ชป.บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเป็นไปตามแผน พร้อมเตรียมรับฤดูฝนปี 64

กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 63/64 เป็นไปตามแผน ยืนยันมีน้ำเพียงพอสำรองต้นฤดูฝนปี 64 พร้อมสั่งการทุกโครงการชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนหน้าที่กำลังจะมาถึง

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบัน (19 เม.ย.64) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 37,188 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 49 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 13,158 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว 15,733 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนฯ เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 9,078 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 2,382 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้ว 4,612 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 92 ของแผนฯ ทั้งนี้ จากอิทธิพลพายุฤดูร้อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมในอ่างเก็บน้ำและในแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย นับได้ว่าภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 63/64 เป็นไปตามแผนที่วางไว้และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ คงเหลือการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งอีกเพียง 11 วัน ก่อนจะปรับเข้าสู่การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปี 64 (เริ่มเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป) ได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ ด้วยการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซาก กำหนดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแจ้งเตือนประชาชน การจัดสรรทรัพยากรเครื่องจักร เครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันที รวมทั้งเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ รวมไปถึงตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีความพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเร่งกำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งเร่งขุดลอกคลองและแก้มลิง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ ตามข้อสั่งการของนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และเป็นไปตามนโยบายของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมชลประทาน จะเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำในทุกช่วงเวลาให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด หากหน่วยงานหรือประชาชนท่านใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถร้องขอไปได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร 1460 สายด่วนกรมชลประทาน ได้ตลอดเวลา

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระนองรับตัว ‘โกมิก’ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันค้ามนุษย์กลับจากเมียนมามาดำเนินคดีต่อ
บทความถัดไป‘เอกชัย’ ชี้รับตำแหน่ง ‘ปธ.กพฐ-กมว.’ หวังพัฒนาคุณภาพ หลังถูกกลุ่มครูเรียกร้องให้ลาออก