
ตอกย้ำให้เห็นชัดว่าผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขสมัยก่อนมีสายตาที่ยาวไกล มองเห็นว่าเรื่องเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญ และบูรณาการร่วมกัน จึงทำให้มีการตั้งต้นระบบประกันสังคมเกิดขึ้น และมีการยอมรับระบบเหมาจ่าย อย่างที่ปรากฏให้เห็นขณะนี้เรื่องหนึ่งก็คือ เงินกองทุนประกันสังคมยังเหลือเกินแสนล้านบาท เหล่านี้ก็ล้วนมาจากการที่เรามีการวางระบบรักษาพยาบาลที่ดี จากการสั่งสมประสบการณ์และทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง
สนใจหนังสือ “ระหว่างบรรทัด” สั่งซื้อได้ที่ >> https://cutt.ly/jz3yxmN
……….
#หนังสือระหว่างบรรทัด #ระหว่างบรรทัด #สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #สปสช #บัตรทอง #30บาทรักษาทุกโรค #อนุทินชาญวีรกูล #กระทรวงสาธารณสุข #รมตสาธารณสุข #สุรพงษ์สืบวงศ์ลี #หมอเลี้ยบ #วิโรจน์ตั้งเจริญเสถียร #ศักดิ์ชัยกาญจนวัฒนา #จเด็จธรรมธัชอารี #อรรถพรลิ้มปัญญาเลิศ #วิชัยโชควิวัฒน

