กยท.ใช้โดรน ติดกล้องมัลติสเปคตรัม สำรวจพื้นที่เสี่ยง สกัดการระบาดโรคใบร่วงยางพารา

9.04.21 | 08:00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย  กล่าวถึงแผนป้องกันโรคใบร่วงยางพารา ว่า ปีที่ผ่านมาเกิดการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา และต่อเนื่องจนกระทั่งถึงเดือนมกราคม ในจังหวัดภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นจำนวน 9 แสนกว่าไร่ ที่ผ่านมา ได้วางมาตรการ 3 แนวทาง คือ 1.แผนป้องกัน 2.แผนรักษา และ 3.ฟื้นฟู โดยในเดือน พ.ค.นี้ เราจะนำร่องใช้ UAV (อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน)  ติดตั้งกล้อง มัลติสเปคตรัม Multispectrum ถ่ายภาพความละเอียดสูง บินสำรวจ 3 รอบ รอบแรก  พฤษภาคม-มิถุนายน  รอบสอง สิงหาคม-กันยายน และรอบ พฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งช่วงนี้จะหนักสุดมีการระบาดสูงสุดในปีที่ผ่านมา โดยจะเลือกพื้นที่นำร่อง คาดว่าจะเป็นจังหวัดนราธิวาส ประมาณแสนไร่ หากพบมีการระบาดก็จะดำเนินการกำจัดโรคทันทีเพื่อไม่ระบาดไปพื้นที่อื่น

สำหรับแนวทางที่สองคือการรักษาการกำจัดใบเป็นโรคที่ร่วงหล่นต้องเก็บใบ นำไปเผาทิ้ง เพราะเมื่อใบร่วงเชื้อรามันอยู่ที่ดิน การปล่อยใบทิ้งไว้ก็จะทำให้เกิดเชื้อรา สำหรับการจัดการโรคใบร่วงตอนนี้ใช้ทั้งเคมีและสารชีวพันธ์ ในการทำลาย และการบริหารจัดการโรค ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่ผ่านมามีการทดลองใช้เคมีในการกำจัดซึ่งได้ผลดี การติดโรคลดลงกว่าครึ่ง  ส่วนแนวทางที่สามคือการฟื้นฟู ในบางพื้นที่เสียหายมาก เราก็จะมีการแนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพ หรือทำอาชีพเสริม เช่นเลี้ยงแพะ หรือปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน

” ผมต้องคุมเรื่องนี้ให้ได้  เนื่องจากว่าถ้าปล่อยให้ระบาดไปที่ภาคอื่นจะคุมลำบาก อีกทั้งยังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง “ นายณกรณ์ กล่าว

Advertisement

ทั้งนี้โรคใบร่วงยางพารา เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเชียเมื่อปี 2559 และเริ่มระบาดในมาเลเชีย อินเดีย ศรีลังกาและไทยในปี 2562 ซึ่งโรคระบาดดังกล่าวแพร่ได้ด้วยลมและฝน สร้างความเสียให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตลดลง 30-50%  และสร้างความเสียหายต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกตัวอย่าง หากสวนยางพาราเกิดความเสียหายจากโรคใบร่วง 1 ล้านไร่ น้ำยางจะหายไปครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้ และหากการขายน้ำยางที่ราคาเฉลี่ย 45 บาทต่อกก. จะเป็นเงินที่หายไปประมาณ 900 ล้านบาท/เดือน

นายณกรณ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากเป็นโรคระบาดชนิดใหม่ กยท.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ การวิจัยเร่งด่วน ได้แก่ การศึกษาหาเชื้อสาเหตุของโรค สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค การสำรวจพื้นที่เกิดโรคและผลกระทบต่อผลผลิต การวิจัยระยะกลาง ได้แก่ การพัฒนาโครงการคัดเลือกพันธุ์ยางต้านทานโรคใบร่วงชนิดใหม่ ให้ได้พันธุ์ยางทนโรคซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาระยะยาว